021

Teens Growing More Aware of Mobile App Privacy Issues

Adults aren't the only demographic concerned about privacy

Double@ Trying to imagine a teenager without a cell phone or tablet is like envisioning a PETA supporter wearing a Michael Vick jersey. We're sure they both exist, they're just extremely rare specimens that are easily the exception to the norm. Teens love their mobile gadgets, though despite their rabid infatuation with texting, Snap chatting, and other mobile activities, they're surprisingly cognizant ofprivacy issues. According to a recent Pew study on Teens and Mobile Apps Privacy , 58 percent of American teens have downloaded an app to a cell phone or tablet, and more than half have avoided certain apps due to privacy concerns. In other words, teens aren't downloading apps to their mobile devices willy-nilly, the majority are checking the privacy settings before making a determination to snag it or skip it.
Double@ More than a quarter of all teens have uninstalled an app after becoming aware it was collecting personal information they didn't want to share. Furthermore, 46 percent of teens have turned off location tracking features on their cell phone or a specific app because they were worried about the privacy of their information (as opposed to being tracked by those pesky parents). Interestingly, girls are more likely to turn off location tracking features than boys (59 percent versus 37 percent).

วัยรุ่นกำลังตระหนักถึงปัญหา ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ใน เรื่อง แอพพลิเคชั่น ของ มือถือ

ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ใหญ่เท่านั้น ที่ตระหนักถึงปัญหาเรื่อง สิทธิส่วนบุคคล ในโลกออนไลน์
หากจินตนาการภาพของวัยรุ่น ไม่มี โทรศัพท์มือถือ หรือ แท็บเลต มันก็คล้ายๆกับนึกภาพ กลุ่มอนุรักษ์ PETA สวมเสื้อของ Michael Vick เราเชื่อว่ามียังมีวัยรุ่นที่ยังไม่มีทั้งมือถือ และแท๊บเลต แต่เราคิดว่ามันคงหาตัวอย่างนั้นได้ยากมาก ในระดับบรรทัดฐานทางสังคมอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน วัยรุ่นทุกคนรัก Mobile Gadgets ของตนเอง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเอาแต่พิมพ์ Message ใน Chat กันอย่างบ้าคลั่ง แต่เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่สุดที่พวกวัยรุ่นเหล่านี้กลับรู้สึกสนใจกับปัญหา ความเป็นส่วนตัว

ได้มีงานวิจัยในปัจจุบัน ซึ่งศึกษาในเรื่องหัวข้อเรื่อง Teens and Mobile Apps Privacy ได้กล่าวเอาไว้ว่า ร้อยละ 58 ของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการ Download แอพพลิเคชั่น ไว้ในมือถือ หรือ แท๊บเล็ต และนอกจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นพวกนี้ จะหลีกเลี่ยงแอพพลิเคชั่นที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ กล่าวอีกนัยนึงก็คือ วัยรุ่นหลายคน จะไม่ download แอพพลิเคชั่นลงไปในมือถือ ซึ่งส่วนใหญ่จะโดนตรวจสอบเรื่องของ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ก่อนจะ Download ยิ่งไปกว่านั้น วัยรุ่นถึง1ใน 4 ยังลบ แอพพลิเคชั่นนั้นๆทิ้ง หลังจากตรวจพบว่า จะเป็นปัญหาเรื่อง ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากแอพพลิเคชั่นนั้นๆ จะเก็บข้อมูลที่วัยรุ่นไม่อยากที่จะ แชร์ มากกว่านั้น ร้อยละ 46 ของวัยรุ่นจะ ปิดระบบ location tracking ในมือถือ เพราะกังวลเรื่องสิทธิส่วนบุคคล (โดยเฉพาะจากพ่อแม่ที่น่ารำคาญ) สิ่งที่น่าสนใจก็คือ วัยรุ่นผู้หญิงมักจะชอบปิดระบบ location tracking มากกว่าผู้ชาย โดยคิดเป็น ร้อยละ59 ต่อ ร้อยละ 37

วิเคราะห์ข่าวและข้อมูลเพิ่มเติม

ในทุกวันนี้ ข้อมูลข่าวสารสามารถที่จะเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในโลก Internet ที่มีการระบุข้อมูลของผู้ใช้งาน รายละเอียดและข้อมูลต่างๆ จึงสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา หรือ ทางฝั่งยุโรป เป็นต้น จนอาจจะเรียกได้ว่า เป็นการทำอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเป้าหมายคือข้อมูลของผู้ใช้ ผู้ใช้ที่ไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะต้องโดนขโมยข้อมูลจาก แอพพลิเคชั่น เหล่านี้ได้
ข้อมูลที่สำคัญที่มักจะตกเป็นเป้าหมาย เช่น ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลการสนทนา ข้อมูลการโทรศัพท์ ซึ่งสามารถโจรกรรม ผ่านทาง แอพพลิเคชั่นในบทบาทของผู้ดูแลระบบ ทางอีเมล์ต่างๆ หรือมี หรือมีการใช้ ป๊อปอัพเมนูซึ่งสร้างเสมือนจริงเพื่อเชื่อมโยงไปกับ หน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคาร และผู้ใช้ก็จะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งเมื่อเราศึกษาในกลุ่มวัยรุ่นก็จะเห็นภาพได้ว่า กลุ่มวัยรุ่นที่พฤติกรรมการใช้ โทรศัพท์ที่สูงมาก และมีการใช้ apps ต่างๆมากมาย ซึ่งได้มีงานวิจัยของ Pew Research Center at Harvard University : Teens and Mobile Apps Privacy เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้มือถือของวัยรุ่น ซึ่งสามารถสรุปข้อมูลต่างๆได้ดังนี้

1. 58% ของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกา จะ download apps ลง มือถือ หรือ แท็บเลต

2. 51 % ของวัยรุ่น จะหลีกเลี่ยงแอพพลิเคชั่นต่างๆ เนื่องจากปัญหา ความเป็นส่วนตัว

3. 26% ของวัยรุ่น จะลบ apps ทิ้งทันทีเมื่อพบว่า apps นั้นกำลังจะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว

4. 46% ของวัยรุ่นทั้งหมด จะปิดระบบ Location Tracking ในมือถือเพราะ กังวลเรื่อง ความเป็นส่วนตัว

ซึ่งพฤติกรรมของวัยรุ่นที่ต้องเจอกับ apps ที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว อาจเป็นสาเหตุมาจาก การใช้ apps ที่ฟรี เพราะได้มาง่ายและไม่จำเป็นต้องเสียเงิน แต่ต้องแลกกับข้อมูลส่วนตัวของตนเอง ซึ่งได้มีการสัมภาษณ์วัยรุ่นที่ใช้มือถือต่างๆ จากงานวิจัย Teens and Mobile Apps Privacy ซึ่งมีข้อมูลดังนี้

จากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง ได้ใจความว่า พวกเขามักจะเป็นวัยรุ่นที่ Download apps ที่เป็น social media, game,music,news,weather

ซึ่งได้มีการสัมภาษณ์วัยรุ่นที่ได้ Download apps ฟรี ดังนี้

เด็กผู้หญิง อายุ 13 : “ส่วนมาก ฉันจะโหลดฟรีค่ะ เพราะว่าถ้าไม่ชอบ ก็สามารถที่จะลบได้ทันที”

เด็กผู้หญิงอายุ 12 : "หลายครั้งที่ฉันไม่มีเงิน ฉันก็จะโหลดฟรี"

เด็กผู้หญิงอายุ 13 : "ตอน Download อะไรซักอย่าง คุณไม่รู้หรอกว่ามันดีหรือเปล่า แต่ถ้าของฟรี ไม่ดีก็ลบได้ "
เด็กผู้หญิงอายุ 17 : “apps บางตัวก็ไม่มีค่าพอกับ $1.99”
จะเห็นได้ว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่จะต้อง Download apps ฟรีมาใช้ ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหา Privacy ที่แฝงตามมากับ apps อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

flickr:9698987783

ที่มา:http://pewinternet.org/~/media//Files/Reports/2013/PIP_Teens%20and%20Mobile%20Apps%20Privacy.pdf

จากกราฟแสดงให้เห็นถึงจำนวนอัตราส่วนที่ผู้ใช้วัยรุ่นต้องการจะปิดระบบ Location Tracking เนื่องจากปัญหา Privacy ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ที่ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับ apps ซึ่งจะสามารถส่งต่อไปในโลกออนไลน์ได้อีก และสามารถที่จะสืบค้นจากผู้อื่นได้

มุมมองและความคิดเห็นของผู้ผลิต ต่อ ปัญหา Privacy

Steve Jobs อดีต CEO ผู้ล่วงลับของ APPLE ผู้ผลิต Smartphone ที่มีผู้ใช้หลายล้านเครื่องทั้วโลก ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ ปัญหา Privacy ไว้ในรายการ D8 ซึ่งเป็นคลิปใน youtube ชื่อว่า “Steve Jobs on Privacy, Steve Jobs at the D8 Conference (Video)” มีใจความว่า

“เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหา Privacy อย่างจริงจังมากใน Silicon wallay ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนได้เลย เช่น เรากังวลใจอย่างมากเกี่ยวกับ Location Apps ในโทรศัพท์มือถือ เรากลัวว่า เด็กผู้หญิงอายุ 14 ปี จะต้องเจอเรื่องร้ายๆที่รุนแรง เพราะ มือถือของเรา และกรณีตัวอย่างก็คือ ก่อนที่ Apps ใดใดเรา จะได้ ข้อมูล Location จะต้อง ขออนุญาตก่อนทุกครั้งว่า แอพพลิเคชั่นนี้กำลังจะใช้ข้อมูล location ของคุณ คุณตกลงหรือไม่ เราถามคำถามเช่นนี้ทุกครั้ง และเรายังทำอีกหลายๆ อย่างที่ที่จะบอกกับผู้ใช้ว่า แอพเหล่านี้กำลังจะทำอะไรกับมือถือของคุณ ด้วยเหตุนี้เราเลยต้องดูแล App store ของเราเป็นพิเศษ คุณเชื่อเถอะว่า เราได้ปฏิเสธ apps มากมายที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณ และดูดมันไปไว้ในระบบ Cloud” นอกจากนี้ Steve Jobs ยังให้ความเห็นอีกว่า “ “Privacy is mean ,in plain English, people know what they signing up for” ฉะนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นคนฉลาดและมีความสามารถพอที่จะอ่าน และก็มีคนที่อยากจะแชร์ข้อมูลรวมอยู่ด้วย ฉะนั้น สิ่งที่เราจะทำคือ ถามผู้ใช้ ถามทุกครั้ง และบอกเขาว่า เราจะทำอย่างไรกับข้อมูลเหล่านี้

ปัญหา Privacy เป็นปัญหาหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น ที่ควรจะต้องมองถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีความระมัดระวังมากขึ้น ในการใช้ แอพพลิเคชั่น แน่นอนว่าการออกแบบ แอพพลิเคชั่นที่ต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวอย่าง Location Sharing & Tracking ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน แต่ก็ยังถือเป็นดาบสองคมที่ยังต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมจากผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ยังต้องใส่ใจในเรื่องผู้บริโภคอยู่อีกมาก ว่าสิ่งที่ผู้บริโภคกังวลนั้นคืออะไร และปัจจัยในการเลือกซื้อแอพพลิเคชั่นคืออะไร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้บริโภคก็จะได้รับความปลอดภัย และความสบายใจในการใช้งานไปด้วย ส่วนผู้ผลิตก็สามารถที่จะได้รายได้เพิ่มจากแอพพลิเคชั่นที่ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหา Privacy
อ้างอิง
http://www.maximumpc.com/teens_growing_more_aware_mobile_app_privacy_issues2013
http://www.youtube.com/watch?v=39iKLwlUqBo
http://pewinternet.org/~/media//Files/Reports/2013/PIP_Teens%20and%20Mobile%20Apps%20Privacy.pdf

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License