เดิมพันครั้งสำคัญของโนเกีย

*น.ส. อโรชา อิ่มกลับ ID No.5510211027

เดิมพันครั้งสำคัญของโนเกีย

flickr:10675021743

การซื้อกิจการโนเกียในส่วนของโทรศัพท์มือถือของไมโครซอฟท์มูลค่ากว่า 7.2 พันล้านเหรียญที่ถึงแม้จะเห็นความชัดเจนในต้นปีหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้แผนธุรกิจของโนเกียสะดุดลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามโนเกียกำลังพิสูจน์ให้โลกรู้และเฝ้ามองการกลับมายิ่งใหญ่ในตลาดอีกครั้ง

ในงาน Nokia World ที่จัดขึ้นที่เมือง อาบู ดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัปดาห์ที่ผ่านมา โนเกียยกทัพผลิตภัณฑ์ใหม่โชว์ตัว เจาะเกือบครบทุกเซ็กเมนต์ในตลาดไม่ว่าจะเป็น Nokia Lumia 2520 แท็บเล็ตเครื่องแรกของโนเกียบนระบบปฎิบัติการWindows RT สมาร์ทโฟนเรือธงมุ่งกลุ่มไฮเอนด์ หน้าจอ 6 นิ้ว ตระกูลLumia อย่างLumia 1520 และ 1320 รวมทั้งมือถือจับกลุ่มตลาดกลาง-ล่างตระกูลAsha อย่างAsha 500 ,502 และ503ไฮไลท์สำคัญที่สาวกและคู่แข่งเฝ้ามองคือการเปิดตัวแท็บเล็ตเครื่องแรกของโนเกีย

***Lumia 2520
flickr:10674802436

Lumia 2520 แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows RTหน้าจอ HD 10.1 นิ้ว อ่านได้ชัดไม่ว่ากลางแจ้งหรือในร่ม รองรับ4G LTE และ Wi-Fi กล้อง 6.7 ล้านพิกเซล จุดเด่นอยู่ที่ใช้เลนส์ Zeiss บนแท็บเล็ตเป็นครั้งแรก เพื่อให้ถ่ายภาพสวยได้ แม้ในสภาวะแสงน้อย ชาร์จแบตได้เร็วถึง 80% ในเวลา 1 ชั่วโมง

Lumia 2520 มากับ Nokia Storyteller แอปพลิเคชันที่โนเกียพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมภาพถ่ายและวิดีโอตามลำดับเวลาผนวกกับแผนที่ ทำให้ผู้ใช้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อีกครั้งได้อย่างชัดเจน และด้วยบริการแผนที่ HERE ทำให้ Lumia 2520 เป็นแท็บเล็ตเพียงเครื่องเดียวที่มอบประสบการณ์แผนที่นำทางออฟไลน์ที่รวดเร็วและวางใจได้

Lumia 2520ยังเสริมด้วยPower Keyboard แป้นพิมพ์พร้อม trackpad ให้ความรู้สึกในการใช้งานแบบเดียวกับแล็บท็อป พร้อมแบตเตอรี่สำรองให้ใช้งานได้นานขึ้นถึง 5 ชั่วโมง และยังมี Microsoft Office และ Outlook ติดตั้งมาในเครื่อง มี 4 สีให้เลือก คือ แดงและขาวในพื้นผิวแบบมัน ฟ้าและดำในพื้นผิวแบบด้าน คาดว่าจะวางจำหน่ายในไตรมาส 4 ปี 2013 ในราคา 499 เหรียญสหรัฐ เริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฟินแลนด์

*** Qualcomm มั่นใจ Nokia Lumia 2520 เหนือกว่า Surface 2

ควอลคอมม์ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกออกมายืนยันว่า แท็บเล็ตรุ่นล่าสุดของไมโครซอฟท์ อย่างเซอร์เฟซทู (Surface 2) ไม่สามารถนำไปเทียบกับแท็บเล็ตของโนเกีย 'Lumia 2520' ได้เนื่องจาก Lumia 2520 มีขนาดใหญ่กว่า ทำงานได้เร็วกว่า และใช้พลังงานน้อยกว่า งานนี้ควอลคอมม์ฟันธงแท็บเล็ตวินโดวส์ในอนาคตกำลังถึงจุดเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นเล็กอย่าง Windows RT ครองแชมป์อันดับ 3 ในตลาดแท็บเล็ตอย่างภาคภูมิ

ราช ทาลลูริ (Raj Talluri) และสตีเฟน ฮอร์ตัน (Stephen Horton) ผู้บริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของควอลคอมม์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเน็ต ว่าบริษัทกำลังเทเงินทุนพัฒนาชิปเซ็ตสำหรับติดตั้งในอุปกรณ์แพลตฟอร์ม Windows RT แม้ว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีและผู้บริโภคจะมีแนวโน้มนิยมแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows Pro มากกว่า เนื่องจากควอลคอมม์มีความเชื่อว่าในระยะยาว Windows RT จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าปัจจุบัน

Windows RT นั้นเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นเล็กที่ไมโครซอฟท์พัฒนามาเพื่อใช้งานบนอุปกรณ์ชิปสถาปัตยกรรม ARM ที่สามารถประหยัดพลังงานสูง ต่างจาก Windows Pro ที่ไมโครซอฟท์พัฒนามาให้ใช้กับอุปกรณ์ชิปสถาปัตยกรรม X86 เหมือนคอมพิวเตอร์พีซี แม้ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการวินโดวส์จะมีหน้าตาและความสามารถคล้ายกัน แต่ความแตกต่างที่ชัดเจนคืออุปกรณ์ Windows RT จะสามารถติดตั้งเพียงแอปพลิเคชันที่สร้างสำหรับแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนทั่วไปเท่านั้น ต่างจาก Windows Pro ที่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์วินโดวส์เหมือนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก

ข้อจำกัดนี้ทำให้การสำรวจล่าสุดพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ต้องการใช้งานแท็บเล็ตที่ไมโครซอฟท์พัฒนาเองอย่างSurface ที่นำ Windows RT มาทำงานบนชิปของค่ายเอ็นวิเดีย (Nvidia)

การประกาศความเชื่อมั่นต่อ Windows RT ของผู้ผลิตชิปอีกรายอย่างควอลคอมม์ในครั้งนี้จึงได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นสวนทางกับทิศทางตลาด Windows RT ซึ่งกำลังซบเซา โดยเฉพาะเมื่อ Lumia 2520 เป็นผลงานการนำ Windows RT มาทำงานบนชิปของควอลคอมม์ ยิ่งทำให้ควอลคอมม์กล้าการันตีว่าอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ Windows RT ในอนาคต จะไม่เหมือนกับอุปกรณ์ Windows RT ในวันนี้แน่นอน

ผู้บริหารควอลคอมม์ยืนยันว่า Lumia 2520 นั้นมีประสิทธิภาพระดับสุดยอด ซึ่งไม่สามารถเทียบได้กับแท็บเล็ตรุ่นล่าสุดของไมโครซอฟท์อย่าง Surface 2 ในทุกด้าน เนื่องจาก Lumia 2520 มีหน้าจอใหญ่กว่า ทำงานได้เร็วกว่า และประหยัดพลังงานมากกว่า

คำพูดของผู้บริหารควอลคอมม์นั้นมีน้ำหนัก เนื่องจากหากมองในมุมคุณสมบัติเครื่อง Surface 2 ใช้ชิป 1.7GHz Nvidia Tegra 4 ขณะที่ Nokia 2520 ใช้ชิป 2.2GHz Qualcomm Snapdragon 800 ทำให้ Nokia 2520 เหมาะสมต่อการเล่นเกมมากกว่า Surface 2 โดยทั้ง Nokia 2520 และ Surface 2 คือแท็บเล็ตเพียง 2 รุ่นในตลาดโลกที่เป็น Windows RT

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ผู้บริหารควอลคอมม์เชื่อว่า Lumia 2520 จะเป็นสินค้าชูโรงที่ทำให้ผู้บริโภคหันมามอง Windows RT มากขึ้น จนทำให้ Windows RT กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถนั่งเก้าอี้อันดับ 3 ในตลาดแท็บเล็ตโลกอย่างเต็มภาคภูมิ (รองจากอันดับ 1 คือแอนดรอยด์ และอันดับ 2 คือไอโอเอส) โดยปัจจุบัน ควอลคอมม์เป็นผู้ผลิตชิปตระกูล Snapdragon ซึ่งถูกนำไปติดตั้งในแท็บเล็ตมากกว่า 40 รุ่นในขณะนี้

***โนเกียยิ้ม Lumia ทำยอดขายทุบสถิติไตรมาสล่าสุด

ก่อนหน้างาน Nokia World ไม่กี่วันโนเกียโชว์ผลงานยอดจำหน่ายLumia เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 ไตรมาส โดยพบว่าโนเกียสามารถจำหน่ายLumia มากกว่า 8 ล้านเครื่องระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.9 ล้านเครื่องที่เคยทำได้ในปี 2012 ถึงเกือบ 3 เท่าตัว

หากเทียบกับไตรมาส 2 ของปีนี้ ยอดจำหน่ายLumiaในไตรมาสล่าสุดยังสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า (เมษายน-มิถุนายน 2013) ที่เคยทำได้ 7.4 ล้านเครื่อง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายที่ค่ายใหญ่อย่างซัมซุง หรือแอปเปิล ทำได้ แต่อย่างน้อยภาวะยอดขายที่เติบโตต่อเนื่องก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าโนเกีย สามารถทำตลาดสมาร์ทโฟนวินโดวส์ได้ดีระดับหนึ่ง

โนเกียสานต่อความสำเร็จด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ในตระกูล Lumia ทั้งLumia 1520 และ Lumia 1320 ด้วยขนาดหน้าจอ 6 นิ้ว พร้อมกล้อง PureView 20 ล้านพิกเซล ระบบลดการสั่นไหวของภาพ OIS ช่วยให้ถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในที่แสงน้อย พร้อมเทคโนโลยี Oversampling และระบบซูมใหม่แบบเดียวกับ Lumia 1020 โดยLumia 1520 มีสีเหลือง ขาว ดำ และสีแดงเคลือบมัน คาดว่าจะวางจำหน่ายภายในไตรมาส 4 ของปี 2556 ในราคา 749 เหรียญสหรัฐในฮ่องกง สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฟินแลนด์ ส่วนLumia 1320 มีสีส้ม เหลือง ขาว และดำ คาดว่าจะวางจำหน่ายภายในไตรมาสหนึ่งปี 2557 ในราคา 339 เหรียญสหรัฐ

** ส่งAsha จับตลาดล่าง

สำหรับตลาดกลาง/ล่าง โนเกียส่งมือถือตระกูล Asha 3 รุ่นใหม่คือAsha 500 ,502 และ 503 ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ Asha 501 ในตลาดสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา โดดเด่นที่ดีไซน์ใหม่กรอบใสเหมือนคริสตัล สีสันจัดจ้านมองเห็นตัวเครื่องภายใน โดยAsha 500 หน้าจอ 2.8 นิ้ว กล้อง 2 ล้านพิกเซล มีทั้งแบบซิมเดียวและสองซิม ราคาประมาณ 69 เหรียญสหรัฐ

Asha 502 หน้าจอ 3 นิ้ว กล้อง 5 ล้านพิกเซล แฟลช LED รองรับการใช้งานสองซิม จะวางจำหน่ายในแอฟริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรปและตะวันออกกลาง ในราคาประมาณ 89 เหรียญส่วนAsha 503 รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 3.5G หน้าจอกระจก Corning Gorilla Glass 2 ขนาด 3 นิ้ว กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED มีทั้งแบบซิมเดียวและสองซิม ราคา 99 เหรียญสหรัฐโดยจะวางจำหน่ายในไตรมาส 4 ปี 2556

***เบื้องลึกแรงบันดาลใจ Asha

จัสซี่ เนอวานลินนา รองประธาน ฝ่ายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ โนเกีย ให้สัมภาษณ์ในงาน Nokia World ว่าแรงบันดาลใจของ Asha 3 รุ่นใหม่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ 3 อย่างคือ 1.ดีไซน์เคลือบใสเหมือนคริสตัลที่มีน้ำแข็งล้อมรอบภายนอก 2.พัฒนากล้องจากรุ่นเดิมที่ความละเอียด 2 ล้านมาเป็น 5 ล้านพิกเซล และ3. ยูสเซอร์อินเทอร์เฟส ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะการถ่ายรูปและแชร์รูปผ่านโซเชียลเน็นเวิร์ก ไม่ว่าอยู่ที่หน้าจอไหนก็สามารถเข้าสู่กล้องได้ทันที และเมื่อถ่ายรูปเสร็จก็สามาถเลือกได้ว่าต้องการแชร์ผ่านอะไรได้เลย

'Asha เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 2ปีที่แล้ว ปัจจุบันมี Asha อยู่ในตลาดประมาณ 15 รุ่น3ซีรี่ส์ ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี ในรอบ1ปีที่ผ่านมา (ไตรมาส2ปี 2012-13) Asha ในตลาดโลกขายไปแล้วกว่า 25 ล้านเครื่อง โดยคาดว่าAsha 503 ก็จะได้รับการตอบรับจากตลาดโลกและตลาดไทยเช่นเดียวกัน'

กลุ่มเป้าหมายของAsha คือประเทศแถบเอเซียแปซิฟิก ลาตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก แต่ถ้ามองเป็นบุคคลก็เป็นคนที่อยู่ในช่วงอายุประมาณ16 -24ปี นักเรียน คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานคนที่เปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนมาลองเล่นสมาร์ทโฟนแบบเริ่มแรก และกลุ่มคนที่ต้องการโทรศัพท์เครื่องที่ 2ที่สามารถซิงค์ข้อมูลกับเครื่องหลักได้ คู่แข่งของAsha คือ กาแลกซี่วาย และเฮาส์แบรนด์ในประเทศต่างๆ

'ความคาดหวังกับ Asha ทั้ง 3 รุ่นใหม่ ไม่ใช่เป็นเรื่องตัวเลข แต่สิ่งที่โนเกียต้องการคือแรงตอบรับจากตลาดและผู้บริโภคว่าชอบหรือไม่มากกว่า'

สำหรับทิศทางAsha ในอนาคตนั้น ผู้บริหารโนเกียกล่าวว่า Asha จะยังคงเดินไปในทิศทางที่เป็นสีสรรสดใส แม้จะตัวเล็กแต่ประสิทธิภาพสูงทำอะไรได้มากขึ้น กล้องดีขึ้น แชร์กับสังคมออนไลน์ได้ดีขึ้น การอยู่ภายใต้ไมโครซอฟท์มีความเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งดีๆเข้ามา บนAsha มีเอาท์ลุค มีไมโครซอฟท์ออฟฟิส น่าจะทำให้ประสบการณ์ใช้งานต่างๆเหล่านี้ดีขึ้น

***มั่นใจแอปพลิเคชัน

นอกจากตัวเครื่องแล้วแอปพลิเคชันก็มีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายให้โนเกียได้อย่างมาก ไบรอัน บินิแอค รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสนับสนุนนักพัฒนา โนเกีย กล่าวว่า ปัจจุบันแอปบน Lumiaมีมากกว่า1.7 แสนแอป เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีประมาณ 7 พันแอป ทั้งยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยโนเกียมีการทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั้งในแอปที่ได้รับความนิยมและแอปยังไม่ดังแต่เป็นแอปที่มีอนาคต โดยแอปใหม่ๆที่น่าสนใจเช่น Nokia Beamer เป็นแอปเพื่อการแบ่งปันประสบการณ์และความคิดสร้างสรรให้กับเพื่อนร่วมงานได้ง่ายๆ โดยแชร์สิ่งที่อยู่บน Lumia ไปยังหน้าจอของอุปกรณ์ใดก็ได้ที่รองรับ HTML 5 สามารถแสดงได้ทั้งเอกสาร แผนที่ รายละเอียดสถานที่หรือแม้กระทั่งภาพที่กล้องจับได้

**เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าโนเกียกำลังพิสูจน์ให้คนทั้งโลกรู้ว่า ความเก่า และความเก๋า ของโนเกีย ที่สร้างสมมานานกำลังจะทำให้โนเกียพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสมือนเป็นคำมั่นสัญญาที่ผู้บริหารโนเกียกล่าวทิ้งท้ายไว้ในงาน Nokia World ที่ว่า 'สิ่งที่ยังคงอยู่คือ Connecting People เราจะสร้างสรรสิ่งที่เชื่อมโยงถึงกันหมดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นโนเกียหรือไปอยู่กับไมโครซอฟท์ก็ตาม'

อ้างอิงจาก
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/viewNews.aspx?NewsID=9560000135862
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/ceo-/worawisut/20110217/377691/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2.html

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License