019

4 เทรนด์เทคโนโลยียุคใหม่ที่ผู้บริหารต้องไม่ละเลย

48untitled.png

เทคโนโลยีเข้ามาบทบาทอย่างมากในการทำให้ ธุรกิจสามารถสร้างความได้เปรียบและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงขอนำเสนอ 4 เทคโนโลยีที่มีบทบาทอย่างมากในการทำธุรกิจได้แก่

1. Big Data และ Analytics – ทรัพยากรแหล่งใหม่ของโลก
ปัจจุบัน มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันอย่างมากมายโดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งโซเชียล โมบาย และคลาวด์ ทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน เรียกว่า Big Data ข้อมูลเหล่านี้มีความหลากหลาย เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้ Social Media โพสต์ขึ้นมา ภาพ วิดีโอ ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย โปรโมชั่น การซื้อสินค้าทางออนไลน์ อีเมล ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลจาก GPS และอื่นๆ อีกมากมาย จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าเราจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร
จากการสำรวจพบว่า 89% ของผู้บริหารระดับ CEO ต้องการข้อมูล Insight ที่แม่นยำ ผู้บริหารระดับนโยบายจึงต้องการเครื่องมือ ซอฟต์แวร์ หรือโซลูชั่นในการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ หรือ Data Analytics รวมถึงต้องอาศัย Data Scientist หรือผู้เชี่ยวชาญข้อมูลที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight ซึ่ง Gartner คาดการณ์ว่าในปี 2558 ทั่วโลกจะต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data มากถึง 4.4 ล้านคน แต่ทั่วโลกมีผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้าน Big Data เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
มีกรณีศึกษาของโรงพยาบาลกรุงเทพที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการเข้าถึงและเชื่อมโยงระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลในเครือ 29 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าและผู้ป่วยได้รับบริการที่ตรงความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น เพราะโรงพยาบาลสามารถนำข้อมูลผลการตรวจร่างกายของลูกค้าแต่ละรายมาวิเคราะห์สถิติที่บ่งชี้โรคที่เกิดขึ้นในอดีตถึงปัจจุบันได้ ส่วนโรงพยาบาลก็ได้ประโยชน์จากการใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนการลงทุน การบริหารเงิน การจัดการ และการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่เหมาะกับลูกค้าของตนเองได้

2.โซเชียลบิสซิเนส(Social Business)Social Network
เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้คนพูดคุยกันและสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ซึ่งองค์กรก็สามารถใช้ Social Network เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างพนักงานทั้งองค์กรไม่ว่าจะอยู่แผนกไหนหรือสำนักงานสาขาใดก็ตาม นอกจากนี้ Social Network ยังใช้สร้างและกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ด้วย ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ การใช้โซเชียลเทคโนโลยีกำลังได้รับความนิยมและทวีความสำคัญมากขึ้น และผู้บริหารระดับสูงสุดทั้งในด้านการบริหาร ไอทีและการตลาด (CEO, CIO และ CMO) ต่างก็ให้ความสำคัญต่อโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งสิ้น
มีกรณีศึกษาของ CEMEX ซึ่งเป็นบริษัทวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในระดับโลกโดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 3 ของที่คาดการณ์ไว้ ด้วยการสร้าง Social Network ภายในองค์กรในปี 2552 เพื่อให้พนักงานใน 50 ประเทศทั่วโลกใช้พูดคุยกัน ภายในหนึ่งปีมีพนักงานกว่า 20,000 คนที่เข้ามาพูดคุยบนเครือข่ายนี้ มีการแชร์ความรู้และไอเดียกันทำให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. Mobility – ปัจจัยที่ 5 ในชีวิตคนยุคใหม่
เทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารไร้สายกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2556 จะมีอุปกรณ์ไร้สายจำนวนหมื่นล้านเครื่องในตลาด และยอดขายทางอุปกรณ์ไร้สายขึ้นมาอยู่ที่ 13.3% ในไตรมาสแรกปี 2555 จาก 7% ในปี 2554
Gartner Research ระบุว่าในปี 2559 จะมีจำนวน Smartphone ทั่วโลกรวม 1.6 พันล้านเครื่อง และในปี 2557 คนทำงาน 80% จะมีอุปกรณ์สื่อสารไร้สายคนละ 2 เครื่องสำหรับใช้งานกับระบบของบริษัทหรือใช้ข้อมูล ขณะที่งานวิจัยของ Forrester ระบุว่าในปี 2559 พนักงานทั่วโลก 350 ล้านคนจะมี Smartphone ใช้
นักวิจัยหลายสำนักทั่วโลกคาดการณ์ว่าในปี 2559 ผู้ป่วย 3 ล้านคนทั่วโลกจะใช้อุปกรณ์ติดตามตัวหรือ Remote Monitoring Devices เช่น เครื่องติดตามการเต้นของหรือการทำงานของหัวใจ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด เป็นต้น ซึ่งจะป้อนข้อมูลเข้าสู่ Smartphone และส่งต่อไปยังแพทย์
Air Canada ต้องการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบ Self-service จึงได้ตั้ง “Innovation Team” ขึ้นเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการแบบ Self-service ที่ตรงใจผู้โดยสารยุคใหม่มากขึ้น โดยพัฒนาบริการต่างๆ บน iPhone และ BlackBerry ที่ช่วยให้ผู้โดยสารดูตารางการบิน จองตั๋ว ดาวน์โหลดบอร์ดดิ้งพาส เช็คอิน ได้ด้วยตัวเอง ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกมากขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนให้กับ Air Canada ถึง 80%

4.คลาวด์ คอมพิวติ้ง(Cloud Computing
เมื่อเทคโนโลยี Digital, Social และ Mobile กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการใช้ชีวิตและทำธุรกิจ Cloud ก็ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานและจัดการกับ Big Data ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาล และรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้สะดวก
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้พัฒนาระบบการศึกษามิติใหม่ UTCC Hybrid Learning System ช่วยให้นักศึกษาเข้าถึงและใช้สื่อการเรียนการสอนได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยคอมพิวเตอร์ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น iPad หรือ iPhone ที่ใช้ iOS หรือแท็บเล็ตที่ใช้ระบบ Android หรือ Windows โดยสามารถอัพเดตข้อมูลได้เองโดยไม่ต้องยกเครื่องมาให้เจ้าหน้าที่ไอทีของมหาวิทยาลัยช่วย

วิเคระห์
1. Big Data และ Analytics – ทรัพยากรแหล่งใหม่ของโลก
การวิเคราะห์ข้อมูล จะช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นแนวโน้มในอนาคต จึงสามรถกำหนดทิศทาง นโยบาย หรือกลยุทธ์ที่เหมาะสมได้ จะสามารถเตรียมการแผนการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ แรงงาน และสามารถผลิตในปริมาณที่เพียงพอต่อความตองการของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา เมื่อข้อมูลมีความแม่นยำ จะทำให้สามารถลดต้นทุน และไม่ก่อให้เกิดต้นทุนที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อกิจการ
รวมถึงในเรื่องของการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้องค์กรมีข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกิจกรรมทางการตลาดได้ เช่น เมื่อเราทราบแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้า เราก็จะตอบสนองให้ตรงตามความต้องการนั้นได้อย่างทันท่วงที เป็นการดึงดูดลูกค้าใหม่ไว้ และยังคงรักษาฐานลูกค่าเดิมไว้ได้ และนอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูล(Data Analytics) ยังช่วยแก้ปัญหาได้ถูกจุดเพื่อลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็นทางธุรกิจ ได้อีกด้วย

2.โซเชียลบิสซิเนส(Social Business)
Social network สามารถเชื่อมโยงให้ผู้คนแม้จะอยู่ไกลกันสักแค่ไหนก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วเหมือนอยู่ใกล้กัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านธุรกิจได้โดย การใช้ social collaboration เพื่อให้พนักงานที่อยู่คนละมุมโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ซึ่งสามารถแชร์ความรู้ ทักษะ ไอเดีย ปรึกษาและแสดงความคิดเห็นใหม่ๆ ต่อกันได้ เหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับพนักงานให้ได้สามารถเรียนรู้จากหลากหลายแหล่งความรู้ หลากหลายแนวความคิดได้จากพนักงานที่อยู่บริษัทเดียวกันแต่อยู่คนละซีกโลก นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของพนักงานในบริษัทอีกด้วย ทำให้การเติบโตของแต่ละสาขาย่อยขององค์กรเป็นไปในทางเดียวกัน สอดคล้องกัน ถือเป็นการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กร และพนักงานทุกระดับจะสามารถพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงได้ สามารถลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการติดต่อสื่อสารกันได้
นอกจากนี้ Social network ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าผ่านการฟังความต้องการของลูกค้า สิ่งที่ลูกค้าได้พูดถึงบน social media ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มต่างๆ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการจะถูกนำมาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหา insights ที่จะนำมาพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และรูปรูปแบบการสื่อสารให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

3. Mobility – ปัจจัยที่ 5 ในชีวิตคนยุคใหม่
ปัจจุบันไมมีใครไม่มีสมาร์ทโฟน ซึงสมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารกันระหว่างบุคคลหนึงกับอีกบุคคลหนึ่ง เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก เช่น เราสามารถใช้ Application ในการสร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภคได้ไม่ว่าจะเป็นแอปให้โหลดฟรีหรือเสียเงิน หรือแม้กระทั่งสติ๊กเกอร์ หรือการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ค ผู้บริโภคก็สามารถใช้สมาร์ทโฟนในการเข้าถึงได้ทั้งสิ้น นอกจากจะช่วยเพิ่มการรับรู้แล้วเครื่องมือไร้สายยังสามารถเพิ่มความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้าได้ ดังจะเห็นได้จาก การบริการลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นจากการใช้ pad ในการสั่งอาหาร และยังเพิ่มศักยภาพและความสามารถของพนักงาน และยังช่วยให้องค์กรปรับตัวตามสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นจากการนำ insight จาก big data มาใช้และแชร์ให้กับฝ่ายอื่นๆภายในองค์กรเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

4.คลาวด์ คอมพิวติ้ง(Cloud Computing)
เทคโนโลยีคลาวด์ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถนำพาองค์กรล้ำหน้าเหนือกว่าคู่แข่ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น
ช่วยให้พนักงานทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูล มีการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถแชร์ข้อมูลความรู้ประสบการณ์ ไฟล์งานต่างๆ สามารถปรึกษากันและนำความรู้ ไอเดียต่างๆที่ได้มานำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่กิจการ ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆที่มีคุณค่าและตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะรายได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากคลาวด์สามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ อย่างถ้าเป็นช่วงที่มีลูกค้าเป็นจำนวนมากหรือช่วงที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลคราวละมากๆจะสามารถทำได้สะดวกมากขึ้น โดยที่ผู้บริหารไม่ต้องคาดการณ์ปริมาณงานเอาเองอย่างในอดีต นอกจากนี้การเลือกใช้เทคโนโลยีคลาวด์ยังสามารถทำให้ต้นทุนในด้านอุปกรณ์หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างขององค์กรประหยัดลงมากกว่าเดิม รวมทั้งต้นทุนในการบำรุงรักษาเซิฟเวอร์ ต้นทุนด้านซอฟแวร์ การอัพเกรดและอื่นๆลดลงอีกด้วย ทำให้ผู้บริหารจะมีความกังวลในเรื่องนี้น้อยลงและสามารถมีเวลาให้ความสนใจในเรื่องของกลยุทธ์และการบริหารงานในด้านอื่นๆขององค์กรมากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยของเทคโนโลยีคลาวด์ องค์กรจะสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะมีความปลอดภัย เนื่องจากมีการสำรองข้อมูลล่าสุดให้เรียกใช้งานได้ตลอดเวลา องค์กรจึงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบลื่นไม่มีการหยุดชะงัก
และแม้เทคโนโลยีจะมีข้อดีและสามารถให้ประโยชน์แก่องค์กรมากมาย เราควรคำนึงถึงอุปสรรค์และข้อจำกัดต่างๆของการใช้เทคโนโลยี
1. การลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จำเป็นจะต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมากในการติดตั้งและ เชื่อมโยงเครือข่าย ให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้
2. การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญ และมีบุคลากรที่มีความรู้สามารถใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในทุกภาคส่วน
3. ถ้าผู้บริหารระดับสูงไม่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีเหล่านี้ อาจทำให้องค์กรพัฒนาไปอย่างล่าช้า และไม่ทันสมัย ทำให้ใช้เทคโนโลยีได้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด
4. การแชร์ข้อมูลถึงกันควรมีความปลอดภัยในการใช้งานคือ ไม่ควรแชร์ข้อมูลได้ทั้งหมด 100% แต่ควรแชร์ข้อมูลที่สามารถแชร์ได้เท่านั้น แต่ข้อมูลที่เป็นความลับก็ไม่ควรจะแชร์ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องรับรู้ เพราะอาจทำให้ความลับของค์กรรั่วไหลออกไปได้

อ้างอิง : http://www.pawoot.com/4-trends-change-world
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1377842042
http://www.thinglink.com/ibmthailand

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License