36

สุชาดา แสงภักดี 5510211036

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและธุรกิจด้วย 3G และอุปกรณ์โมบาย

บทความวันที่ 28 ตุลาคม 2556
ที่มา http://www.it24hrs.com/2013/tip-use-smartphone-for-work-business/

สรุปบทความ

ปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีด้าน 3G และอุปกรณ์ IT ทำให้มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในการทำงาน โดยการใช้โทรศัพท์มือถือ อย่าง smartphone หรือ iphone แทนที่การใช้งาน notebook สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะ 3G ที่ทำให้สามารถทำงานหลายๆอย่างผ่านทางอุปกรณ์พกพาได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล แผนที่การเดินทาง ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมที่สามารถอำนวยความสะดวกได้อีกมากมาย เช่น

flickr:10668529045

1.Skype หรือ Google Hangouts ที่ใช้สำหรับการประชุมงาน
2.Dropbox, Skydrive, Google Drive หรือ iCloud ใช้สำหรับรับส่งเอกสารขนาดใหญ่
3.Quick Office หรือ Cloudon สามารถใช้พิมพ์ แก้ไขเอกสารงานในโปรแกรม word excel ได้
4.Google Translate ใช้สำหรับการแปลภาษา

ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์แก่บุคคลต่างๆแล้ว ยังมีผลต่อผู้ประกอบการในการทำธุรกิจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram ที่เจ้าของธุรกิจสามารถเช็คและอัพเดตข้อมูลต่างๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ แล้วยังสามารถเช็คการชำระเงินของลูกค้าผ่านทาง Application ของทางธนาคารได้อีกด้วย

วิเคราะห์บทความ

flickr:10668782153

จากการเปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เกิดวิธีการทำงาน และการติดต่อสื่อสารกันในรูปแบบใหม่ๆ มากมาย ทาง Social Network ที่คนทุกคนจะต้องมีการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Line, Whatsapp, Skype และอื่นๆ ที่ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไป จากอดีตโทรศัพท์มือถือยังมีเฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยโทรศัพท์บ้าน และโทรศัพท์สาธารณะ ส่วนในเรื่องของ Internet นั้นก็ยังไม่แพร่หลายอย่างทุกวันนี้ จะเนื่องด้วยประสิทธิภาพของ internet ที่สมัยก่อนช้าและสัญญาณไม่ทั่วถึง แต่ทุกวันนี้ ทุกคนเริ่มมีโทรศัพท์มือถือ แม้กระทั่งเด็กเล็กๆ ก็มี บางคนมีมากกว่า 1 เครื่อง รวมไปถึงสัญญาณ internet ที่มีประสิทธิภาพทำให้ทุกคนสามารถติดต่อกันโดยเครือข่าย Internet กันได้ และเกือบทุกคนจะติด internet กัน วันไหนไม่ได้เข้า หรือเข้าไม่ได้ จะเกิดความรู้สึกอึดอัด เหมือนชีวิตขาดอะไรไป

flickr:10668559046

และปัจจุบันนี้ การใช้ Social Network ผ่านทางคอมพิวเตอร์น้อยลง แต่ไปใช้ทาง smartphone มากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบายในการพกพา สามารถใช้โปรแกรมหลายอย่างในการทำงานได้ไม่ว่าจะสืบค้นข้อมูล เช็คเมลล์ อ่าน MS Word, Excel ส่งภาพและข้อมูลต่างๆได้ ทำให้คนทำงาน หรือทำธุรกิจสามารถทำงานได้แม้ไม่ได้อยู่ในออฟฟิต ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น

flickr:10668779923

รวมไปถึงจะเห็นถึงบทวิจัยต่างๆว่า Smartphone มีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ผลการสำรวจ ทริปแอดไวเซอร์ TripBarometer เกี่ยวกับแนวโน้มของอุปกรณ์เคลื่อนที่และสื่อสังคมออนไลน์ระหว่างการเดินทางและพักผ่อน พบว่า
• 87% ของนักเดินทางทั่วโลกและนักเดินทางชาวไทย 85% ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ระหว่างการเดินทาง เนื่องจากต้องการติดต่อกับครอบครัว เพื่อนฝูง และกลัวว่าจะพลาดข่าวสารต่างๆ นัก
• ชาวอินโดนีเซีย มีแนวโน้มใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ระหว่างการเดินทางมากที่สุด 98%
• ชาวแคนาดา มีแนวโน้มน้อยที่สุด 59%
• บุคคลอายุ 18-24 ปี ต้องการใช้มากที่สุดในโลก สัดส่วน 94%
• ผู้หญิง 88% ติดการใช้ smartphone ในขณะที่ผู้ชายจะอยู่ที่ 85%

แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งคือ ธุรกิจบริการยังไม่สามารถให้บริการได้พอเพียงกับความต้องการ โดยพบว่าเจ้าของธุรกิจที่พักเกือบ 31% ทั่วโลก และในประเทศไทย 34% ไม่มีการให้บริการใดๆ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งจากบทความดังกล่าวจะเห็นได้ว่า อุปการณ์ smartphone มีผลต่อการทำธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร รวมไปถึงสินค้าแฟชั่น

flickr:10668581034

นอกจากนี้จากสติการโฆษณาทาง Facebook ซึ่งเป็น Social Network ที่ใหญ่ที่สุดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การโฆษณาทาง Facebook เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจโดยโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์นั้นมีประสิทธิภาพมาก เพราะสามารถสร้าง Brand Awareness ให้กับสินค้าเนื่องจาก ผู้ใช้ Facebook มีปริมาณมากและคนนิยมเข้า Facebook วันละหลายๆครั้ง รวมไปถึงการเข้า Facebook สามารถเข้าผ่านทาง smartphone ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคปัจจุบัน เครื่องมือใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น tablet ipad หรือ iphone ซึ่งตอนนี้แทบทุกคนจะต้องมีอยู่ในมือ บางคนก็ใช้เพื่อทำงานประกอบอาชีพ บางคนก็ใช้เพื่อความเพลิดเพลิน บางคนใช้ในการติดต่อสื่อสารกันกับคนอื่น ทำให้อุปกรณ์มือถือเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้สำหรับคนในยุคนี้ ซึ่งทำให้มีผลต่อบริษัทต่างๆ ที่ต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงช่องทาง ในการติดต่อกับทางบริษัทไม่ว่าจะเป็น website, facebook และ e-mail ซึ่งสามารถเช็คข้อมูลผ่านทาง smartphone ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์ภาพ, word หรือ excel ก็สามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการทำงานจึงเพิ่มขึ้น

แต่ผลของ smartphone ก็มีเหมือนกันคือ ทำให้คนเราสมัยนี้ เกือบทุกเวลาจะต้องหยิบเอาอุปกรณ์เหล่านี้ขึ้นมาดู มาตรวจเช็ค มาอ่าน มาตอบ ซึ่งมีผลต่อการทำงานของพนักงาน ไปกับการติดต่อสื่อสารใน Social Network ทำให้การทำงานของพนักงานลดลง เมื่อเทียบกับการทำงานในยุคก่อน ทำให้บางบริษัทต้องหารทางแก้การใช้โทรศัพท์มือถือของพนักงาน หรือปรับระบบขององกรณ์ เช่น
จัดทำระเบียบข้อบังคับในเรื่องการใช้ internet เดิมทีไม่เคยมีระเบียบการใช้ Internet การใช้ social network เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อเป็นการป้องกัน และใช้เป็นระเบียบปฏิบัติสำหรับพนักงานให้การทำงานเป็นการทำงานจริงๆ บางองค์กรถึงกับให้ฝ่าย IT บล็อกระบบ ไม่ให้พนักงานเข้าระบบ Social Network ได้ในระบบของบริษัท แต่ว่าปัจจุบันโทรศัพท์มือถือที่สามารถเข้าใช้ internet ได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบของบริษัท
ปรับวิธีการทำงาน โดยนำเอา Social Network มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน บางองค์กรและบางหน่วยงานก็คิดนำเอา Social Network เขามาใช้ในการทำงานด้วย สำหรับผู้บริหารบางท่านก็คิดว่า พนักงานอยากเล่นนัก ก็เลยมอบหมายให้ไปคิดต่อว่า จะเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ในการทำงานได้อย่างไรบ้าง และทำให้การเข้า Social Network เป็นเรื่องของการทำงานตามเวลาปกติทั่วไป แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังคงต้องมีระเบียบปฏิบัติเขียนไว้เพื่อไม่ให้พนักงานใช้ในเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
ดูกันที่ผลงานสุดท้าย บางองค์กรไม่อยากคิดมาก หรือต้องมายุ่งยากในเรื่องเหล่านี้ ก็มีนโยบายปล่อยอิสรเสรีให้กับพนักงาน ใครอยากทำอะไรก็ทำไป จะใช้เวลาอย่างไรก็ให้บริหารกันเอาเอง แต่สิ่งเดียวที่จะต้องทำให้ได้ก็คือ ผลงานที่คาดหวังจากองค์กร

นอกจากการลงโทษแล้ว สิ่งที่จะต้องส่งเสริมก็คือ เรื่องของการสร้างจิตสำนึกในเรื่องของความสำเร็จขององค์กรร่วมกัน และการสร้างความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของบริษัท หรือเจ้าของงานนั้นๆ เพื่อที่จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าจะต้องทำงานนั้นให้สำเร็จให้ได้ เพราะมันคือความรับผิดชอบ และคือความสำเร็จที่เราจะต้องสร้างมันขึ้นมาให้ได้ ด้วยการสร้างจิตสำนึกในลักษณะนี้ จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความรับผิดชอบในงานของตนมากขึ้น และจะพยายามใช้เวลาที่มีในการสร้างผลงาน เพื่อให้งานของตนเองประสบความสำเร็จมากขึ้นนั่นเอง

ที่มา
1. app ที่ควรมีใน Smart phone/tablet android 2012 website: http://www.thaiandroidphone.com/thread-31148-1-1.html
2.ว่าด้วยเรื่องของ Social Network กับการทำงานของพนักงานในองค์กร website: http://prakal.wordpress.com/2013/09/03/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-social-network-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81/
3.สำรวจสถิติโฆษณาบน Facebook ปี 2012 website: http://mashingup.wordpress.com/2012/04/20/dm-stats-facebook-ad-1-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8/
4.คนไทยฮิตสมาร์ทโฟน website: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20131031/539902/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%99.html
5. เผยข้อมูลสถิติการใช้ Social Network website: http://mobiledista.com/infographic-stat-social-network-in-thailand-q1-2013/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License