39

iBeaconsอาวุธลับสำหรับร้านค้า กับคำตอบต่อ NFC จากแอปเปิ้ล

images?q=tbn:ANd9GcQRz-veCe93rovBxuUcKDma-nUdoJuCTTdg99U2IkUk46eHYGqicA

ในขณะที่กูเกิ้ลและค่ายมือถือต่างๆ พยายามพลักดันเทคโนโลยี NFC หรือ Near Field Communication ให้ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อให้การจับจ่ายซื้อของด้วยกระเป๋าเงินเสมือนและการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องง่ายขึ้นเพียงแค่แตะสมาร์ทโฟนเข้ากับแท่นอ่าน NFC หรือแตะระหว่างเครื่องกันเท่านั้น แต่ก็ดูเหมือนเทคโนโลยีที่พยายามพลักดันกันมาหลายปีนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริงเสียที โทรศัพท์ที่ใช้ NFC ได้ก็ยังจำกัดอยู่เพียงบางรุ่น และสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายดีที่สุดในโลกอย่าง iPhone ก็ไม่เคยคิดจะเหลียวแล NFC เลย

ibeacons.png?w=708

เมื่อ iBeacons ปรากฏตัวบนสไลด์ของแอปเปิ้ลครั้งแรกในงาน WWDC 2013

แอปเปิ้ลนั้นสงวนท่าทีต่อ NFC มานานหลายปี ผู้ใช้และสื่อสำนักต่างๆ ต่างคาดการณ์แล้วคาดการณ์อีกว่า iPhone 5 น่าจะมี NFC (แล้วก็ไม่มี) iPhone 5s ต้องมี NFC ได้แล้วน่า (ก็ยังไม่มีอีก) จนมาถึงงาน WWDC 2013 ที่แอปเปิ้ลเปิดตัว iOS 7 ครั้งแรกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เราได้เห็น AirDropที่สามารถส่งไฟล์ระหว่าง iPhone ด้วยกันผ่านเครือข่ายไร้สาย พร้อมคำพูดจิกกัดว่าเราไม่ต้องเอามือถือมาแตะกันก็ส่งไฟล์ได้ ก็น่าจะปิดประตู NFC บน iPhone อย่างน้อยอีกหนึ่งปี แต่ใครจะรู้ว่าคำตอบของแอปเปิ้ลต่อ NFC นั้นซ่อนอยู่ในคำว่าiBeaconsที่ปรากฏขึ้นครั้งเดียวในสไลด์แนะนำความสามารถใหม่ของ iOS 7 แถมขึ้นมาแบบเงียบๆ ไม่มีใครพูดถึงว่ามันคืออะไรจน iOS 7 ออกตัวจริงมา...

iBeaconsคืออะไร

iBeaconsเป็นชื่อทางการตลาดที่แอปเปิ้ลใช้เรียกเทคโนโลยีที่สื่อสารกันด้วย BLE (Bluetooth Low Energy หรือ Bluetooth 4.0) ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งต้องมีอุปกรณ์เล็กๆ ที่เรียกว่า Beacon แปะอยู่ตามสถานที่ที่ต้องการใช้ เพื่อส่งคลื่น BLE ออกมาให้สมาร์ทโฟนรับ เนื่องจากจุด Beacon ถูกกำหนดไว้ตายตัวในอาคาร จึงสามารถระบุตำแหน่งของ Beacon จุดต่างๆ ลงฐานข้อมูลอย่างละเอียดได้ว่า Beacon วางอยู่เส้นรุ้งเส้นแวนใดของโลก อยู่ในอาคารชั้นไหน วางอยู่ใกล้สินค้าอะไร เมื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟนเดินเข้ามาสู่ขอบข่ายสัญญาณของ Beacon โทรศัพท์ก็จะทราบตำแหน่งของตัวเองในอาคารได้ทันที ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถจับสัญญาณ GPS ได้ก็ตาม

ประโยชน์ของ iBeaconsต่อธุรกิจ

เราคงยังไม่ลืมว่า iBeaconsนั้นใช้เทคโนโลยี BLE หรือบลูทูธพลังงานต่ำเป็นฐาน มันจึงไม่ใช่แค่ระบุตำแหน่งของผู้ใช้อย่างเดียว แต่มันสามารถส่งข้อมูลได้ด้วย เช่นเมื่อลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แล้วสมาร์ทโฟนจับสัญญาณ Beacon ได้ ก็จะแสดงส่วนลดที่ร้านนั้นมีหรือเมื่อเดินเข้าไปในร้าน ข้อมูลจาก Beacon สามารถนำทางไปยังบริเวณโปรโมชั่นต่างๆ หรือจะใช้ในห้องจัดแสดงเพื่อส่งสัญญาณให้สมาร์ทโฟนเสนอข้อมูลของสินค้าที่อยู่ตรงหน้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งประโยชน์ตรงนี้ก็แล้วแต่ว่านักพัฒนาแอพและนักการตลาดจะร่วมกันสร้างสรรค์ให้ได้ขนาดไหนและไม้ตายของ iBeaconsคือเราสามารถใช้มันเป็นกระเป๋าเงินเสมือนได้แบบเดียวกับ NFC โดยที่ไม่ต้องเพิ่มอุปกรณ์พิเศษในมือถือ และไม่ต้องเอามือถือไปสัมผัสเครื่องจ่าย แค่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ก็สามารถกดจ่ายเงินจากมือถือได้เลย ซึ่งเมื่อมองเทคโนโลยีอ่านลายนิ้วมือที่อยู่ใน iPhone 5s แล้ว ก็เชื่อได้ไม่ยากว่าในอนาคตแอปเปิ้ลน่าจะพัฒนาให้ใช้ลายนิ้วมือยืนยันตัวตนผู้ซื้อได้ (ใน iOS 7 เวอร์ชั่นปัจจุบัน เครื่องอ่านลายนิ้วมือของ iPhone 5s ใช้ปลดล็อกเครื่องและซื้อสินค้าใน App Store, iTunes Store ได้เท่านั้น แอพจากนักพัฒนาภายนอกยังไม่สามารถเข้าถึงเซนเซอร์ตัวนี้ได้)

applications1.jpg?w=708

รูปแบบการทำงานการส่งสัญญาณจาก Beacon ไปยังมือถือของลูกค้าที่เข้ามายังบริเวณร้าน

ความคุ้มค่าของ iBeacons

ปัญหาหนึ่งที่ทำให้ NFC ไม่เกิดสักทีคือต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เยอะ และด้วยระยะการทำงานที่สั้นมากราว 2 นิ้วเท่านั้น ทำให้หากต้องการใช้ NFC ระบุสินค้าต่างๆ ก็ต้องใช้แท็ก NFC จำนวนมาก (สมมุติแท็ก NFC ราคา $0.1 แล้วต้องติดกับสินค้า 1,000 ชิ้นก็เสียค่าแท็กไป $100 แล้ว) และไม่สามารถใช้กระจายข้อมูลไปยังสมาร์ทโฟนหลายๆ เครื่องในวงกว้างได้แบบ Beacon ที่มีระยะการทำงาน 50 เมตร ถึงจะเป็นร้านค้าใหญ่ๆ เมื่อใช้ Beacon วางไม่กี่ตัวก็ครอบคลุมบริเวณทั่วร้านได้แล้ว ซึ่งปัจจุบันบริษัท Estimote วางขาย Beacon ในราคา 3 ชิ้น $100 ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งานในร้านค้าแล้ว
นอกจากนี้อุปกรณ์ที่ใช้ Beacon ได้ คือมือถือที่รองรับ BLE ซึ่งแอปเปิ้ลรองรับมาตั้งแต่ iPhone 4s ทำให้เมื่ออัพเกรดเป็น iOS 7 อุปกรณ์ iOSนับร้อยล้านเครื่องทั่วโลกสามารถใช้ระบบนี้ได้ทันที แต่ในส่วนของ Android เพิ่งรองรับ BLE เต็มตัวในเวอร์ชั่น 4.3 จึง การใช้งานเทคโนโลยีนี้ในฝั่งหุ่นเขียวจึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

การตอบรับของเทคโนโลยี

แอปเปิ้ลได้แสดงตัวอย่างการใช้งานเทคโนโลยี BLE ไว้ให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านการตั้งค่า Apple TV อัตโนมัติด้วยอุปกรณ์ iOSเพียงแค่อัพเดทซอฟต์แวร์ของ Apple TV เป็นรุ่นล่าสุด และให้สมาร์ทโฟนที่ใช้ iOS 7 เชื่อมต่อไวไฟวงเดียวกับ Apple TV พร้อมเปิด Bluetooth เข้าไปแตะใกล้ๆ ระบบก็จะตั้งค่า Apple TV โดยอัตโนมัติ พร้อมให้ใส่ Apple ID สำหรับตัว TV ผ่าน iPhone ได้เลย ซึ่งสะดวกกว่าการใช้รีโมททีวีค่อยๆ เลื่อนไปตามตัวอักษรบนจอ
นอกจากนี้ก็มีบริษัทที่ทำตัว Beacon ออกมาจำหน่ายแล้วเช่น RoximityiBeacons (buyibeacons.com) และ estimote.com ที่ขายชุด Beacon 3 ชิ้นในราคา $99 ซึ่งบริษัทยืนยันว่าแค่ถ่านกระดุมเล็กๆ ที่อยู่ใน Beacon ก็เพียงพอจะทำให้มันทำงานได้ 2 ปี ทำให้ Beacon มีค่าดูแลรักษาต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ
เมื่อแอปเปิ้ลอัด iBeaconsเข้ามาเสริมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ปูทางไว้แล้วอย่าง Passbook ซึ่ง iBeaconsสามารถส่งเสริมการใช้คูปอง บัตรส่วนลดที่อยู่ใน Passbook ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แจ้งเตือนตำแหน่งและโปรโมชั่นที่สามารถใช้คูปอง ก็รอดูกันต่อไปว่าอนาคตการตลาดกับสมาร์ทโฟนจะพัฒนาไปทางใด ระหว่าง NFC ที่พยายามมานานหลายปี หรือการใช้เทคโนโลยี BLE อย่าง iBeaconsที่แอปเปิ้ลนำเสนอ ซึ่งน่าจะรู้ผลในอีกไม่เกินหนึ่งปีข้างหน้านี้

บทวิเคราะห์

ในโลกปัจจุบัน Smartphone นั้นแข่งขันกันในด้านที่จะทำให้ตัวผลิตภัณฑ์หลักนั้นสามารถใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา Hardware หรือ Software ต่างๆ ในขณะที่สมาร์ทโฟนที่ใช้ Os Android จะหันไปพัฒนาด้าน NFC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีไว้สำหรับถ่ายส่งข้อมูลโดยการนำสมาร์ทโฟนไปแตะที่แท่น เพื่อแสดงโปรโมชันหรือจ่ายเงินด้วยสมาร์ทโฟน แต่ NFC นั้นก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควรเนื่องจากร้านค้าต่างๆยังไม่ติดตั้งแท่นอ่าน NFC มากเท่าที่ควรเพราะผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่มี Feature NFC ยังไม่ได้รับการแพร่หลายมากนักจึงทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะติดตั้งแท่นอ่าน NFC จนมาถึงปัจจุบันApple เพิ่งออก IOS 7 ได้มี Feature ใหม่คือ iBeacons ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกับ NFC แต่ไม่ต้องนำสมาร์ทโฟนไปแตะที่แท่นเพื่อรับโปรโมชันหรือจ่ายเงินเนื่องจากใช้คลื่น Bluetooth ในการส่งถ่ายข้อมูลเป็นที่แน่นอนว่าระยะทางในการถ่ายข้อมูลนั้นจะต้องไกลกว่า NFC แน่นอน อีกทั้งสามารถ Tag ลูกค้าที่เข้ามาภายในร้านสังเกตุพฤติกรรมและสามารถนำไปวิเคราะห์ธุรกิจได้ ดังนั้น iBeacons เป็น Feature ที่น่าจับตาว่าจะมีการใช้อย่างแพร่หลายในวงการธุรกิจอย่างแน่นอน และอีกไม่นานผมเชื่อว่าในวงการสมาร์ทโฟนจะต้องมีการพัฒนาระบบ RFID เพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ผู้คนทั่วไปจะได้ไม่ต้องพกบัตรสมาชิกหลายๆใบแต่จะเปลี่ยนเป็นพกสมาร์ทโฟนแค่เครื่องเดียวก็สามารถออกช๊อปปิ้งได้ อีกทั้งธุรกิจที่ติดตั้งเครื่องอ่าน RFID ก็สามารถนำพฤติกรรมลูกค้าไปใช้ในเชิงวิเคราะห์ทางธุรกิจได้อีกด้วย

จุดแข็ง (Strength):

  • ใช้สัญญาณ Bluetooth จึงสามารถส่งถ่ายข้อมูลได้ในระยะที่ไกลกว่า NFC
  • สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆเครื่อง
  • สามารถใช้สังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคในการทำธุรกิจและนำมาวางแผนทางธุรกิจได้อย่างดี
  • สามารถแสดงโปรโมชั่นได้เมื่อเดินเข้าใกล้สัญญาณถือเป็นการทำการตลาดหน้าร้านได้อย่างดี
  • การตั้งราคาของตัวส่งสัญญาณ Beacon ถือว่าราคาสมเหตุสมผลและน่าดึงดูดใจในการลงทุน
  • Function โดยรวมมีลูกเล่นมากกว่า NFC อย่างเห็นได้ชัด
  • ทำงานได้ดีในตัวอาคารซึ่งอับสัญญาณ GPS

จุดอ่อน (Weakness):

  • พัฒนาออกมาได้ช้ากว่า NFC ซึ่งทำให้ผู้คนหันมาใช้ NFC ก่อนหน้านี้แล้ว
  • รองรับได้ในสมาร์ทโฟนที่จำกัดแค่เพียง iPhone4s ขึ้นไปและต้องใช้ iOS7 แต่ใน Android ที่เป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้ใช้มากที่สุดทั่วโลกยังไม่สามารถรองรับได้ จึงเป็นสิ่งที่น่าขบคิดว่าฟังก์ชันนี้จะสามารถใช้ได้อย่างแพร่หลายจริงๆ

โอกาส (Opportunity):

  • ธุรกิจทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านสมาร์ทโฟน iBeacon จึงเป็นตัวเลือกในการทำการตลาดได้อย่างดี
  • มีฟังก์ชันการจ่ายเงินโดยไม่ต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกในการชำระเงินที่จะได้รับความนิยมในอนาคต
  • มีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้นทุกปีๆถือเป็นโอกาสอันดีของ iBeacon และธุรกิจที่ใช้สมาร์ทโฟนในการทำการตลาด
  • ธุรกิจที่ใช้ iBeacon จะช่วยลดต้นทุนในการใช้พนักงานในการแนะนำรายละเอียดสินค้าและโปรโมชั่นรวมถึงเคาท์เตอร์จ่ายเงินด้วย ทำให้เป็นที่น่าสนใจในการใช้ระบบ iBeacon ในการลดต้นทุนอีกทั้งเป็นการส่งเสริมการตลาดไปในตัว

อุปสรรค (Threat):

  • คู่แข่งอย่าง Android คงไม่ยอมให้ Apple ก้าวล้ำกว่าได้มาก โดยเขาจะต้องมีการพัฒนาระบบ NFC ให้ดีขึ้นและทัดเทียบระบบ iBeacon ได้อย่างแน่นอน
  • ยังไม่เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนทั่วๆไป อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะได้รับความนิยม
  • Market share ของ OS ที่มากที่สุดยังคงตกเป็นของ Android ซึ่งมีผลในการตัดสินใจเลือกใช้ iBeacon ถ้าหาก iBeacon ยังไม่สามารถใช้งานในระบบ Android ได้

Sources

http://www.ecommerce-magazine.com/issue/178/October_2013_Technology_iBeacons
http://gigaom.com/2013/09/10/with-ibeacon-apple-is-going-to-dump-on-nfc-and-embrace-the-internet-of-things/
http://www.youtube.com/watch?v=sUIqfjpInxY

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License