'ไลน์' โตก้าวกระโดดเปิดตัว 3 บริการใหม่ รองรับผู้ใช้งาน 300 ล้านคนในสิ้นปีนี้

LINE corporation ผู้ให้บริการโปรแกรมสนทนา และ เกมบนมือถือ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย มีการจัดประชุมประจำปี “Hello, Friends in Tokyo 2013” ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายอกิระ โมริกาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น สรุปความสำเร็จของธุรกิจหลังจาก เปิดให้บริการมา 2 ปี ว่า ขณะนี้มีผู้ใช้งาน LINE ทั่วโลก 230 ล้านคน ซึ่งมีฐานผู้ใช้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซนต์แล้วประมาณ 460% ไทยเป็นอันดับ 2 มีผู้ใช้งาน 18 ล้านคนรองจากญี่ปุ่น ไต้หวัน 17 ล้านคน สเปน 15 ล้านคน และอินโดนีเซีย 14 ล้านคน และกำลังเติบโตในยุโรป แอฟริกา และลาตินอเมริกา และมีสถิติอื่นๆดังนี้
• สติ๊กเกอร์ต่างๆ นั้นถูกส่งไปมากกว่า 1,000 ล้านตัวทั่วโลกและข้อความก็ถูกส่งมากถึง 7,000 ล้านข้อความ
• ยอดขายของสติ๊กเกอร์ทั่วโลก เมื่อแปลงเป็นญี่ปุ่นก็มากถึง 1,000 ล้านเยนต่อเดือน
• สามารถขายลิขสิทธิ์ของตัวการ์ตูนใน LINE (บราวน์,โคนี่,มูน และหลายๆ ตัวของ LINE) ได้ 4,000 ล้านเยน
• แต่ละวันมีความเคลื่อนไหวในแอพ (แชท,โพส,กดถูกใจและคอมเมนท์ในโพส) 54 ล้านครั้ง
• แอพพลิเคชั่นอื่นๆ ในเครือของ LINE มีทั้งหมด 52 แอพ แบ่งเป็นเกม 36 แอพและแอพอื่นๆ (เช่น LINE camera, LINE manga) อีก 16 แอพ โดยที่ยอดรวมของแอพทั้งหมดอยู่ที่ 290 ล้านครั้ง
• มีองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า 100 องค์กรทั่วโลกที่ทำออฟฟิศเชียลแอคเคานท์
• ไทม์ไลน์ในญี่ปุ่นมียอดผู้ใช้ 29 ล้านคน โตขึ้น 220%

ปัจจุบันรายได้ของไลน์มาจาก 4 ช่องทาง คือ 1. ขายสติกเกอร์ 2 .ขายไอเทมบนไลน์แฟมิลี่และเกม 3. มาร์เก็ตติ้งโซลูชั่นบีทูบี และ 4 . ไลเซนส์หรือค่าลิขสิทธิ์ของที่ระลึกต่าง ๆ โดยในครึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 9,800 ล้านเยน มีอัตราการเติบโต 32 เท่าหรือ 3,257% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนจากทูลมาเป็นแพลตฟอร์ม และมีรายได้จากการขายสติกเกอร์เดือนละ 1,030 ล้านเยน จากสติกเกอร์มากกว่า 1 หมื่นแบบ และเตรียมจะขยายช่องทางการชำระเงินซื้อสติกเกอร์และไอเทมให้มากขึ้น เช่น ตามร้านสะดวกซื้อ จากเดิมที่ผ่านบัตรเครดิต โดยจะเริ่มที่ญี่ปุ่นก่อนจะขยายไปประเทศอื่น

โดยปีนี้นอกจากตั้งเป้าหมายเป็น brand ชั้นนำของโลกแล้วยังเตรียมเปิดบริการใหม่ที่คาดว่าจะโดนใจผู้ใช้งาน ได้แก่ LINE Vdo call, LINE Music และ LINE Mall สำหรับขายสินค้า ออนไลน์ โดย LINE มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานให้ทะลุ 300 ล้านคน ให้ได้ภายในปี2013 นี้ โดยจะเพิ่มบริการ, คอนเทนท์ใหม่ๆที่น่าสนใจ พร้อมทั้งขยายบริการไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น

การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์(บริการ)ใหม่ของ LINE
LINE Video Call
ที่จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกภายในปีนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นการเพิ่มฟังชันก์การใช้งานนอกเหนือจากการโทรและแชทแบบ ทำให้ผู้ใช้งานได้สนุกสนานในการคุยแบบเห็นหน้ากัน อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ที่ใช้งาน Video Call ของแอพอื่นอยู่แล้ว อย่าง Skype ,Facetime หรือ Tango แต่ฟังก์ชั่น Video Call ของไลน์นอกจากสามารถใช้งานกับ iPhone , Android ยังได้กับ PC ทั้ง Windows และ Mac อีกด้วย นับว่ามีความยืดหยุ่นในเรื่องอุปกรณ์ที่สามารถใช้งาน(รัน)ได้สูงมากอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
LINE MUSIC
บริการเพลงออนไลน์ เป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในแอพ สามารถซื้อเพลงผ่านแอพได้เลย และผู้ใช้ยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สนุกสนานและหลากหลายแนวเพลง ทั้ง K-pop , J-pop และแนวเพลงทางฝั่งตะวันตก จุดเด่นคือเพลงที่คุณซื้อมาจาก LINE MUSIC สามารถนำมาแชร์กับเพื่อนในไลน์ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนอกจากการแชร์ข้อความ ข่าวสาร จะมีการแชร์เพลงมากด้วยเช่นกัน ทำให้เพื่อนของเราสามารถฟังเพลงได้ฟรีๆแล้วอาจจะเข้าไปซื้อเพลงด้วยเช่นกัน นับว่าไลน์ออกแบบบริการได้ครอบกับความต้องการของผู้ใช้ Social network มาก บริการนี้จะเปิดตัวให้ใช้งานในญี่ปุ่นก่อน และจะเปิดตัวให้ใช้งานได้ทั่วโลกในอีกไม่ช้า
LINE MALL
เป็นบริการ E-commerce สำหรับใช้บนสมาร์ทโฟน ที่พัฒนาโครงสร้างใหม่ให้สามารถทำทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในแอพพลิเคชั่นเดียว ประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบใหม่ ที่ใครๆก็ซื้อขายได้ง่ายๆทุกที่ทุกเวลา แค่มีสมาร์ทโฟน โดยจะเปิดตัวในญี่ปุ่นก่อน ก่อนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ โดยจะดูจากความพร้อมในเรื่องการชำระเงิน การขนส่งสินค้า และพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของคนในประเทศนั้น ๆ ฟีเจอร์นี้ค่อนข้างน่าสนใจว่าจะออกมาในรูปไหน เพราะตอนนี้กระแสการขายสินค้าผ่าน กำลังมาแรง LINE MALL นี้อาจจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบ การขายสินค้าในบ้านเราเลยก็เป็นได้ ซึ่งอาจจะทำให้ช่องช่องการติดต่อของร้านค้ากับกลุ่มลูกค้า การเลือกซื้อ การแชร์สินค้าต่อ ทำได้ง่ายขึ้น และรวดเร็ว เพราะว่าสามารถทำทุกอย่างเสร็จสิ้นได้ในที่เดียว นับว่าบริการนี้น่าสนใจสำหรับคนไทยอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ขายสินค้าผ่านทาง Social network สูงขึ้นเรื่อยๆ

LINE Web Store
เป็นเว็บสโตร์ที่ผู้ใช้สามารถซื้อสติกเกอร์ LINE หรือ LINE GAME แบบมีค่าใช้จ่าย ผ่านบราวเซอร์บนเดสค์ท็อปPC, หรือสมาร์ทโฟน ทั้งยังอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ LINE ทั่วโลก โดยเพิ่มช่องทางให้สามารถชำระค่าบริการได้หลากหลายยิ่งขึ้น ผ่านบัตรเครดิต, PayPal, ชำระผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ, ชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และบัตรเติมเงิน ฯลฯ นอกเหนือจากการชำระแบบเดิมผ่านแอพพลิเคชั่นใน App Store / Google Play โดยจะให้บริการที่ญี่ปุ่นและไต้หวันก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงจะขยายบริการสู่แต่ละประเทศ เป็นลำดับๆต่อไป โดยระบบชำระเงินในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน ส่วนบัตรเติมเงิน มีกำหนดจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อต่างๆภายในญี่ปุ่นรวมกว่า 36,500 สาขา ดังนี้ 7-Eleven (เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน), FamilyMart (เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม), และ Lawson (เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม)

จากการที่นายจิน วู ลี ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น ซึ่งดูแลธุรกิจไลน์ ในประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์จะให้ความสำคัญกับตลาดในไทย หลังจากตลาดไต้หวันเริ่มอิ่มตัวจากจำนวนผู้ใช้งานไลน์ 17 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 25 ล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ใช้งานไลน์ 18 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศ 65 ล้านคน จึงยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะตอนนี้สมาร์ทโฟนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงมีการเปิดให้บริการ 3 จี แล้ว จึงเกิดการ์ตูน Line Town หรือชื่อไทยน่ารักๆว่า “ไลน์ทาวน์ เพื่อนรัก” ที่ฉายในประเทศไทย และบริษัท กันตนา กรุ๊ปก็ได้ประกาสคว้าลิขสิทธิ์การตูนซีรีย์ “Line Town” ก็สามารถรับชมได้ทางช่อง 5 ทุกวันพฤหัส เวลา 17.20-17.55 น. เริ่มออกอากาศ 29 สิงหาคมเป็นวันแรก ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้าไลน์คาแรคเตอร์แบบถูกลิขสิทธิ์ เร็วๆนี้เตรียมเป็นเจ้าของกันได้ เพราะตอนนี้มีบริษัทไทยได้ลิขสิทธิ์มาผลิตเป็นสินค้าหรือเมอร์ชันไดซ์ อาทิ เสื้อยืด กระเป๋า เครื่องประดับ ฯลฯ และบริหารลิขสิทธิ์ในการนำ 4 คาแรกเตอร์ คือ Brown, Moon, Cony และ James ดังกล่าว ไปใช้ในสินค้าต่างๆ เชื่อมั่นว่าจะเป็นคาแรกเตอร์เด่นที่สามารถดำเนินรอยตามความสำเร็จของคาแรกเตอร์ระดับคลาสสิกอย่างโดราเอมอน และจะไม่เป็นแค่กระแสแฟชั่นเหมือนการ์ตูนอีกหลายตัว เช่น แองกรี้เบิร์ด ซึ่งชะลอความนิยมไปแล้ว

วิเคราห์กลยุทธ์ที่ทำให้ LINE ประสบความสำเร็จ
กลยุทธ์เพื่อทำให้ไลน์เป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลก คือการเจาะตลาดในแต่ละท้องถิ่น หรือภูมิภาคเน้นการใช้งานที่ง่ายและสนุกและมีคอนเทนต์หรือเนื้อหาเหมาะกับวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้น ๆ พร้อมร่วมมือพาร์ตเนอร์ในท้องถิ่นและ
1. ทำไลน์เป็นภาษาท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ไลน์รองรับ 17 ภาษาทั่วโลก
2. ทำสติกเกอร์ให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น
3. สติ๊กเกอร์ มีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
4. สามารถสร้างคอมมิวนิตีได้ถึง 100 คน ขณะที่วอทส์แอพ ทำได้เพียง 30 คนเท่านั้น
5. การใช้แอพพลิเคชัน LINE ใช้งานง่าย และมีลูกเล่นหลากหลาย จุดเด่นอยู่ที่ไลน์สติกเกอร์ที่ใช้งานง่ายและมีความน่ารัก ที่ให้โหลดใช้ฟรี
6. เมื่อมีคนใช้งานจำนวนมากระดับหนึ่ง จะขยายสาขาหรือตั้งสำนักงานไปประเทศนั้น ๆ
7. การเปิดตัวเวอร์ชันบน Computer PC
8. มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งเช่น เกมส์ใหม่ๆที่ออกมาตลอด สติ๊กเกอร์ลายใหม่ๆ ลูกเล่นเสริมอื่นๆมากมาย รวมทั้งบริการใหม่ 3 ตัวที่กล่าวข้างต้น
ปัจจุบันมีองค์กรใหญ่มากกว่า 100 องค์กรทั่วโลกที่ทำออฟฟิศเชียลแอคเคานท์ ซึ่งก็จะมีคอนเทนต์ที่เหมาะกับท้องถิ่นนั้น ส่วนในไทยก็มีองค์กรใหญ่อย่างเมืองไทยประกันชีวิต และทรูมูฟ เอช ก็สามารถติด TOP 5 ของออฟฟิศเชียลแอคเคานท์ทั่วโลก ถือเป็นการสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิภาพ มีหลายองค์กรสนใจนำไลน์ไปใช้ในการสื่อสารการตลาดและได้ผลตอบรับที่ดี เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ โดยเฉพาะสินค้าใหม่ หรือสินค้าและบริการที่ต้องการจับกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน นอกจากนี้ LINE ยังเหมาะที่จะทำเป็นทูลสำหรับการทำ Direct marketing เพราะช้อความที่ส่งถึง Followers นั้น สามารถเข้าถึงกลุ่ม Followers ได้ในทันที ในเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ LINE ค่อนข้างสูงกว่า whatsapp เนื่องจาก LINE จะไม่บอกว่าผู้ใช้ออนไลน์อยู่ หรือเข้าออก-เวลาไหน เหมือนที่ whatsapp มี ผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวจึงนิยมหันมาใช้ไลน์มากกว่า
สิ่งที่ทำให้ไลน์เหนือว่าแอพพลิเคชั่นสนทนาอื่น ๆ คือการไม่หยุดนิ่งที่จะเพิ่มบริการใหม่ ๆ เพื่อเป็นจุดดึงดูดให้ผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากเมื่อช่วงเปิดตัวใหม่ ๆ แอพพลิเคชั่นแชตยอดนิยม คือ whatsapp แต่เมื่อไลน์เปิดให้ใช้บริการฟรี และเป็นแอปพลิเคชั่นที่เป็นมากกว่าการแชต ก็สามารถชนะขึ้นเป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมอันดับ 1 ในหลาย ๆ ประเทศ สาเหตุก็อาจจะมาจากการที่ไลน์มีสติ๊กเกอร์ที่น่ารัก ดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมใช้โปรแกรมแชต ทำให้เกิดการชักชวน (word of mouth) ไปยังกลุ่มคนอื่นๆทุกเพศทุกวัย แม้กระทั่งผู้คนบางกลุ่มที่ไม่เคยใช้โปรแกรมแชตก็ยังหันมาสนใจ ทำให้ไลน์ได้รับความนิยมต่อเนื่อง จึงต้องมีฟีเจอร์และบริการใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดจนติดท็อปเทน แอพพลิเคชั่น ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกไปแล้ว แต่ไลน์คงไม่หยุดเพียงเท่านี้ และเดินหน้าต่อไป เพื่อเสนอบริการคอนเทนต์และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง คาดว่าอนาคต Line เตรียมกินรวบทั้งตลาด Mobile Communication, Contents, และ Commerce เพื่อการมุ่งสู่การเป็นระบบพื้นฐานของชีวิตผู้คนทั่วโลก

ที่มาของข่าว: http://linecorp.com/en/press/2013/0821592
อ้างอิงเพิ่มเติม: http://www.thairath.co.th/content/tech/365192
http://www.mcot.net/site/content?id=521508c2150ba0931000016b#.Ui4Di8ZkPhA

ผู้จัดทำ: นางสาวนาตยา เข็มทอง ID: 5510211050

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License