LINE ตอบรับกระแสผู้ใช้งานในประเทศไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุดแรก

LINE ผู้นำด้าน Platform บนมือถือยอดนิยมระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุดแรกในประเทศไทย ซึ่งโฆษณาดังกล่าวสร้างจากเรื่องจริงของผู้ใช้งานคนไทยที่ชื่นชอบและได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจในชีวิตผ่านแอพพลิเคชั่น LINE โดยทีมงานได้คัดเลือกเรื่องราวดีๆทั้งหมดเพียง 3 เรื่อง จาก 8,000 กว่าเรื่องที่ผู้ใช้งานส่งเข้าประกวดในโครงการ “LINE Story Contest” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำหรับโฆษณาชุดแรกของ Line กำหนดออกอากาศในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ส่วนโฆษณาอีกสองชุดมีกำหนดการเปิดตัวเป็นลำดับถัดไปภายในสิ้นปี 2556

Share-your-LINE-Story.jpg

ในแต่ละเรื่องราวที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์นั้น ได้บอกเล่าประสบการณ์ “ยิ่ง LINE ยิ่งใกล้” ซึ่งแบ่งปันเสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน การสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่น LINE

ภาพตัวอย่างของภาพยนตร์โฆษณาโทรทัศน์ชุดแรกของ Line ในประเทศไทย

ทั้งนี้ คุณหน่อง ผู้อำนวยการสร้างโฆษณาทางโทรทัศน์ ได้กล่าวไว้ด้วยว่า “เรื่องราวของโฆษณาที่ดีเยี่ยมนั้นคือการสร้างจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงประกอบกับเสน่ห์เฉพาะตัวของ LINE ที่ทำให้ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวสามารถเข้าถึงความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้ชมคนไทยได้ดียิ่งขึ้น อย่างที่ทราบกันดีว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและมิตรภาพระหว่างเพื่อนมาก เราจึงเชื่อว่าเรื่องราวดีๆ เหล่านี้จะถ่ายทอดออกมาได้โดนใจผู้ใช้งานคนไทย ทำให้พวกเขาหวนนึกถึงเรื่องราวดีๆ ของตัวเองกับแอพพลิเคชั่น LINE และเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า LINE มีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างไรบ้าง”
นอกจากนี้ LINE ยังฉลองโอกาสเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุดแรกของ LINE ในประเทศไทย ด้วยการออกสติ๊กเกอร์ เวอร์ชั่นพิเศษสำหรับผู้ใช้งานคนไทยโดยเฉพาะอีกด้วย โดยจะมีคาแรกเตอร์ตัวเด่นๆ ของ LINE ที่คุ้นเคยกันดี อย่างกระต่าย Cony หมี Brown และหนุ่มสำอางเจ้าเสน่ห์ James และคาแรกเตอร์อื่นๆอีกที่จะมาสร้างสีสันและเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใช้งานคนไทย ผ่านอิริยาบทและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนไทยซึ่งผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ LINE เวอร์ชั่นดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2556

hC5z1uV.jpg
NPFVEds.jpg

วิเคราะห์ข่าว

“LINE” ผู้ให้บริการ Messaging รวมกับ Voice Over IP ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจมาก แนวคิดที่ทำให้เกิด LINE ก็ไม่ธรรมดา โดยเกิดจากวิกฤติสึนามิในญี่ปุ่น ที่ในช่วงเวลานั้นระบบการสื่อสารประเภท Voice ล่มจนติดต่อกันไม่ได้ ทีมงาน 100 ชีวิตจึงได้ระดมกำลังสร้างช่องทางสื่อสารผ่าน Data ซึ่งตอนนั้นยังใช้ได้อยู่ เพื่อติดต่อและให้กำลังใจกัน จนในที่สุด LINE ก็ถือกำเนิดขึ้น

แอพพลิเคชั่น LINE น่าจะมีแนวโน้มในการเติบโตในอนาคตได้อีกมากเพราะนอกจากจะเป็นกระแสนิยมแล้ว LINE ยังตอบสนองความต้องการของผู้คนในปัจจุบัน ที่ต้องการความรวดเร็วในการสื่อสาร และที่สำคัญคือการประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้าง LINE ยังเป็นโปรแกรมแชทที่สามารถใช้งานได้ทั้งโทรศัพท์มือถือที่มีระบบปฏิบัติการ iOS Android Windows Phone ล่าสุดสามารถใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ PC และ Mac ได้แล้ว ทั้ง LINE ยังมีลูกเล่นมากมาย สามารถแชท ส่งรูป ส่งไอคอน ส่ง Sticker ตั้งค่าคุยกันเป็นกลุ่ม และอื่นๆอีกมากมาย

สิ่งที่โดดเด่นของ Line มีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น สามารถเพิ่มกลุ่มสนทนาหรือเชิญเพื่อนได้ถึง 100 คน ออกแบบให้สามารถโทรติดต่อกันฟรี มีการพัฒนาคุณภาพของการโทรติดต่อกันให้ดียิ่งขึ้น โดยตัดเสียงรบกวนและเสียงแทรกจากบริเวณรอบๆ ทั้งยัง ส่งวิดีโอ และข้อความเสียงฟรี ประกอบกับการเชื่อมต่อ Line ของผู้ใช้เข้าหากันก็ทำได้หลายแบบและทำได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการพิ่มคอนแท็กต์จากรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ การสแกน QR Code หรือการใช้วิธี Shake it คือ เอาโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่อยู่ใกล้กันมาเขย่าคล้ายการจับมือให้รู้จักกัน และยังสามารถเสิร์ชหาจาก ID คล้ายการใส่รหัสของ BlackBerry ได้อีกด้วย

นับได้ว่า LINE ถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่แอพพลิเคชั่น เพราะ LINE ได้เพิ่มฟีเจอร์ Home และ Timeline เข้ามาจนกลายเป็น Social Media อย่างหนึ่ง โดยผู้ใช้สามารถที่จะโพสต์ข้อความบ่งบอกสเตตัส รูปภาพ คลิปวิดีโอ และพิกัด โดยมีจุดเด่นที่การแสดงอารมณ์ด้วยสติ๊กเกอร์ ซึ่งเป็นจุดแข็งของ LINE ซึ่งสติ๊กเกอร์นี้น่าจะเป็นทีเด็ดที่ทำให้ LINE ถูกต่อยอดไปอีกมากและเบียด Social Media หลักอย่าง facebook เลยทีเดียว นับว่า Line มีจุดเด่นที่เป็น community เล็กๆบนมือถือ เป็นสังคมที่สื่อสารระหว่างเพื่อนสนิทที่ใกล้ชิดระหว่างกันขณะที่ facebook นั้นบางคนที่รับมาสถานะจริงหรือไม่นั้นบางครั้งก็พิสูจน์ไม่ได้

เหตุผลที่ LINE กำลังสร้างภาพยนตร์โฆษณาพร้อมชีวิตจริงก็เพื่อต้องการขยายฐานกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่ง LINE ยังเป็นผู้นำคู่แข่งโปรแกรมแชตอย่าง whatapps ดังนั้นการสร้างภาพยนตร์โฆษณาก็เพื่อต้องการชนะให้เด็ดขาด นอกจากโปรแกรมแชท LINE จะได้รับความนิยมมาก LINE ยังเป็นช่องทางกลยุทธ์ทางด้านการตลาดให้กับองค์กรเพื่อสื่อสารกับลูกค้า หลายองค์กรในประเทศไทยใช้ Line เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ ทั้งธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน และประกันภัย

ในระยะเวลา 2 ปีที่ LINE เปิดให้บริการในประเทศไทยมีผู้ใช้บริการกว่า 20 ล้านคนเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่นที่มีสูงถึง 43 ล้านคน นับเป็นสถิติที่น่าสนใจทีเดียว และคาดว่าการใช้ Line ในประเทศไทยน่าจะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นไปอีกซึ่งนอกจากจะเพราะกระแสนิยมและความสะดวกสบายแล้ว ส่วนหนึ่งจะมาจากการภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวที่ปล่อยออกมา เพื่อเป็นการนำเสนอ Line แก่ผู้ที่อาจยังไม่รู้จักมาก่อน หรือรู้จัก Line อยู่แล้วแต่ยังไม่เคยใช้บริการ โฆษณานี้น่าจะกระตุ้นความรู้สึกของคนทั่วไปที่ได้ชมโฆษณาโดยเฉพาะคนที่สนใจสื่อออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพราะมีเนื้อหาที่แสดงถึงการติดต่อ การเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างคนใกล้ชิดในครอบครัว ที่อาจต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างที่กันเพราะเหตุผลในการทำงาน ซึ่งคนไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ ความผูกพัน กับคนรอบข้างค่อนข้างมาก

ส่วนตัวชอบโปรแกรม Line เพราะช่วยให้การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์เนื่องจาก LINE สามารถใช้โทรติดต่อกันได้ฟรี ทั้งยังสามารถส่งรูปภาพหรือข้อมูลต่างๆได้สะดวกเพียงแค่ถ่ายรูปผ่านมือถือและส่งผ่านทาง LINE ไม่จำเป็นต้องใช้ Email ซึ่งเป็นการส่งที่ง่าย รวดเร็ว ขั้นตอนน้อย ประหยัดเวลาในการสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น นอกจากชื่นชอบความสะดวกในการติดต่อแล้ว เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนของ Line นั่นก็คือสติ๊กเกอร์นั้น ทำให้ดิฉันชื่นชอบอย่างมาก การส่งข้อความเป็นรูปภาพบางครั้งให้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่าตัวอักษร ทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการสื่อสาร ให้ความรู้สึกสนุกสนานในการพูดคุย เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ไม่แน่ว่าในอนาคต Line อาจจะมีการต่อยอดสติ๊กเกอร์ให้มีความน่ารักน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หรือพัฒนาฟีเจอร์ที่เรียกรอยยิ้มแบบใหม่ๆ เป็นการดึงดูดให้คนมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นได้อีกก็เป็นได้

//ข่าวจาก http://tech.mthai.com/it-news/33244.html//

อ้างอิง
http://guru.sanook.com/pedia/topic/Line(%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C)_%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD/
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=204265:line&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491
http://www.com5dow.com/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C-it/2204-line-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html

นางสาว ตริตาภรณ์ มั่นศุข 5510211033

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License