005

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ 5510211005

+++ DLNA ความคืบหน้าของเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนข้อมูลใกล้มือคุณ

** DLNA หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Digital Living Alliance เป็นชื่อเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานหรือข้อตกลงการเชื่อมต่อเพื่อให้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ภายในบ้าน เชื่อมต่อกันได้ง่ายๆแบบไร้สายผ่าน (Wifi หรือ 3G) ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงจำนวนมาก ตั้งแต่เครื่องเล่นโทรทัศน์ เครื่องเล่นภาพยนต์แบบ Blu-Ray เครื่องเล่นสื่อประเภท Media player กล้องถ่าย รูปดิจิตัล อุปกรณ์เก็บบันทึกข้อมูลแบบ NAS (Network Attached) ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมทั่วไปอย่าง Smart Phone และอุปกรณ์ Tablet PC จำนวนมากในปัจจุบันต่างได้รับการออกแบบให้รองรับมาตรฐานการสื่อสารดังกล่าว ซึ่งข้อดีหลักของการใช้ DLNA ก็คือการตอบโจทย์ง่ายๆ ในการหาทางให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น สามารถเชื่อมต่อกันได้โดยวิธีง่ายๆและให้อิสระต่ออุปกรณ์เหล่านี้ในการอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งการจากอุปกรณ์ชนิดใดก็ได้ในการ สืบค้น ดึง ข้อมูลอันประกอบไปทั้ง เพลง รวมไปถึง ภาพยนตร์ รูปภาพ จากอุปกรณ์ชนิดหนึ่งให้ไปแสดงผลขึ้นที่อุปกรณ์อีกชนิดหนึ่ง (เช่นสั่งให้ภาพที่เราถ่ายอยู่ในมือถือไปปรากฎบนจอโทรทัศน์ที่รองรับระบบ DLNA) ลูกเล่นของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารในปัจจุบันที่รองรับเทคโนโลยี DLNA ต่างมีประสิทธิภาพการใช้งานที่น่าสนใจและมีรูปแบบการทำงานหลากหลายชนิด**

จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยี DLNA**

บริษัท Sony เป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดและพัฒนามาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สื่อสารภายในบ้านและอุปกรณ์สื่อสารพกพา เพื่อลดความยุ่งยากในการที่ผู้บริโภคจะต้องทำการถ่ายสำเนาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเพลง รูปภาพหรือภาพยนต์ จากอุปกรณ์หนึ่ง เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ มายังอุปกรณ์อีกประเภทหนึ่งเช่นเครื่องเล่น Media Player หรือโทรทัศน์แบบดิจิตอล ซึ่งเทคโนโลยี DLNA นี้ใช้ประโยชน์จากเทคโลยีเครือข่ายสื่อสารในที่พักแทน เช่น เครือข่าย LAN หรือ Wireless Lan เป็นตัวกลาง และคิดค้นหาโปรโตคอล (Protocol) ในการติดต่อสื่อสารเพื่อดึงข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งที่รองรับมาตรฐานใหม่ดังกล่าวมาอีกอุปกรณ์หนึ่ง เป็นการออกแบบที่ได้รับการต่อยอดบนมาตรฐานสื่อสารแบบเปิดที่เป็นสากล (Open Standard) แต่ตัวรายละเอียดของข้อกำหนดนั้นจะเป็นมาตรฐานปิดที่สมาชิกซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่จะนำดทคโนโลยีนี้ไปใช้นั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สื่อสารที่รองรับมาตรฐาน DLNA วางจำหน่ายในท้องตลาดมากถึง 18,000 รุ่น โดยเฉพาะสินค้าโทรทัศน์ความละเอียดสูงประเภทอินเตอร์เน็ตทีวีรุ่นใหม่ๆล้วนแล้วแต่รองรับมาตรฐาน DLNA กันแทบทั้งสิ้นปัจจุบันมีการคาดคะเนกันว่าทั่วโลกน่าจะมีอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน DLNA ใช้งานกันอยู่มากกว่า 440 ล้านชิ้นในช่วงต้นปี 2556 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กล้องถ่ายรูปดิจิตอลไปจนถึงเครื่องเล่นเกมส์อิเล็กทรอนิกส์ และ Smart Phone และอุปกรณ์ Tablet PC ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงการเข้ามามีบทบาทครั้งใหญ่ของอุปกรณ์ที่สนับสนุนเทคโนโลยี DLNA เข้าสู่บ้านพักอาศัยทั่วโลก

03.jpg

รูปนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี DLNA อย่างง่ายๆ ตัวอย่างเช่นใส่รูปผู้ชายมุมซ้าย สั่งการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตนใช้งานอยู่ในอีกห้องหนึ่งทำการติดต่อกับอุปกรณ์ Media Player ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นเพื่อขอสื่อข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง รูปภาพ ให้มาปรากฎผ่านหน้า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตนใช้งานอยู่ ซึ่งในทางกลับกันผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถโอนย้ายข้อมูลไปยัง เครื่องเล่น Media Player ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นได้ด้วยเช่นกันโดยผ่านจากเครือข่าย LAN หรือ WLAN ภายใน ที่พักอาศัยของตน ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายสื่อสารภายในบ้านแล้วเครือข่าย LAN หรือ WLAN จะ เป็นผู้กำหนด IP Address กับอุปกรณ์เหล่านี้ตามอัตโนมัติตามมาตรฐาน UPnP โดยทั่วไปนั่นเองซึ่งข้อดีของการทำงานด้วยเทคโนโลยี DLNA ก็คือบรรดาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่รองรับ DLNA จะ ติดต่อสื่อสารถึงกัน

DLNA_Grafik_en.jpg

รูปนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของอุปกรณ์หลายๆประเภทที่สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันโดยใช้ เทคโนโลยี DLNA ซึ่งทั้งหมดนี้ก็น่าจะทำให้เห็นถึงความสะดวกในการบริโภคสื่อบันเทิงต่างๆ ในบ้านได้ ด้วยเทคโนโลยี DLAN เป็นอย่างดี

วิเคราะห์บทความ
การเข้ามาของเทคโนโลยี DLNA ช่วยให้ผู้บริโภคสื่อบันเทิงต่างๆมีความสะดวกสบายมากขึ้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ตัวกลางในการย้ายไฟล์ เช่นเมื่อก่อนถ้าเราโหลดหนังจาก Web bit มาถ้าเราอยากจะเอาไปดูบนโทรทัศน์นั้นจะต้องผ่านตัวกลาง 2 ตัว คือ แผ่นซีดี และ เครื่องเล่นดีวีดี หรือ รูปภาพจาก Smart Phone เราก็สามารถนำไปแสดงผลบน Smart TV ได้ทันที ขอแค่ที่พักอาศัยของท่านมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในที่พักอาศัยของท่านทั้งแบบ Wireless หรือ LAN ท่านก็สามารถใช้ระบบ DLNA ได้แล้วซึ่งที่ผ่านมาการเติบโตของระบบ Internet Broadband ในประเทศไทยเรานั้นจากข้อมูลของสำนักงานสถติแห่งชาติสำรวจเมื่อปี 2554 นั้นประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตอยู่ร้อยละ 13.4 จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 19 ล้านครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีสัดส่วนผู้ใช้งานอยู่เพียงร้อยละ 7.6 เท่านั้น รวมไปถึงการที่เครือข่ายมือถือต่างๆเริ่มเปิดให้บริการโครงข่าย 3G ในปีนี้ และ 4G LTE ในอนาคตและการเติบโตของตลาด Smart Phone และ Tablet จะยิ่งทำให้เทคโนโลยี DLNA ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยจากข้อมูลของ Ericsson Consumer Lab พบว่าอัตราการเข้าถึง Smart Phone เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 17 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 เป็น 36 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013 ในขณะที่การเข้าถึง Tablet ของผู้บริโภคในเมืองเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า จาก ร้อยละ 2 เป็น ร้อยละ 7 ในปี 2013

PLC.gif

เมื่อเราเอามาจับทฤษฎี Product life cycle จะเห็นได้ว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องนั้นจะต้องดำเนินกลยุทธ์แบบใด เช่น บริษัทที่พัฒนาอุปกรณ์ต่างๆทั้ง โทรทัศน์ Smart Phone Tablet ต้องเตรียมตัวพัฒนา Product ให้สามารถรองรับระบบนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ และเป็นจุดเด่นที่ทำให้ชนะผู้แข่งขันรายอื่น (ช่วง Growth Stage)และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะถึงช่วง Maturity Stage ที่จะเกิดการแข่งขันเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากเพราะตลาดหยุดเติบโตแล้ว ในทางกลับกันธุรกิจผลิตแผ่นซีดี Hard disk Drive Flash Drive ต้องเตรียมปรับตัวเพื่อหา Product ใหม่มาเพราะสินค้าที่บริษัทของเรากำลังผลิตอยู่นั้นกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีตัวใหม่ที่สะดวกสบาย และมีต้นทุนที่ต่ำกว่า (declining stage) ถ้าเราไม่รีบคิดหาวิธีตั้งแต่ตอนนี้อาจจะเป็นเหมือน Floppy Disk ก็เป็นได้

อ้างอิงข้อมูล
ที่มา ไพโรจน์ ไววานิชกิจ. DLNA ความคืบหน้าของเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนข้อมูลใกล้มือ MICRO COMPUTER VOL 31 No.337 August 2013
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM056RTJNekkzTWc9PQ==&catid=11)

อ้างอิงรูปภาพ
http://www.grundig.de/fileadmin/content_images/TV/Technologie/DLNA_Grafik_en.jpg
http://www.theitbazaar.com/images11/asusoplayhd2_files/03.jpg
http://mba.sorrawut.com/images/PLC.gif

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License