34

ไมโครซอฟท์ยุติการให้บริการ Windows XP 8 เมย.57 คอมพ์ 5.7 ล้านเครื่องในไทยตกอยู่ในความเสี่ยง

Summary

ไมโครซอฟท์ ได้แจ้งให้ธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไปในประเทศไทยที่มีคอมพิวเตอร์ที่ยังใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP ทราบว่า ไมโครซอฟท์นั้นจะหยุดการสนับสนุนและการให้บริการ ระบบปฏิบัติการ Windows XP อย่างเป็นทางการในอีกหกเดือนข้างหน้า หรือในวันที่ 8 เมษายน 2557 นั่นเอง แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งปีเท่านั้น แต่คอมพิวเตอร์จำนวน 3 ใน 10 เครื่องที่ใช้อยู่ในประเทศไทยยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่ ซึ่ง Windows XP เป็นระบบปฏิบัติการที่มีอายุ 11 ปีแล้ว ซึ่งจะไม่สามารถรับมือกับการโจมตีที่ซับซ้อนผ่านระบบไซเบอร์ได้ รวมทั้งยังไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่การปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเพิ่มประสิทธิผลอีกด้วย ตั้งแต่ วันที่ 8 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะหยุด อัพเดทระบบรักษาความปลอดภัย การซ่อมแซมระบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย หยุดให้บริการด้านเทคนิคทางโทรศัพท์ และจะไม่มีการอัพเดทข้อมูลด้านเทคนิคผ่านระบบออนไลน์สำหรับ Windows XP อีกต่อไป นั่นแปลว่าผู้ใช้จะไม่ได้รับอัพเดทต่างๆ ที่จะสามารถช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัสอันตราย สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายอื่นๆ และผลที่ตามมาก็คือระบบอาจหยุดทำงานหรือปัญหาซอฟต์แวร์ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

Analysis

ใครที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Window จะทราบว่า ระบบปฏิบัติการ Windows XP ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามมาอย่างยาวนาน มากกว่าที่ระบบอื่นๆของไมโครซอฟท์จะสามารถทำได้นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ในเมื่อ ไมโครซอฟท์ ได้ออกระบบปฏิบัติการใหม่ๆ อย่าง Windows® 7 และ Windows® 8 ก็ได้ดึงผู้ใช้งานไปได้พอสมควร เพราะโดยส่วนตัวก็ชอบอะไรใหม่ๆ หน้าตาหรือฟังชั่นการใช้งานใหม่ๆ หรือ การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วมากขึ้น รวมไปถึงการใช้งานที่ต้องการระบบปฏิบัติการที่สูงขึ้น แต่ในการทำงานบางอย่างที่ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะในเรื่องการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม ในระหว่างที่ผมเรียน ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ บางโปรแกรมยังใช้กับ ระบบปฏิบัติการ Windows XP เท่านั้น ถึงแม้ว่าตอนนั้นผมใช้ Windows® 7 อยู่ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows XP แทน อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งจากประสบการณ์โดยตรง แต่ปัจจุบันจะเกิดปัญหานี้ไม่มากแล้วในเมื่อบริษัทต่างๆ ได้ทำซอฟแวร์ของตัวเองให้สามารถใช้งานได้กับ ระบบปฏิบัติการ Window ที่ออกมาใหม่ได้อย่างทันท่วงที แต่เท่าที่ทราบ คือระบบปฏิบัติการ Windows XP ได้ถูกยกเลิกการซัปพอร์ต ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2010 ไปแล้ว สำหรับเวอร์ชันที่ต่ำกว่าวินโดวส์ XP SP3 (Service Pack 3) ซึ่งเชื่อว่าผู้ที่อัปเกรดเป็น SP3 ในไทยจะมีอยู่เพียงไม่กี่เครื่องเท่านั้น เนื่องจากขั้นตอนการลงไม่สามารถอัปเดตจากระบบปฏิบัติการ Windows XP เองได้ ต้องใช้การดาวน์เกรดลงจากระบบวินโดวส์ Vista หรือลงระบบวินโดวส์ XP SP3 ใหม่เท่านั้น เท่ากับว่าระบบปฏิบัติการ Windows XP ที่ใช้กันอยู่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการซัปพอร์ตมาแล้วกว่า 2 ปีแล้วนั่นเอง ซึ่งแม้จะไม่ซัปพอร์ตมานานถึง 2 ปีแล้ว แต่ไมโครซอฟท์ก็ชี้แจงไว้บนหน้าเว็บไซต์ชัดเจนว่า จะยังคงใช้งานต่อได้ แม้ว่าผู้ใช้งานจะมี ระบบปฏิบัติการ Windows XP รุ่นที่ไม่ได้รับการสนับสนุน หรือ Windows Vista ที่ไม่มี Service Pack ใดๆ Windows จะยังคงสามารถเริ่มต้นและทำงานได้ตามปกติแต่อาจจะต้องรับความเสี่ยงในการใช้งานนั้นด้านความปลอดภัยซ่อนอยู่

ในประเทศไทยพบว่ามีผู้ใช้งาน ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่ราวร้อยละ 43 ซึ่งไม่ต่างกันมากนักกับ ระบบปฏิบัติการ Windows® 7 ที่มีผู้ใช้งานอยู่ร้อยละ 46 ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะมีมากกว่า ระบบปฏิบัติการ Windows® 7 เพราะอย่าลืมว่าประเทศไทยมีการใช้ซอฟแวร์เถื่อนอย่างแพร่หลาย เป็นที่รู้กันในส่วนของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จากข่าวพบว่าประเทศไทย คือหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows XP สูงสุดในแถบเอเชียแปซิฟิกโดยมีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่จำนวนมากถึง 5.7 ล้านเครื่อง แล้วโดยเฉพาะเดือนตุลาคม 2013 พบว่ามีการใช้งาน ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่ราวร้อยละ 28 ซึ่งต่างกันมากเมื่อเทียบกับ ระบบปฏิบัติการ Windows® 7 ที่มีผู้ใช้งานอยู่เกือบร้อยละ 50 ของประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นแนวโน้มที่ว่าผู้ใช้งาน หรือผู้ประกอบการได้มีการปรับตัวแล้วปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ Windows® 7 และอื่นๆมากขึ้นเพื่อให้รองรับการจัดการของ ไมโครซอฟท์ แต่ถ้าผู้ใช้งานหรือผู้ประกอบการที่ยังมีการใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows XP ต่อไปควรยอมรับให้ได้ว่า ความสามารถของเครื่องอาจจะไม่พัฒนาขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ และไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมใหม่ได้ในอนาคต แม้ว่าจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่มาลงระบบปฏิบัติการ Windows XP ก็ตาม (หากหาไดรเวอร์ได้นะ) เพียงเท่านี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลงวินโดวส์ XP ก็สามารถใช้งานต่อไปได้อีกหลายปีหรือจนกว่าเครื่องจะเสียหายกันไปข้างหนึ่งเลยนั่นเอง แต่ปัญหาสำคัญของผู้ใช้งานและผู้ประกอบการก็คือต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นหากต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ นอกจากจะต้องตรวจสอบภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้ว อาจจะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดที่มีอยู่เช่นพรินเตอร์ สแกนเนอร์ กล้องเว็บแคม ฯลฯ ว่าพร้อมรองรับและสามารถหาไดรเวอร์มาลงเพื่อให้เครื่องสามารถใช้งานร่วมกันได้หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆไม่ได้ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการ โปรแกรมใหม่ และอุปกรณ์ที่รองรับอาจจะสูงเป็นเงาตามตัวไปด้วย ซึ่งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการอัปเดตเหล่านี้ กลายเป็นปัจจัยหลักของการตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ

flickr:10666752366

ภาพที่ 1 สถิติผู้ใช้งาน ระบบปฏิบัติการ ต่างๆในประเทศไทย จากปี 2012 ถึง ปัจจุบัน จาก StatCounter

สำหรับผู้ใช้งานและผู้ประกอบการที่ยังคงเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่ด้วยสาเหตุของระบบซอฟต์แวร์ภายในที่รองรับเฉาพะเพียงแค่ระบบปฏิบัติการ Windows XP เท่านั้น การดูแลระบบเน็ตเวิร์กและด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องลงทุนเพิ่มเติมเนื่องจากการทำงานปัจจุบันมีการนำอุปกรณ์ชนิดอื่นเข้าร่วมเน็ตเวิร์กอยู่บ่อยๆ การที่เราสร้างระบบป้องกันที่ดีก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีก็เป็นได้

flickr:10666771654

ภาพที่ 2 สถิติผู้ใช้งาน ระบบปฏิบัติการ ต่างๆในประเทศไทย ในเดือนตุลาคม ปี 2012 จาก StatCounter

โดยส่วนตัวคิดว่าระบบปฏิบัติการ Windows XP มีความเสถียรอยู่แล้วในด้านการใช้งานไม่เช่นนั้นไม่สามารถจะอยู่ในตลาดได้ยาวนานเช่นนี้เพราะถูกเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2001 แต่ จากรายงาน Microsoft’s Security Intelligence ฉบับที่ 13 ตีพิมพ์ในเดือน มิถุนายน 2555 ให้ข้อมูลว่า “ระบบปฏิบัติการ Windows XP รุ่น SP3 มีระบบป้องกันที่ด้อยกว่า ระบบปฏิบัติการ Windows 7 SP1 ถึง 3 เท่าตัว มัลแวร์ ได้กลายเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งพัฒนาเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ชนิด ในปี 1991 ไปสู่นับล้านชนิด ในปี 2012 โดยภัยคุกคามคอมพิวเตอร์เหล่านี้รวมถึง ไวรัส, เวิร์ม, โทรจัน การบุกรุกและเจาะข้อมูล ระบบขโมยรหัสผ่าน สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากปัญหารุนแรงเกี่ยวกับความปลอดภัยแล้ว

flickr:10666752196

ภาพ 3 Nokia Lumia 625 ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 8.0 เฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด Lumia Amber จาก http://www.nokia.com/

การใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows XP ต่อไป ยังเป็นสาเหตุของปัญหาและข้อจำกัดเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การเข้ารหัส การทำแฮชชิง และ การตรวจสอบตัวตน ในขณะที่ผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระและบราวเซอร์กว่าร้อยละ 60 ไม่รองรับ Windows XP อีกต่อไป” คิดว่าน่าจะเป็นเพราะทางไมโครซอฟต์ต้องการที่จะออกระบบปฏิบัติการ ใหม่ๆมากกว่าในเรื่องทางเทคนิคต่างๆ และความแพร่หลายของตลาดสมาร์ทโฟน ในยุคปัจจุบัน ซึ่ง Windows 8 ถูกพัฒนามาเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ด้วย ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ร่วมกับหน้าจอสัมผัสได้ เพราะอย่าลืมว่า กระแสทางด้านตระกูล I ของ Apple ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเรื่องเทคโนโลยี และมีระบบปฏิบัติการ เป็นของตัวเองอย่างเช่น iOS, MacOSX

แหล่งที่มาของบทความ
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=202585:-windows-xp-8-57--57-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.it24hrs.com/2013/1-year-left-to-stop-support-update-windows-xp/
http://gs.statcounter.com/
http://www.nokia.com/

ผู้จัดทำ นายปีย์ รุ่งเรืองอารี ID: 5510211034 RMBA70

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License