010

Apple เตรียมเปิดให้บริการ iTunes Radio แสดงโฆษณาเสียงทุก 15 นาที

itunes-radio.jpg

สรุป

Apple มี Features ใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าที่นิยมการฟังเพลงเป็นพิเศษ นั่นก็คือ iTunes Radio หรือวิทยุออนไลน์ที่เราสามารถเลือกฟังเพลงได้เองตามความพึงพอใจ โดย iTunes Radio จะมีให้เลือกใช้ 2 แบบ คือ แบบเสียค่าสมาชิก และแบบไม่เสียค่าสมาชิก โดยแบบที่ต้องเสียค่าสมาชิกนั้น จะเสียค่าสมาชิกประมาณ 750 บาทต่อปี สามารถฟังเพลงได้อย่างไม่มีโฆษณาคั่น ส่วนแบบไม่เสียค่าสมาชิก ลูกค้าสามารถใช้งาน iTunes Radio ได้ฟรี เพียงแต่ว่าจะมีโฆษณามาคั่นเป็นระยะ ขึ้นอยู่กับรูปแบบโฆษณา ซึ่งโฆษณาจะมี 3 รูปแบบด้วยกัน คือ แบบ Audio มาแต่เสียงทุก 15 นาที, Video มาเป็นคลิปโฆษณาทุก 1 ชั่วโมง, และแบบ Slate คือจะมีโฆษณาขึ้นมาทันทีที่มีการใช้งาน ซึ่งจะแสดงตามอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ iPhone, iPad, PC, Mac ที่ติดตั้ง iTunes รวมไปถึง Apple TV ด้วย ซึ่งค่าโฆษณาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับขนาดหน้าจอโฆษณา เช่น ถ้าโฆษณาทาง iPhone จะเสียค่าโฆษณาถูกที่สุด ส่วน Apple TV จะเสียค่าโฆษณาแพงที่สุด

Apple มีกำหนดการการเปิดตัว iTunes Radio ในเดือนกันยายน 2013 นี้ ส่วนบริษัทที่เซ็นสัญญาลงโฆษณาใน iTunes Radio กับ Apple นั้นประกอบด้วย McDonald’s, Pepsi, Nissan, P&G โดยมูลค่าของสัญญาที่ได้ตกลงกัน มีตั้งแต่ 1-10 ล้านเหรียญดอลลาห์สหรัฐฯ การที่ Apple เข้ามาสนใจในตลาดโฆษณานี้ เพราะตลาดโฆษณาเป็นตลาดที่สามารถทำกำไรได้สูงมาก อย่าง Pandora ที่ให้บริการ Music Streaming มีรายได้ถึง 365 ล้านเหรียญดอลลาห์สหรัฐฯ และอีกหนึ่งเหตุผลคือเพิ่มกระตุ้นช่องทางการขายเพลงใน iTunes ด้วย

itunesradio1.jpg

วิเคราะห์

SWOT Analysis

Strength

- Apple มีลูกค้าประจำ (Loyalty Customers) เป็นจำนวนมาก ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ของ Apple ทั้ง iPhone, iPad, Mac, Apple TV หมายความว่าลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะใช้ Information
System (IS) ของ Apple ซึ่งก็คือ iTunes ด้วยเช่นกัน

- ในสหรัฐอเมริกา iTunes เป็นผู้ทรงอิทธิพลในการขายเพลง มีผู้ซื้อเพลงผ่านช่องทาง iTunes เป็น
จำนวนมาก ซึ่งถ้าหาก Apple เปิดบริการให้ฟังเพลงฟรี น่าจะมีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก และเมื่อมี
ผู้ฟังจำนวนมาก บริษัทที่ต้องการจะโฆษณาสินค้าก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ Apple สามารถคิด
ค่าโฆษณาได้แพง

Weakness

- Apple ไม่ใช่บริษัทแรกที่เป็นผู้นำทางด้านตลาดโฆษณานี้ บริษัทที่กลุ่มลูกค้าในอเมริกาคุ้นเคยอยู่
แล้วก็คือ Pandora ซึ่งหมายความว่าลูกค้าอาจจะไม่ใช้งาน iTunes Radio ก็เป็นได้ ถ้าหากไม่เห็น
ประโยชน์ในการใช้งาน iTunes Radio หรือลูกค้ารู้สึกว่าใช้งานยาก เพราะการเปลี่ยนจาก
Pandora มาใช้ iTunes Radio อาจจะเกิด Switching Cost

Opportunity

- ตลาดโฆษณามี Market Size ที่ใหญ่มาก สามารถเข้าไปแย่ง Market Share จากผู้นำตลาดได้
เนื่องจาก Apple เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดัง บริษัทโฆษณาต่างๆ ต้องการจะเซ็นสัญญาด้วย
ไม่ต่างจากบริษัท Facebook, Google เป็นต้น

Threat

- บริษัทที่ต้องการโฆษณาจะมีงบโฆษณาที่ถูกกำหนดไว้ ทำให้ช่องทางต่างๆ ที่เป็นสื่อกลางในการ
โฆษณาจะต้องแข่งขันกันอย่างรุนแรงในการดึงลูกค้าให้มาโฆษณากับช่องทางของตน

- ในประเทศอื่นๆ การใช้โมเดลนี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ประเทศไทย เนื่องจากประเทศ
ไทยมีจำนวนผู้ที่ฟังเพลงหรือซื้อเพลงผ่านช่องทาง iTunes มีจำนวนไม่มากเท่าในสหรัฐฯ ทำให้
บริษัทที่ต้องการโฆษณาต่างๆ ไม่มาทำสัญญาด้วย

การประยุกต์ใช้แนวคิดหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1. Technology Acceptance Model (TAM) คือทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของการทำอย่างไรให้ลูกค้ายอมรับในตัวเทคโนโลยี โดยที่แท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากคนไม่ยอมใช้งานเสียมากกว่า
จากบทความ การที่ลูกค้าจะใช้ Technology หรือ iTunes Radio หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า Apple สามารถทำให้ลูกค้ารับรู้ได้ถึง 2 ปัจจัยสำคัญได้หรือไม่ ปัจจัยแรกคือลูกค้าจะต้องรู้สึกว่า iTunes Radio ง่ายต่อการใช้งาน และปัจจัยที่สองคือลูกค้าจะต้องรู้สึกว่า iTunes Radio นี้มีประโยชน์ มิเช่นนั้นลูกค้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้งาน iTunes Radio เนื่องจากมีโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆอีกมากมาย ที่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นฟังเพลงได้อยู่แล้ว หรือกล่าวได้ว่าเป็นสินค้าทดแทนของ iTunes Radio ได้เป็นอย่างดี เช่น Youtube เป็นต้น

2. Network Effect คือ การที่ลูกค้าจะใช้ Information System (IS) อะไร ลูกค้าจะดูจากปริมาณของผู้ใช้ IS นั้นๆ เพราะเป็นการยืนยันว่า IS นั้นดี ใช้งานง่าย มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ อย่างน้อยก็มีผู้ใช้งานโปรแกรมเดียวกับเราเป็นจำนวนมาก
จากบทความ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องคือ Two-Side Network Effect คือถ้าหากมีคนใช้ Apple หรือ iTunes Radio เป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้มีบริษัทที่สนใจจะมาลงโฆษณาเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน อีกทั้ง Two-Side Network Effect นี้จะส่งผลดีแก่ทั้ง 3 parties ได้แก่ ลูกค้าซึ่งได้ฟังเพลงฟรี, Apple ที่ได้ค่าโฆษณา, และบริษัทที่มาลงโฆษณาได้สร้าง Brand Awareness ให้แก่ลูกค้า

459px-2sidedmarketdiagram.svg.png

การที่จำนวน Side1 เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบให้จำนวน Side2 เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แหล่งที่มา:

Apple เตรียมเปิดให้บริการ iTunes Radio แสดงโฆษณาเสียงทุก 15 นาที (วันที่ 21 สิงหาคม 2556) http://thumbsup.in.th/2013/08/itunes-radio-launch/

เพิ่มเติม:

http://www.trendy2.mobi/2013/08/apple-opening-itunes-radio/
http://www.techxcite.com/topic/14089.html
http://www.marketingoops.com/mobile/mobile-advertising-media-ads/itunes-radio-ads/
http://macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip/

นาย มงคล ปาริชัยยนต์ 5510211010

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License