10

การตลาดกับ Messaging App ยอดฮิตอย่าง LINE

2013101410083fb7.jpg

สรุป

Messaging Application ยอดฮิตที่ใช้งานบน Smartphone ในปัจจุบันก็คือ LINE ที่มีสถิติการเติบโตเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างก้าวกระโดด และตามมาด้วย WeChat ที่มีความนิยมไม่แพ้กัน แม้จำนวนผู้ใช้จะเป็นรองแต่ก็ยังมีการเติบโตที่ต่อเนื่อง รวมถึงมีการตลาดที่ค่อนข้างจริงจัง โดยทางด้าน LINE นั้น ประเทศไทยมีผู้ใช้มากเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งมีผู้ใช้มากถึง 18 ล้านคน ส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากยอดขาย Smartphone ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้ LINE เป็น Messaging App ยอดนิยมก็เพราะว่า LINE เป็น Application ที่ให้บริการฟรี มี Sticker น่ารัก โดนใจผู้ใช้งาน มีการให้บริการ Free Call และล่าสุดผู้ใช้สามารถใช้บริการ Video Call ได้ด้วย และเมื่อ LINE กลายเป็น Application ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้ใช้งานทั่วโลกแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ นักการตลาดต้องการช่องทางนี้เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างแบรนด์สินค้ากับผู้บริโภค ซึ่งมีทั้งหมด 2 ช่องทาง คือ การทำ Sticker ในดีไซน์ต่างๆที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ตัวเองแล้วเปิดให้ผู้ใช้สามารถดาวโหลดได้ฟรี และอีกช่องทางหนึ่งคือ Official Account ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลข่าวสารต่างๆจากแบรนด์สินค้าได้ ซึ่งทั้งสองช่องทางเป็นโอกาสอันมหาศาลของนักการตลาดในรูปแบบดิจิตอลเลยทีเดียว

ในเมื่อ Sticker ของ LINE เป็นที่น่าสนใจทางด้านการตลาด จึงมีแบรนด์ต่างๆมากมายสนใจเข้าร่วมเป็นผู้เล่นในตลาดนี้ ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากไม่ใช่มีเพียงคู่แข่งทางตรงหรือคู่แข่งภายในอุตสาหกรรมเดียวกันกับเราเท่านั้น ยังมีคู่แข่งทางอ้อมอีกมากมาย และไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดรูปแบบดิจิตอลนี้ มิหนำซ้ำถ้าหากไม่ประสบความสำเร็จก็ยังจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากโดยไม่เกิดประโยชน์อีกด้วย
การเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดรูปแบบดิจิตอลนี้ถือว่าเป็นการสร้าง Brand Awareness ให้ผู้บริโภคได้รับรู้และตระหนักถึงแบรนด์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชนิดใดก็ตาม ดังนั้นจึงควรมีคำถามว่า แบรนด์ใดเหมาะสมที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้ เพราะไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะได้รับประโยชน์จากการเข้ามาร่วมเล่น โดยจะต้องดูเรื่อง Competitive Advantage ของแบรนด์ตนเองเสียก่อน ในการที่จะเข้ามาเล่น โดยควรจะตั้งคำถามถามตัวเอง 4 คำถามก่อนว่า


1) ทำไมผู้ใช้จะต้องดาวโหลด Sticker ของคุณ
2) Sticker ของคุณโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร
3) Sticker ของคุณสามารถถูกทดแทนด้วย Sticker อื่นได้หรือไม่
4) Sticker ของคุณจะถูกใช้ในโอกาสใด

ในส่วนของ Official Account เป็นช่องทางที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงเสมือนกับเป็น Direct Marketing โดยผู้ใช้ที่แอดเพื่อรับข่าวสารโดยตรง ประหนึ่งเหมือน SMS Subscriber เลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขที่บอกจำนวนผู้ใช้ที่แอด Official Account นั้นๆ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า Official Account นั้นจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่จะติดตามอ่านข่าวสารที่ Official Account โพสเอาไว้ อีกทั้งอาจจะบล็อก Official Account นั้นหลังจากดาวโหลด Sticker เสร็จเรียบร้อยแล้วอีกด้วย

201310141102e518.jpg

วิเคราะห์

SWOT Analysis

Strength

- LINE มีจุดแข็งมากสิ่งแรก ที่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกใช้ LINE แทนที่จะใช้ Application
อื่นก็คือการให้บริการใช้ Application LINE โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากถ้าผู้ใช้จะเริ่มใช้ App
ใดๆโดยที่มีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจจะตัดสินใจไม่ใช้ Application นั้นๆได้ เพราะว่าไม่มั่นใจ
ในประโยชน์จะได้รับนั้นจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่ อีกทั้งการเสียเงินจะทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะ
สามารถเข้าถึง Application นั้นได้ ทำให้ยอดผู้ใช้ไม่มาก และในเมื่อผู้ใช้งานไม่มาก ก็จะส่งผลใน
ด้าน Network Effect ต่อผู้ใช้งานคนต่อๆไป ที่จะไม่เลือกใช้งาน Application นั้นๆได้

- LINE มี Sticker ที่น่ารัก โดนใจผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบบที่ให้ดาวโหลดได้ฟรีหรือแบบที่จะต้องมี
ค่าใช้จ่าย Sticker แบบธรรมดาที่เปิดโอกาสให้ดาวโหลดฟรี สามารถทำให้ทุกคนได้ใช้เหมือนๆกัน
ส่วน Sticker ที่จะต้องเสียเงินนั้น จะเป็น Sticker พิเศษต่างๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้เองว่าจะ
ใช้ของฟรี หรือยินดีที่จะเสียเงินกับสิ่งที่พิเศษกว่า

- LINE มีให้บริการ Free Call ซึ่งเป็นการคุยด้วยเสียงแบบไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านระบบ Internet ทำให้
ผู้ใช้ที่มี Internet ที่มีความเร็วมากพอ สามารถคุยด้วยเสียงเสมือนกับคุยโทรศัพท์ได้อย่างไม่มี
ค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งาน LINE ด้วยกัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
และติดต่อสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น

- LINE มี Official Account ซึ่งเป็น Account ของแบรนด์ต่างๆ ทำให้คนที่ต้องการรับรู้ข้อมูล
ข่าวสารของแบรนด์นั้นๆ สนใจที่จะใช้งาน LINE และแอด Account นั้นๆ ซึ่งถ้าจะกล่าวในด้าน
รายได้การที่ Official Account เหล่านี้ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่าใด LINE ก็จะยิ่งมีรายได้มากขึ้น
เท่านั้น

Weakness

- Messaging App อย่าง LINE ถือเป็น Social Network ที่มีความเป็น Private สูง ต่างจาก
Facebook ที่เราจะสามารถเข้าไปดูข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ของคนที่เราสนใจได้อย่างสะดวกและ
แนบเนียน

Opportunity

- LINE มีโอกาสที่จะนำตัวละครใน Sticker ต่างๆที่สร้างขึ้น ไปสร้างเป็นละคร หรือภาพยนตร์ เพื่อ
ทำให้เกิด Story ให้ผู้ใช้งานสามารถติดตาม รู้จัก หรือทำให้มีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครเหล่านั้น
ด้วย เพราะเมื่อมีเรื่องราวให้ผู้ใช้งานได้ติดตามแล้วนั้น ตัวละครเหล่านั้น จะได้รับความนิยมสูงขึ้น
อีกมาก

Threat

- การที่ตลาด Messaging App เติบโตเป็นอย่างมาก จะทำให้คู่แข่งรายใหม่ๆของ LINE เกิดขึ้นใน
ที่สุด

การประยุกต์ใช้แนวคิดหรือทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1. Technology Acceptance Model (TAM) คือทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของการทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยอมรับในตัวเทคโนโลยี โดยปัญหาที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากผู้บริโภคไม่ยอมใช้งานเสียมากกว่า
จากบทความ LINE ถือว่าเป็น Messaging App ที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสามารถทำให้ผู้ใช้รับรู้ได้ถึง 2 ปัจจัยที่สำคัญ โดยปัจจัยแรกคือ รับรู้ถึงประโยชน์ของการใช้งาน LINE นั่นก็คือ LINE มีประโยชน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ทำให้สะดวกสบายในการที่จะติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ไม่ต้องใช้หลาย App ในการจะติดต่อสื่อสารกับแต่ละคน และปัจจัยที่สองคือ รับรู้ว่า LINE ใช้งานง่าย ซึ่ง App LINE นั้นไม่มีความยุ่งยากในการใช้งาน สามารถใช้งานได้ง่าย ผู้ที่ไม่เคยใช้งาน สามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีคำสั่งการใช้งานที่ตรงไปตรงมา ไม่มีความซับซ้อน

2. Freemium (Free + Premium) คือ Business Model ที่นำเอาการให้บริการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรี) มารวมกับการให้บริการแบบมีค่าใช้จ่าย (Premium) ซึ่งการใช้งาน Application ต่างๆ จะมีส่วนที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าหากผู้ใช้งานต้องการใช้ Feature เพิ่มเติมก็จะต้องเสียเงินเพิ่ม ซึ่งถ้าหากมีจำนวนผู้ใช้งานแบบฟรีเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้จำนวนผู้ใช้งานแบบ Premium มากขึ้นไปด้วย เนื่องจากมีผู้ใช้จำนวนหนึ่งไม่ต้องการที่จะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป ที่เหมือนกับคนอื่น
จากบทความ LINE ใช้ Business Model แบบ Freemium คือเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถใช้งาน App LINE ได้ฟรี และมี Sticker แบบที่ให้ใช้งานได้ฟรีอีกด้วย แต่ก็จะมี Sticker แบบที่จะต้องจ่าย Premium ถ้าหากต้องการจะใช้งาน ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งาน LINE และ Sticker แบบทั่วไปเป็นจำนวนมาก ก็จะมีผู้ใช้ที่ไม่ต้องการมี Sticker แบบทั่วไป ซ้ำกับคนอื่นอยู่ จึงยอมที่จะจ่ายเงินซื้อ Sticker แบบเสียเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง

3. Network Effect คือ การที่ผู้ใช้งานจะเลือกใช้ Messaging Application อะไร ผู้ใช้งานจะดูจากปริมาณของผู้ใช้ Messaging App นั้นๆ และจำนวนผู้ที่พัฒนา Sticker ด้วย เพราะอย่างน้อยก็เป็นการยืนยันว่า Messaging App นั้นดี ใช้งานง่าย มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ และมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก หมายความว่าเมื่อเราต้องการจะติดต่อสื่อสารกับเพื่อนไม่ว่าคนใดก็ตาม เราสามารถที่จะใช้ LINE ในการติดต่อสื่อสารได้เลย ไม่ต้องใช้หลาย Application ในการติดต่อเพื่อนแต่ละคน
จากบทความ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องคือ Two-Side Network Effect คือถ้าหากมีผู้ใช้งาน LINE เป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้มีผู้พัฒนา Sticker ลายต่างๆเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน เนื่องจากจะมีผู้ใช้ LINE ที่ไม่ต้องการมีเพียงแค่ Sticker ที่ให้ใช้งานฟรี แต่อยากจะมี Sticker ที่ไม่ซ้ำกับใคร ดังนั้นเมื่อเกิดความต้องการเช่นนี้ และมีจำนวนมากๆ ก็จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดผู้พัฒนา Sticker ลายต่างๆมากขึ้น และเมื่อมี Sticker ลายใหม่ๆมากขึ้น ก็จะยิ่งดึงดูดให้เกิดผู้ใช้งานมากขึ้นตามไปด้วย

แหล่งที่มา:

การตลาดกับ Messaging App ยอดฮิตอย่าง LINE
http://www.ecommerce-magazine.com/issue/178/October_2013_eCover_MessagingAppLINE

เพิ่มเติม:

http://www.blackits.net/th/finance-and-investment/the-freemium-business-model.html
http://macroart.net/2007/04/network-effect-youtube-ebay-pantip/

นาย มงคล ปาริชัยยนต์ 5510211010

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License