041

"ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น"


กระทรวงไอซีทีเปิดตัวโปรแกรมประยุกต์ใช้งานบนแทบเล็ต “ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น” แพลตฟอร์มมาตรฐานเพื่อการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา



9710467902_d31bce0cf0_m.jpg 9710465206_33ccf5cae7_m.jpg

เป็นนโยบายการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาไทย ในโครงการคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) เพื่อการศึกษา หรือ One Tablet PC Per Child นั้น กระทรวงไอซีทีได้เร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ และยกระดับมาตรฐานคุณภาพทางการศึกษาของไทย โดย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และทีมงานโปรแกรมเมอร์ ร่วมมือกันพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ “ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น” เพื่อใช้ทดสอบการทำงานในโครงการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และแพลตฟอร์มมาตรฐานเพื่อให้บริการระบบซอฟต์แวร์ด้านการศึกษา ด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.0 ที่สามารถ ใช้งานได้ทั้งบนอุปกรณ์แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์พีซี บนแพลตฟอร์มยอดนิยมทั้ง Android , iOS และ Windows ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้วยระบบ E-learning ที่สามารถส่งความรู้ไปยังผู้เรียนโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยจะทดลองใช้โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถมเป็นแห่งแรก

สำหรับ “ไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น”เป็นนวัตกรรมใหม่ที่นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มาผนวกกับเครือข่ายข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ระบบบริการคลาวด์ และการนำศักยภาพของแท็บเล็ต มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการศึกษาในทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเร่งผลักดันการยกระดับคุณภาพและการกระจายโอกาสทางการศึกษา ทั้งด้านการพัฒนามาตรฐานหลักสูตรการเรียนรู้และวิธีการทดสอบความรู้ การพัฒนาครู อาจารย์ ในด้านทักษะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการสอน การพัฒนาการวิจัยและประเมินผล ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาการศึกษาเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และยั่งยืน มุ่งเน้นการใช้งานเพื่อส่งเสริมการทำแบบฝึกหัดของนักเรียน และการจัดการระเบียนคะแนนสะสมของนักเรียน โดยระบบจะครอบคลุมการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน 4 ฝ่ายที่สำคัญ คือ นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และโรงเรียน ซึ่งนับว่าเป็นกลไกในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การเรียนรู้ให้เป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียนในรูปแบบ Digital Classroom แบบหนึ่งต่อหนึ่ง และเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่จะเชื่อมโยงการเรียนรู้ทั้งจากโรงเรียนและบ้าน ซึ่งจะทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยครูและผู้ปกครองสามารถติดตามพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียนได้ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ด้วยวิธีการประเมินผลจากการทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย

ที่มา: http://www.thailandsmarteducation.com/

บทวิเคราะห์



9710470158_5b367aff6f_m.jpg

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า การที่ประเทศไทยจะพัฒนาระบบเศรฐกิจ สังคม วัฒนธรรมนั้นต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวให้มากขึ้นซึ่งต้องอาศัยกกระบวนการเรียนที่ดี มีคุณภาพ รัฐบาลจึงได้พยายามยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างหนึ่ง แต่ปัญหาด้านการศึกษาในประเทศไทยยังมีอยู่หลายประการเช่น ปัจจัยด้านบุคคลากร อาจารย์ไม่พอเพียงพอต่อนักเรียน จะเห็นได้ว่านักเรียนในต่อละห้องมีจำนวนมากเกินความเหมาะสมต่ออาจารย์ 1 คน ทำให้อาจารย์ไม่สามารถดูแล ให้คำแนะนำอย่างทั่วถึง อีกครั้งความรู้ความสามรถของอาจารย์บางคนก็ยังไม่ดีเท่าควร อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ ตัวนักเรียน ซึ่งบางคนไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ครอบครัวยากจน ไม่มีเงินซื้อเครื่องมือ สื่ออิเล็กทรอนิคส์ บางโรงเรียนตั้งอยู่ห่างไกลจากจากความเจริญ การเข้าทรัพยากรด้านการศึกษาจึงมีค่อนข้างน้อย ไม่ค่อยสนใจ ด้วยเนื้อหาวิชาที่ค่อนข้างยาก ทำให้นักเรียนไม่ค่อนสนใจในการเรียน อาจารย์สอนน่าเบื่อ ไม่มีความน่าสนใจ ทำให้การคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยลดต่ำลงเรื่อยๆ


การใช้แทบเล็ตเพื่อการศึกษาจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่จะใช้ในการให้ความรู้และพัฒนาการศึกษาของไทย โดยมีโปรแกรมไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น เป็นโปรแกรมการศึกษาต้นแบบโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิคส์ จากการวิเคราะห์พบว่า การใช้แท็บเล็ต เพื่อการศึกษาโดยใช้โปรแกรมไทยแลนด์ สมาร์ท เอ็ดดูเคชั่น มีข้อดี-ข้อเสียดังนี้


ข้้อดี:การเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่มีความรู้ทำได้ง่ายขึ้น โรงเรียนที่ขาดแคลนอาจารย์ สามารถใช้สื่ออิเล็กทรอนิคส์ แท็บเล็ตซึ่งมีโปรแกรมในการสอนตรงตามหลักสูตร ทำให้นักเรียนทั่วประเทศ สามารถเรียนรู้เนื้อหาในบทเรียนได้เหมือนกันทุกคน สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเรียนเฉพาะที่โรงเรียน สามารถเรียนรู้ได้ที่บ้าน ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาและติดตามผลการศึกษาของลูกหลานได้ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือเรียน นักเรียนไม่ต้องแบกกระเป๋า พกสมุดหลายเล่มมาโรงเรียน สะดวก รวดเร็วในการใช้ ทำให้การเรียนดูสนุกน่าสนใจ โดยการใช้ภาพและเสียง มีโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกกฤษจากเจ้าของภาษาอาจารย์สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและใช้สื่อในการเรียนการสอน เพิ่มความน่าสนใจในเนื้อหาการเรียน ทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีมากขึ้น


ข้้อเสีย:อุปกรณ์แท็บเล็ตจำเป็นต้องต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ในบางท้องที่ที่ไม่ไม่สัญญาณอินเตอร์เน็ตสามารถใช้งานได้ อาจารย์ไม่มีความรู้ในการใช้แท็บเล็ต โปรแกรมการศึกษายังมีน้อยอยู่ ยังไม่ครอบคุมความรู้ทั้งหมด จึงเป็นหน้าที่ของทีมงานในการพัฒนาโปรแกรม หลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริง อีกทั้งงบประมาณในการจัดซื้อและพัฒนาโปรแกรมแท็บเล็ตค่อนข้างสูง นักเรียนบางคนใช้แท็บเล็ตในทางที่ผิด ไม่เหมาะสม ต้องมีโปรแกรมควบคุมและมาตราการการป้องกันที่เข้มงวดรัดกุม บางครั้งการใช้แท็บเล็ตเป็นเวลาทำให้นักเรียนมีปัญหาทางด้านสายตา ปฎิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ นักเรียนและผู้ปกครองน้อยลง


ข้อเสนอแนะ


รัฐบาลควรพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย พัฒนาระบบสัญญาณให้มีความรวดเร็วและมีเสถียรภาพซึ่งถือได้ว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานในพัฒนาการใช้แท็บเล็ตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


Reference

http://www.thailandsmarteducation.com/
http://www.thairath.co.th/content/tech/367315
http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=WNSOC5609020020003
http://www.thailandsmarteducation.com/main/press_release

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License