082

นาย พชร เชื้อวัชรินทร์
ID:5510211082

Rakuten ซื้อบริการวิดีโอ Viki ตามรอย Amazon?

flickr:9712612478

**ข่าวจาก Thumbsup in Thailand http://thumbsup.in.th/2013/09/japans-rakuten-pulls-another-amazon-snaps-up-video-viki/

สรุปและวิเคราะห์ข่าว

Rakuten ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซสัญชาติญี่ปุ่นนั้น ได้มีการประกาศซื้อกิจการเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Viki โดยเมื่อสองปีที่แล้วนั้น Rakuten เพิ่งจะซื้อ Kobo บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-book ไป ด้วยมูลค่า 315 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

flickr:9709376985

Viki เป็นคำที่รวมเอาคำว่า Video กับ Wiki เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงแค่ชื่อเท่านั้น แต่การทำงานของเว็บไซต์ยังคล้ายกับ Wikipedia ด้วยการเปิดให้ผู้ที่เข้าชมวิดีโอช่วยกันเขียนบทบรรยายในภาษาที่ตัวเองถนัด โดย Viki เองนั้นมีรายได้จากการขายโฆษณา และการขายเนื้อหาที่ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าชมเนื้อหาที่เสียเงินได้ Viki ได้กลายเป็นเว็บไซต์ที่เป็นศูนย์รวมวิดีโอจากทั่วโลกที่เรารู้จักกัน นอกจาก YouTube ก็เห็นจะมี Viki ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เว็บไซต์ Viki ก่อตั้งมา ตั้งแต่ปี 2008 และมีสมาชิกที่ตั้งใจเป็นอาสาสมัครนักแปลซีรีส์กว่า 1 แสนคนแล้ว โดยผู้ก่อตั้งเป็นชาวอเมริกัน และชาวสิงคโปร์ และได้รับเงินทุนจากผู้ที่คร่ำหวอดในการลงทุนเว็บไซต์ประเภทสื่อสังคมถึงกว่า 160 ล้านบาท ซึ่งทางเว็บViki ก็ได้นำเงินเหล่านั้นไปจ่ายเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์ ส่วนรายได้อีกทางของ Viki นอกจากการโฆษณาที่แทรกผ่าน Video ก็คือ การขายโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์ ปัจจุบันจากการเปิดเผยของทาง Viki พบว่ายอดดาวน์โหลดแอพ Viki นั้นมีจำนวนมากกว่า 10 ล้านครั้งแล้ว Viki เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมวิดีโอจากทั่วทุกมุมโลก และทาง Viki ได้ประกาศผ่านหน้าเว็บบล๊อกของตัวเอง โดยกล่าวว่าในขณะนี้ ยอดดาวน์โหลดแอพ Viki มีจำนวนอยู่ที่ 10.2 ล้านครั้งแล้ว(Update July 2013) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ เพราะยอดดาวน์โหลดแอพนี้เพิ่มขึ้นราว 7 เท่า จากที่เมื่อ 1 ปีก่อนยอดโหลดอยู่ที่เพียง 1.5 ล้านครั้งเท่านั้น

flickr:9712614300

การเข้าซื้อ Viki ของ Rakuten ในครั้งนี้นั้นหากวิเคราะห์ดูจะเห็นว่าทาง Rakuten ต้องการซื้อระบบฐานข้อมูลการแปลที่วันนี้มีถึง 400 ล้านคำ ในกว่า 163 ภาษาทั่วโลก ซึ่งทาง Rakuten เองสามารถนำไปใช้กับระบบเว็บอี-คอมเมิร์ซของตัวเองได้ ถือว่าเป็นการ synergy จุดแข็งของทาง viki เข้ามาเป็นของทาง Rakuten โดยปริยายทำให้บริษัทสามารถแปลข้อมูลสินค้าในเว็บเป็นภาษาต่างๆได้อย่างสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายได้ที่ทาง Viki หาได้เองจากโฆษณาอีกด้วย

Swot Analysis

flickr:9709378989

Strength :จุดแข็งที่ทาง Rakuten นั้นมีก็คือเป็นผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่โดยฐานลูกค้าของทาง Rakuten นั้นมีอยู่ทั่วโลก ส่วนทาง Viki เองนั้นมีจุดแข็งด้านการระบบฐานข้อมูลการแปล นอกจากนี้ทาง Viki เองก็มีฐานลูกค้าคนละกลุ่มกับทาง Rakuten เองอีกด้วย

Weakness : จุดอ่อนของทาง Rakuten นั้นหากพิจารณาในมุมของผู้ซื้อ จุดอ่อนอันดับแรกเลยก็คือ ความกลัวในเรื่องของการถูกลักลอบใช้บัตรเครดิตไปซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังจะมีเรื่องจุกจิกกวนใจอย่างเช่น สแปม ที่กำลังมาแรงไม่แพ้กัน เพราะมันทำให้ผู้บริโภครู้สึกระอากับการซื้อสินค้าออนไลน์ไปเลย อีกจุดนึงก็คือเรื่อง ของค่าจัดส่งสินค้าก็เป็นเหตุผลสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ทำให้การสั่งซื้อค้าบน เน็ตไปไม่ถึงไหน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ราคาอาจจะแพงกว่าการซื้อจากภายในห้างสรรพสินค้าก็ได้
ส่วนจุดอ่อนของทาง Viki นั้นก็คงเป็นเรื่องของการที่ viki เองได้เปิดให้ทุกคนที่เป็นสมาชิกมีโอกาสที่จะช่วยแปลภาษากับทุกคลิปด้วยความสมัครใจ และสามารถแก้ไขข้อความของคนที่แปลไปแล้วอีกด้วย ฉะนั้นภาษาที่แปลอาจจะขาดมาตรฐานการใช้ภาษา (เพราะขึ้นอยู่กับความคุ้นชินของแต่ละคน) หรือขาดความถูกตรงแม่นยำ แต่สำหรับปัญหานี้นั้นทางเว็บไซต์ก็ได้วางระดับของสมาชิกไว้หลายระดับ ได้แก่ ทีมงาน (Staff) ผู้แปลซับ (Subbers) Sengmeters (ผู้ตัดท่อนต่างๆของซับไตเติล) Forumer (ผู้ดูแลกระดานสนทนา)ซึ่งแต่ละส่วนจะมีตัวแทน ทั้งนี้ก็เพื่อก่อให้เกิดการควบคุมคุณภาพกันเอง ยิ่งมีคนมาช่วยกันแปลมากเท่าไหร่ หลายมันสมอง ก็สามารถนำมาซึ่งความถูกต้องแม่นยำมากที่สุดนั่นเอง ทั้งนี้ผู้ที่เป็นคนแปลจะได้รับการขึ้นชื่อเครดิตประโยชน์ต่างๆ ที่ตัวเองแปลโดยแสดงก่อนคลิปวิดีโอเล่น และแถบแปลภาษาอีกด้วย โดยเป็นทั้งความภาคภูมิใจ และได้ฝึกพัฒนาการใช้ภาษาของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย

Oporttunities : ด้านของโอกาสหลังจากที่ทาง Rakuten ซื้อ Vikiไปแล้วนั้นย่อมเป็นเรื่องของระบบฐานข้อมูลการแปลของทาง Viki เองซึ่งในปัจจุบันนั้นทาง Viki เองมีฐานข้อมูลถึง 400 ล้านคำ ในกว่า 163 ภาษาทั่วโลก ในส่วนนี้ย่อมช่วยยกระดับ Rakuten เพราะ Rakuten สามารถนำเอาความสามารถนี้นั้นไปใช้กับระบบเว็บอี-คอมเมิร์ซของตัวเองได้ ย่อมช่วยให้ Rakuten ขยายตัวไปในประเทศอื่นๆ ได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้แล้วจากการที่ทั้งสองบริษัทนั้นมีฐานลูกค้าคนละกลุ่มหากทั้งสองบริษัทรวมเป็นภายใต้เจ้าของกลุ่มเดียวกันย่อมง่ายต่อการเพิ่มกลุ่มฐานลูกค้าโดยอาศัยฐานลูกค้าเดิมในแต่ละบริษัทได้อีกด้วย

Threats : ในด้านของอุปสรรคย่อมเป็นเรื่องการตีมูลค่า Viki ของทาง Rakuten ว่าจะสามารถตีมูลค่าและทำการเข้าซื้อ Viki ได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ จากประโยชน์ที่ทาง Rakuten จะได้รับจากทาง Viki เอง ซึ่งในจุดนี้นั้นหากตีมูลค่าสูงเกินไปย่อมทำให้ทาง Rakuten ซื้อ Viki มาไม่คุ้มค่าก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง :
http://thumbsup.in.th/2013/09/japans-rakuten-pulls-another-amazon-snaps-up-video-viki/
http://thumbsup.in.th/2013/07/viki-app-download/
http://www.manager.co.th/cbizreview/viewNews.aspx?NewsID=9540000010596

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License