052

ชื่อ ชานนท์ วัฒนอุตมเสถียร รหัสนักศึกษา 5510211052

Samsung Galaxy Gear

สรุปเนื้อหา

บริษัทซัมซุงได้จดเครื่องหมายการค้าในชื่อ "Samsung Galaxy Gear" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัฉริยะ ที่สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐอเมริกา (USPTO) เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ.2013 โดย Lee Young hee รองประธานฝ่ายธุรกิจโมบายของบริษัทซัมซุงออกมายืนยันว่า ทางบริษัทจะเปิดตัว Samsung Galaxy Gear ในงาน Samsung Unpacked 2013 Episode 2 ที่ IFA ที่จะจัดขึ้นในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันในวันที่ 4 กันยายน 2013 พร้อมกับการเปิดตัว Galaxy Note 3 รุ่นใหม่ (DAILYGIZMO. 2013; SiamPhone, 2013)

ผู้บริหารของบริษัทซัมซุง (DAILYGIZMO. 2013; SiamPhone, 2013) กล่าวว่า Samsung Galaxy Gear เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งทางบริษัทยังไม่ใช้จอแสดงผลที่สามารถดัดโค้งงอได้ (flexible display) ซึ่งจอแสดงผลดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ตามข่าวสารต่าง ๆ หรือทางเว็บไซต์ ออกมาเป็นต้นแบบสำหรับอุปกรณ์ในอนาคตของบริษัทซัมซุง แต่อย่างไรกนาฬิกาอัฉริยะหรือ Smart Watch บริษัทซัมซุงจะพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการปรับเปลี่ยนเพื่อใช้หน้าจอแบบ Flexible Display ที่มีลักษณะพิเศษที่ออกแบบมาให้สามารถบิดโค้งงอในรูปแบบต่าง ๆ ในอนาคต

ซึ่งรูปแบบของนาฬิกาอัฉริยะหรือ Smart Watch จะมีรูปแบบดังต่อไปนี้
flickr:9710153070
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 2013

โดยรูปแบบของผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัฉริยะที่บริษัทซัมซุงพยายามจะใช้เป็นหน้าจอโค้งงอ (flexible display) ซึ่งเป็นงานการออกแบบจากเว็บ Voucher Codes Pro
flickr:9706913915
ที่มา : SiamPhone, 2013

โดยเว็บไซต์ SamMobile (Chris Davies, 2013) ได้เผยว่า Samsung Galaxy Gear นั้น จะมีรหัสว่า SM-V700 ซึ่งการออกแบบนั้น จะคล้ายกับ นาฬิกาข้อมือทั่ว ๆ ไป แต่สามารถเชื่อมต่อกับ สมาร์ทโฟน ได้โดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน สมาร์ทโฟน ได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ เพราะทุกอย่างจะแสดงบนหน้าจอของ Samsung Galaxy Gear หรือนาฬิข้อมืออัฉริยะ

ซึ่งคุณสมบัติของนาฬิกาอัฉริยะจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล (CPU) Dual-core Samsung Exynos 4212 processor ความเร็ว 1.5 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM Mali-400 MP4, RAM 1GB, หน้าจอแสดงผลขนาด 1.67 นิ้ว ความละเอียด 320 x 320 พิกเซล, กล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซลและ รองรับการเชื่อมต่อ NFC และ Bluetooth (SiamPhone, 2013; DAILYGIZMO, 2013 ) ยิ่งไปกว่านั้น วงจรภายในของนาฬิกาอัฉริยะหรือ Samsung Galaxy Gear ยังจะได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชันสำหรับการสอดส่องดูแลสุขภาพ และจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเหมือนกับ Tablets และ Phones หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในประเภท Galaxy ของบริษัทซัมซุง (Joanna Stern. 2013)

นอกจากนั้นสีของผลิตภัณฑ์มีทั้งหมด 4 สีคือ สีม่วง,สี แดง,สี เขียวและสีฟ้า และมีการทำงานของ CNET ซึ่งเป็นสิ่งที่จะตรวจสอบสภาพร่างกายของผู้ที่สวมใส่ Samsung Galaxy Gear เช่น การตรวจการเต้นของหัวใจ การวัดความดัน ดารตรวจการไหลเวียนโลหิต เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะถูกติดตั้งใน Samsung Galaxy Gear ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจในผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัฉริยะ (Jonathan Weinberg, 2013)

สำหรับด้านคู่แข่งขันทางธุรกิจ หลังจากที่บริษัทซัมซุงออกมากล่าวถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Samsung Galaxy Gear หรือนาฬิกาอัฉริยะ ทำให้คู่แข่งอย่าง Apple และ Google รวมไปถึง Microsoft ให้ความสนใจและพยายามคิดต้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัฉริยะหรือ smart watches โดยบริษัท Apple มีความพยายามที่จะจดทะเบียนทางเครื่องหมายทางการค้า (trademark) ในชื่อ "iWatch" และได้จ้างพนักงานที่มีความรู้ความสามารถจากอุตสาหกรรมแฟชั่น (fashion industry) (Chutchawal, 2013; Joanna Stern. 2013) นอกจากนั้นบริษัท Apple, Dell, Motorola, Microsoft, Sony, LG and a world + dog of crowd-funded companies ได้มีการวางแผนเกี่ยวกับการขาย wrist-mounted computers ในอุตสาหกรรมดังกล่าว (Lain Thomson, 2013) นอกจากนั้นใน ยักษ์ใหญ่ควอลคอมม์ (Qualcomm) ก็เปิดตัวสมาร์ทวอตช์ของตัวเองเช่นกัน มาพร้อมหูฟังไร้สายที่ผู้ใช้จะสามารถใช้งานได้สะดวก การันตีประหยัดพลังงานแม้จะเปิดเครื่องตลอดเวลาหรือ always-onนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ของควอลคอมม์นี้มีชื่อรุ่นว่า Toq กำหนดการวางจำหน่ายคือไตรมาส 4 ปี 2013 คาดว่าจะจำหน่ายในราคา 300 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,600 บาท การเปิดตัวสมาร์ทวอตช์ของควอลคอมม์เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทวอตช์ในงาน IFA ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี โดยสมาร์ทวอตช์ของซัมซุงใช้ชื่อว่า Samsung Galaxy Gear ตามข่าวลือ ซึ่งมีการเพิ่มคุณสมบัติทั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเอียงเครื่อง accelerometer และ gyroscope, เซ็นเซอร์วัดจำนวนก้าว pedometer, กล้องถ่ายภาพ รวมถึงแอปพลิเคชันกว่า 70 แอปพลิเคชัน (ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 2013)

มีรายงานการวิเคราะห์ของ Rosy Analysts' Reports (Lain Thomson, 2013) พบว่า ตลาดนาฬิกาอัฉริยะ (Smart Watch market) เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง (huge potential) แต่อย่างไรก็ตามมีตัวบ่งชี้จำนวนน้อย (little indication) เกี่ยวกับบุคคลที่มีความสนใจอย่างสูงของผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งราคาของ hardware ลดลง ซึ่งเป็นความท้าทายของการพัฒนาบางสิ่งบางอย่างหรือเทคโนโลยีให้สามารถใช้ระบบสัมผัสที่มีขนาดเล็กและสามารถที่จะใช้ประโยชน์จาก battery ที่ยาวนานมากขึ้น

จากเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ในวันที่ 4 กันยายน (2013) พบว่า "Galaxy Gear" มาพร้อม 70 แอปพลิเคชันซึ่งพร้อมให้บริการแล้วในปัจจุบันนี้ โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้สมาร์ทว็อตช์สามารถติดตามเครือข่ายสังคมของตัวเองได้ทันเหตุการณ์ รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพได้โดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริมให้ยุ่งยาก ส่วนหนึ่งใน 70 แอปพลิเคชันที่ซัมซุงนำมาสาธิตการทำงานบนเวทีเพื่อแสดงความสามารถของนาฬิกา Gear คือแอปพลิเคชันโน้ตออนไลน์อย่างเอเวอร์โน้ต (Evernote), โซเชียลมีเดียที่กำลังเริ่มฮิตอย่างพาร์ธ (Path) รวมถึงแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซอย่างอีเบย์ นอกจากนั้น Line ยืนยันว่าจะเปิดตัวบนนาฬิกา Gear ในเดือนตุลาคม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อ่านข้อความแชตที่สนทนาค้างไว้ ส่งสติกเกอร์ และได้รับข้อความเตือนเมื่อมีข้อความใหม่มาถึง ได้ผ่านนาฬิกาอัจฉริยะ แต่อย่างไรก็ตามหากเทียบกับสมาร์ทว็อตช์ของค่ายโซนี่ ที่เปิดตลาดแล้วในชื่อ SmartWatch 2 และเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะพบว่าซัมซุงมีแอปพลิเคชันจำนวนน้อยกว่า เนื่องจาก SmartWatch 2 รองรับ 200 แอปพลิเคชันในปัจจุบันแต่ 200 แอปพลิเคชันของโซนี่ไม่ใช่แอปพลิเคชันยอดนิยมที่รู้จักกันในวงกว้าง ทำให้ Gear มีความได้เปรียบ
flickr:9710153010
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 2013

บทวิเคราะห์ SWOT

Strengths
จากการศึกษาข้อมูล หากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถประดิษฐ์และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้จะสามารถ เปิดอุตสาหกรรมนาฬิกาอัฉริยะ หรือ smart watches ซึ่งตลาดดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตและสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัทได้ โดยเปิดโอกาสที่ดีที่บริษัทซัมซุงมีความพยายามและเปิดตัวผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัฉริยะได้เป็นบริษัทลำดับต้นก่อนบริษัทคู่แข่งอื่น ๆ แม้ว่าบริษัทก่อนหน้านี้บริษัทโซนี่เปิดตลาดในชื่อ SmartWatch 2 และเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยโซนีรองรับ 200 แอปพลิเคชันในปัจจุบันแต่ 200 แอปพลิเคชันของโซนี่ไม่ใช่แอปพลิเคชันยอดนิยมที่รู้จักกัน หากเปรียบเทียบกับ Galaxy Gear 70 แอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดเอื้ออำนวยให้บุคคลใช้มากกว่า เช่น Evernote, Path, E-bay รวมไปถึง Line ยืนยันว่าจะเปิดตัวบนนาฬิกา Gear ในเดือนตุลาคม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อ่านข้อความแชตที่สนทนาค้างไว้ ส่งสติกเกอร์ และได้รับข้อความเตือนเมื่อมีข้อความใหม่มาถึง ได้ผ่านนาฬิกาอัจฉริยะ หากบริษัทซัมซุงสามารถสร้างNetwork Effect ซึ่งคุณค่าของเทคโนโลยีจะเพิ่มมากขึ้นหากมีผู้ใช้จำนวนที่มากขึ้น เช่น การสร้าง Social Media ผ่านนาฬิกาอัฉริยะให้เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน เป็นต้น และพยายามที่จะสร้างกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมากเพื่อเพิ่มผู้ใช้งานอีกกลุ่มหนึ่ง ตัวอย่างเช่น หากนาฬิกาอัฉริยะหรือ Samsung Galaxy Gear สร้างแรงจูงใจ (Motivation)ในการใช้งานให้มีจำนวนผู้ใช้จำนวนมาก นำไปสู่การเข้ามาใช้ของอีกกลุ่มหนึ่งคือ นักโฆษณา นักประชาสัมพันธ์ ตลอดจนลูกค้าองค์กรที่ต้องการติดต่อสื่อสารกับบุคคลทั่วไปหรือลูกค้าของบริษัทในช่องทางดังกล่าว นอกจากนั้นหากบริษัทซัมซุงสามารถที่จะก่อให้เกิด Network Effect จะนำไปสู่ความสามรถในการแข่งขันทางธุรกิจ และเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ระหว่าง บริษัทซัมซุงกับลูกค้าที่ใช้นาฬิกาอัฉริยะ (Ended User) และนักโฆษณา นักประชาสัมพันธ์ หรือเป็นตัวกลางทางการค้าในระบบออนไลน์ (Online) ตลอดจนบริษัทซัมซุงยังสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวเป็นช่องทางในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับองค์กรของตนเอง ผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการขาย ข้อมูลใหม่ ๆ ของบริษัทซัมซุงได้อีกด้วย หากในอนาคตเป็นไปได้จริงเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจะส่งเสริมให้เป็นจุดแข็งของธุรกิจและสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทซัมซุง และนำไปสู่การทำให้มีโอกาสสร้างให้เกิดมาตรฐานของอุตสาหกรรม (Standard of Industry) นาฬิกาอัฉริยะได้อีกด้วย

หากพิจารณาถึงรูปลักษณ์และการใช้งานของผลิตภัณฑ์ พบว่า ผู้ใช้นาฬิกาอัฉริยะ หรือ Samsung Galaxy Gear ที่สามารถเชื่อมต่อในระบบออนไลน์ (Online System) ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือสื่อสารเช่น มือถือที่ต้องยกขึ้นมาดูการสนทนา การสื่อสาร การติดต่อในโลกออนไลน์หลายครั้งหรือบ่อย ๆ ถ้าหากนาฬิกาอัฉริยะสารมารถพัฒนาได้ถึงการติดต่อสื่อสารทางการโทรศัพท์ได้ และสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในนาฬิกาอัฉริยะได้ ในอนาคตนาฬิกาอัฉริยะอาจจะสามารถเข้ามาเป็นสินค้าทดแทนของโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย เนื่องจากนักศึกษามีความเห็นว่า หากนาฬิกาอัฉริยะสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม น่าใช้ ง่ายต่อการใช้งาน จะทำให้ผู้ใช้บางคนหรือบางกลุ่มบุคคลมีความรู้สึกว่าสะดวกแก่การใช้งาน ไม่สูญหายง่าย รวมไปถึงการสวมใส่นาฬิกาสำหรับบางบุคคลเป็นสิ่งที่ส่งเสริมบุคลิกภาพภายนอกอีกด้วย อย่างไรก็ตามนาฬิกาอัฉริยะที่เป็นเทคโนโลยีใหม่นี้มีการออกแบบ Function การใช้งานของ NFC ซึ่งผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบสื่อสารในระยะใกล้และการติดต่อสื่อสารในระยะใกล้ ตลอดจนการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านนาฬิกาอัฉริยะดังกล่าว เช่น การส่งข้อความที่อยู่ในรูปของตัวอักษร การส่งข้อความเสียง การส่งข้อความรูปภาพ การส่งข้อความวีดีโอ หรือแม้แต่การทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ก็สามารถที่จะทำเสร็จโดยผ่านนาฬิกาอัฉริยะ นอกจากนั้นนาฬิกาอัฉริที่ออกมาในรุ่นแรกนี้หน้าจอเป็นแบบแข็ง ไม่สามารถโค้งงอได้ ซึ่งบริษัทซัมซุงได้มีการออกแบบหน้าจอให้สามารถโค้งงอได้สำหรับในอนาคต หากสามารถกระทำได้จริงจะเป็นการสร้างความน่าสนใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทซัมซุงตลอดจนเป็นการยกระดับของอุตสาหกรรมนาฬิกาอัฉริยะ

หากเปรียบเทียบจุดแข็งของ หน้าจอของ Samsung Galaxy Gear กับ SmartWatch 2 ของโซนี่ พบว่ามี Galaxy Gear มีจุดแข็งคือ Samsung Galaxy Gear เป็น screen of tiny bit ที่มีขนาด 1.63 นิ้ว ใหญ่กว่าของโซนี่ที่มีขนาดเพียง 1.6 นิ้ว อีกทั้งหน้าจอของโซนีเป็นแบบ LCD 176 x 220 pixel แต่ซัมซุงเป็นหน้าจอ Super AMOLED screen 320 x 320 pixel ซึ่งคมชัดกว่าของโซนี่ รวมไปถึงความสามารถในการทดต่อสภาพอากาศ (Weather resistance) เนื่องจาก SmartWatch 2 ของโซนี่สามารถทนต่อสภาพอากาศชื้นได้ แต่ไม่สามารถกันน้ำ ในกรณีที่ใส่อาบน้ำ หรือแม้กระทั้งฝนตก ซึ่ง Samsung Galaxy Gear สามารถกันน้ำได้ในระดับความลึกตื้น ๆ ได้ไม่เกิน 30 นาที โดยได้รับการรับรองจาก IP67 และหากเปรียบเทียบความสามารถทางด้าน Functionality พบว่า SmartWatch 2 ของโซนี่ไม่มี speaker ซึ่งต้องการชุดหูฟัง Bluetooth headset แต่ซัมซุงมีกล้อง 1.9 ล้าน สามารถถ่ายรูปได้และมี speaker รวมไปถึงมี microphones สองตัว ทางด้านพลังงาน พบว่า Samsung Galaxy Gear สามารถใช้งานและประหยัดพลังงานได้มากกว่า SmartWatch 2 ของโซนี่ เนื่องจากซัมซุงมี Single-Core หน่วยประมวลผล 800MHz มี Ram 512MB และหน่วยความจำ 4GB ซึ่งมากกว่าของโซนี่ The Galaxy Gear มีการใช้ Bluetooth, version 4.0 ในขณะที่ปกติจะใช้ 3.0 ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่า สำหรับการเชื่อมต่อ( Connectivity) มี Bluetooth ใช้สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง ในขณะที่ NFC ใช้ในการเชื่อมต่อ และยังมี IR transmitter ที่สามารถใช้ควบคุมโทรทัศน์ในระยะใกล้

Weakness
หากพิจารณาจุดอ่อนของ Samsung Galaxy Gear ในด้านความเข้ากันได้ของเครื่องมืออื่น ๆ กับนาฬิกาอัฉริยะ (Compatibility) พบว่า SmartWatch 2 ของโซนี่สามารถใช้กับ running Android 4.0 หรือใหม่กว่าได้ ซึ่งไม่ต้องการโทรศัพท์ที่เฉพาะเจาะจงในการใช้งานร่วมกัน แต่สำหรับ the Galaxy Gear ต้องใช้กับโทรศัพท์ที่เฉพาะคือ Galaxy Note 3 ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกัน หรือเครื่องมืออื่น ๆ พวก Galaxy S4, Galaxy S3 และ Galaxy Note 2

นอกจากนั้นจุดอ่อนของ the Samsung Galaxy Gear คือด้านราคาที่มีราคาสูงกว่า SmartWatch 2 ของโซนี่ กล่าวคือ SmartWatch 2มีราคาเพียง £130 ใน UK ซึ่งสามารถสั่งซื้อ pre-order ผ่านระบบ online แต่ The Galaxy Gear แพงกว่ามาก ขายในราคา $300 ใน US ซึ่งมีราคาประมาณ £280-300 ใน UK ซึ่งราคาเทียบเท่ากับนาฬิกาของ Garmin Forerunner 910XT GPS watch ยิ่งไปกว่านั้นนาฬิกาอัฉริยะดังกล่าวยังไม่สามารถใช้ GPS, Wi-Fi และ 3G ได้ในปัจุบัน แต่อย่างไรก็ตามจะมีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ในอนาคต โดย GPS จะเริ่มเพิ่มเข้าไปใน Samsung Galaxy Gear โดยสามารถใช้งานในหน้าที่ sports watch ซึ่งไม่ใช่แผนที่เหมือนในโทรศัพท์

Opportunities
แม้ว่าในช่วงแรกอาจจะเกิด cannibalization แต่ถ้าหากบุคคลทั่วไปเกิดการยอมรับวงกว้างทางสังคมจะส่งผลต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยรวมเพิ่มมากขึ้น และเป็นการสร้างความหลากหลาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน หากสามารถสร้าง Network Effect จะสามารถสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมนาฬิกาอัฉริยะได้ (Standardization) นอกจากนั้นยังสามารถเป็นช่องทางการสื่อสารของบริษัทซัมซุงกับลูกค้าผู้ที่ใช้นาฬิกาอัฉริยะได้ด้วย ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจที่บริษัทซัมซุงจะต้องสร้าง รักษาและพัฒนาเทคโนโลยีนาฬิกาอัฉริยะต่อไป

Threats
เทคโนโลยี Smart watches ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ต่อการยอมรับทางสังคม และเป็นความท้าทายของบริษัทซัมซุงที่จะต้องสร้างฐานผู้ใช้ให้มีจำนวนมาก เพื่อสร้างมาตรฐานของอุตสาหกรรม Smart watches แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรค์สิ่งหนึ่งที่สำคัยสำหรับการตัดสินใจซื้อและใช้นาฬิกาอัฉริยะคือ ความไม่แน่ใจทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ทั้งด้านความทน ความร้อน พลังงานของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งการเป็นเทคโนโลยีใหม่อาจนำไปสู่การตั้งคำถามของบุคคลทั่วไป ตลอดจนความไม่มั่นใจในการซื้อ

บริษัทคู่แข่งขันดังกล่าวคือ Apple, Dell, Motorola, Microsoft, Sony, LG and a world + dog of crowd-funded companies ซึ่งบริษัทซัมซุงจะต้องสร้าง รักษา พัฒนาความได้เปรียบในการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับบริษัทอื่น ๆ นอกจากนั้นนาฬิกาอัฉริยะ เป็นการหลอมรวม (convergent) ซึ่งอาจนำไปสู่การแข่งขันข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Industries Competition) อาจนำไปสู่การแข่งขันในสินค้าทดแทนหลากหลายอุตสาหกรรมได้

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างความคิดเห็นของบุคคลที่ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัฉริยะ จากเว็บไซต์ http://www.appdisqus.com พบว่ามีความคิดเห็นดังต่อไปนี้
Naepe : Smartwatch ที่น่าทึ่งแบบนี้ขึ้นมาได้จริงๆผมว่าจะพลิกการใช้งาน Smartwatch ได้ตลอดการเลยละแบรนด์อื่นๆต้องซอยเท้าสร้างนวัตกรรมที่น่าทึ่งแบบนี้มาแข่งกันแน่นอน ผมลุ้นจริงๆครับอยากเห็นมันเป็นจริงมากๆ ซึ่งตามข่าวลือก็วันที่ 4 กันยายนนี้แล้ว^__^ และเห็นแล้วรู้สึกเว่อร์ๆ ดีครับแต่ส่วนตัวรู้สึกยังไม่อยากใช้ เพราะคิดว่า จอ flexible แบบนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ เลยไม่รู้ว่าจะทนทานแค่ไหน อย่าให้เหมือนกับสมัย Moto V3 ฝาพับเลย เปิดเข้าเปิดออกบ่อยๆ สายแพหัก 555+ เมื่อ 2013 August 19 at 10:24 am

ความคิดเห็นจาก http://www.techxcite.com มีข้อความดังต่อไปนี้
จักรพงศ์ วัฒนจารี : จะรอดู ถ้ายืดหยุนกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ราคาพอรับได้ จะซื้อมาใช้สักอัน แทนนาฬิกาข้อมือแบบปัจจุบัน เมื่อ 2013 August 17 at 12:01am
Michael TheArchangel : เรื่องความร้อนว่าไง ถ้าใส่แล้วข้อมือร้อนก็ไม่ไหวนะ เมื่อ 2013 August 18 at 12:33 am
Housezaa House : แบตละครับ สเป็กแรงแต่ใช้ได้สองสามชั่วโมงก็ไม่ไหวนะ เมื่อ 2013 August 16 at 7:20 pm

จากข้อความข้างต้นพบว่า ผู้ที่เข้ามาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับนาฬิกาอัฉริยะแสดงถึงคุณภาพของ
ผลิตภัณฑ์และ การใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งนาฬิกาอัฉริยะรุ่นที่ 1 ผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาที่พบเจอในเทคโนโลยีก่อนหน้านี้ กล่าวคือ นี้อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับความร้อน หากมีการใช้งานเป็นระยะเวลานานหรือใช้งานบ่อย ๆ เรื่องของความร้อนกับตัวเครื่องของนาฬิกาอัฉริยะหรือ Samsung Galaxy Gear จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะนาฬิกาจะต้องใส่ติดข้อมือของผู้ใช้ หากมีปัญหาดังกล่าวจะเป็นปัจจัยการส่งเสริมให้ผู้ใช้ไม่ต้องการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอร์รี่ของ Samsung Galaxy Gear หาก Function การใช้งานดี สามารถเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ได้ แต่ไม่สามารถใช้งานได้ยาวนานเนื่องจากมีข้อจำกัดเกี่ยวกับแบตเตอร์รี่ที่ใช้งานได้ไม่กี่ชั่วโมงในหนึ่งวัน ก็จะนำไปสู่ปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่ต้องการใช้งานเช่นกัน รวมไปถึงความคิดเห็นในประเด็นที่มีความกังวลทางด้านเทคโนโลยีของหน้าจอยืดหยุ่น หรือหน้าจอโค้งงอ (flexible display) จากการประกาศดังกล่าว Samsung Galaxy Gear รุ่นที่หนึ่งเป็นรุ่นที่ไม่สามารถโค้งงอได้ แต่อย่างไรก็ตามในรุ่นต่อ ๆ ไปบริษัทซัมซุงมีการวางแผนที่จะพัฒนานาฬิกาอัฉริยะให้เป็นจอโค้งงอได้

บรรณานุกรม

Andrew Williams. 2013. Samsung Galaxy Gear vs Sony SmartWatch 2. [online] available : http://www.trustedreviews.com/opinions/samsung-galaxy-gear-vs-sony-smart-watch-2#UP6kaYyaMIYgy0Ix.99 http://www.trustedreviews.com/opinions/samsung-galaxy-gear-vs-sony-smart-watch-2#x1rTeOzvGhyt1Ggv.99. Accessed 7 September, 2013.

Andy Boxall. 2013. Everything we know about Samsung’s rumored ‘Galaxy Gear’ smartwatch (Updated). [online] available : http://www.digitaltrends.com/mobile/everything-we-know-about-samsungs-rumored-galaxy-gear-smartwatch/#ixzz2des34nJX. Accessed 31 August, 2013.

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ . 2013. ควอลคอมม์โชว์ smartwatch พร้อมหูฟังไร้สายชนซัมซุง. [online] available : http://www.manager.co.th/cyberbiz/viewnews.aspx?NewsID=9560000111618. Accessed 7 September, 2013.

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ . 2013. ควอลคอมม์โชว์ smartwatch พร้อมหูฟังไร้สายชนซัมซุง. [online] available : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000111682. Accessed 7 September, 2013.

Chris Davies. 2013. Samsung Galaxy Gear smartwatch tipped for IFA alongside Note 3. [online] available : http://www.slashgear.com/samsung-galaxy-gear-smartwatch-tipped-for-ifa-alongside-note-3-14293749/20130814/?utm_medium=referral&utm_source=pulsenews Accessed 25 August, 2013.

Chutchawal. 2013. iWatch ราคาต่ำหมื่น มาปี 2014. [online] available : http://www.arip.co.th/news.php?id=417165. Accessed 31 August, 2013.

DAILYGIZMO. 2013. Galaxy Gear นาฬิกาฉลาดๆ โผล่แน่ 4 ก.ย.นี้ ในงาน IFA. [online] available : http://www.igadgety.com/?p=70176 Accessed 31 August, 2013.

Joanna Stern. 2013. Samsung Galaxy Gear Smartwatch Unveiled Next Week. [online] available : http://abcnews.go.com/Technology/samsung-galaxy-gear-smartwatch-unveiled-week/story?id=20079421. Accessed 31 August, 2013.

Joker-master. 2013. Samsung Galaxy Gear สุดล้ำจนน่าลุ้น!!!. [online] available : http://www.appdisqus.com/2013/08/18/samsung-galaxy-gear-exclusive-unoffical-3d-render.html. Accessed 31 August, 2013.

Jonathan Weinberg. 2013. Samsung Galaxy Gear smartwatch rumours ahead of launch at IFA technology show. [online] available : http://www.mirror.co.uk/news/technology-science/technology/samsung-galaxy-gear-smartwatch-rumours-2230673#ixzz2depRVsf3 Accessed 31 August, 2013.

Lain Thomson. 2013. Samsung sets Sept 4 for Galaxy Gear smartwatch showoff. [online] available : http://www.theregister.co.uk/2013/08/27/samsung_sets_sept_4_for_galaxy_gear_smartwatch_showoff/. Accessed 31 August, 2013.

SiamPhone. 2013. ลือ!! ข้อมูลสเปค Galaxy GEAR (Smartwatch) จาก Samsung. [online] available : http://www.igadgety.com/?p=69473 Accessed 31 August, 2013.

vouchercodespro. 2013. What the Samsung Smart Watch will look like based on Patent research. [online] available : http://www.vouchercodespro.co.uk/blog/what-will-the-samsung-smart-watch-look-like-based-on-patent-research. Accessed 31 August, 2013.

ป๋าเอก. 2013. Gadget: มาแล้วสเปค Samsung Galaxy GEAR นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะจาก Samsung!. [online] available : http://www.techxcite.com/topic/14014.html. Accessed 31 August, 2013.

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License