Make Life Easier for Wheelchair Users

ศศิวัช ตั้งจีรวงษ์ RMBA70 : 5510211040

Make Life Easier for Wheelchair Users

สรุปข่าว : Make Life Easier for Wheelchair Users

ทำให้ชีวิตของ Wheelchair user ง่ายขึ้น ผ่านโครงการเผยแพร่ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็น โดย นางสาวลิปดา จารุเธียร สมาชิกกลุ่ม Wheel-go-round นักศึกษาปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (International Program) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงที่มาของไอเดียว่า เกิดจากปัญหาในชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้ใช้ wheelchair ในการเข้าถึงข้อมูลของสถานที่ที่พวกเขาต้องการจะไป ทั้งในแง่ของสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) มีผลให้คนกลุ่มนี้เลือกที่จะอยู่บ้าน เพราะกลัวที่จะต้องพบกับความยากลำบากหากเดินทางไป โดยปัญหาของข้อมูลที่ผ่านมา คือ การที่มีข้อมูลมากมาย แต่ไม่ update และไม่ได้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ตนจึงเริ่มพูดคุยกับเพื่อนๆ ร่วมกันคิดที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทางทีมได้เข้าร่วม Program ของบริษัท Microsoft ที่ชื่อว่า “Innovate for Good” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ YouthSpark หนึ่งในโครงการของบริษัท ไมโครซอฟ ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะเปิดโอกาสและให้การสนับสนุนด้านการศึกษาและเทคโนโลยีแก่คนไทย ช่วงอายุ 16—30 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านบวกในชุมชนและสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ทำให้ทางทีมได้พบกับทีมนักเรียนจาก Microsoft Student Partners Program (MSPs) ซึ่งทั้ง 2 ทีม ต่างตัดสินใจที่จะร่วมกันพัฒนา website และ application ขึ้น

โดย Concept ของ Wheel go round คือ จัดเตรียมข้อมูล wheelchair facility ให้ทั้ง wheelchair user และ ผู้ช่วยของพวกเขา โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้ทาง Website : http://www.wheelgoround.in.th และ Facebook : https://www.facebook.com/wheelgoround ซึ่งข้อมูลที่นำเสนอนั้นได้แก่
• Wheel go places : ให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว, Shopping, ร้านอาหาร, โรงแรม, สถานศึกษา, ธนาคาร และการเดินทาง เป็นต้น โดยจะให้รายละเอียดในแง่ของ ข้อมูลการเดินทาง เวลาเปิดปิด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อ Wheelchair user ทั้งยังมีภาพถ่ายแสดงให้เห็นบรรยากาศชัดเจน
• Events : กิจกรรมพิเศษที่เชิญชวนให้ Wheelchair User และครอบครัวสมัครเข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น Rally เป็นต้น
• Become a wheel mapper : เป็นพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ Wheel go round ได้ โดยสามารถส่งข้อมูลและภาพถ่ายของสถานที่ซึ่งเอื้ออำนวยต่อกลุ่ม Wheelchair user ในการเดินทางไป ให้กับทางทีมงาน หลังจากตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อย ก็จะนำเผยแพร่ใน website ต่อไปซึ่งถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม wheelchair user ด้วย
สำหรับในส่วนของ Wheel go round Application ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลของสถานที่ต่างๆ ข้อมูลการการเดินทาง รวมถึงสามารถ Share ข้อมูลต่างๆ ด้วยรูปภาพและเขียน Comment ได้ด้วยซึ่งถือเป็นการช่วยกัน update ฐานข้อมูลระหว่างกลุ่ม user เองด้วย ทั้งนี้ความพิเศษของ App อยู่ตรงที่มีระบบประมวลผลด้วยกล้อง เพียงแค่เปิดโหมดกล้องแล้วส่งไปรอบๆ ตัว หากมีสถานที่ที่เราต้องการอยู่บริเวณใกล้เคียง ก็จะแสดงภาพสัญลักษณ์ขึ้นมาทันที โดย Wheel go round Application นี้ สามารถเปิดให้โหลดได้กลางเดือนตุลาคม 2556 ใน version ภาษาอังกฤษ หลังจากนั้นทางทีมก็ยังวางแผนที่จะพัฒนา application บน platform อื่นๆ และเพิ่มฟังก์ชั่นภาษาไทยอีกด้วย โดยผู้สนับสนุนโครงการนี้ ได้แก่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
วิเคราะห์ข่าว : Make Life Easier for Wheelchair Users

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าจากคนไม่กี่คนก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมดีขึ้นได้ หากรู้จักสังเกต มองเห็นถึงปัญหา รู้จักนำความรู้ที่มีมาพัฒนาแนวคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งจากโครงการถือว่าเป็นกลุ่มคนที่เป็นแบบอย่างที่ดี เนื่องจากเห็นความสำคัญของปัญหาแล้วมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการจนสิ้นสุดกระบวนการของการแก้ไขปัญหา เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เนื่องด้วยปัจจุบันสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) แต่ประเทศเราถือว่าเรายังไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นมากนัก จากข้อมูลของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ปี 2555 ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มีมากถึง 12.59% มากที่สุดในอาเซียน โดยความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการทางการแพทย์ทำให้อัตราการเกิดลดน้อยลงประชากรอายุยืนยาวขึ้น มีการประเมินว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าหรือในปี 2564 ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุหรือสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ( Aging Society) และอีก 10 ปีต่อมาจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด จึงเป็นเหตุผลว่าสัดส่วนของ Wheelchair user น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย ไม่เพียงเท่านี้ยังมีกลุ่มคนพิการ หรือคุณแม่ที่ใช้รถเข็นเด็ก ซึ่งน่าจะประสบกับปัญหาเดียวกันในเรื่องของความยากลำบากในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ จากข้อมูลพบว่า กลุ่มผู้พิการกล่าวว่า มันยากที่จะให้พวกเขามั่นใจในการเสี่ยงออกไปสู่โลกภายนอกหรือไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย เพราะเพียงแค่ขั้นบันไดเล็กๆ ที่สูงไม่กี่นิ้วก็สามารถที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้ทันที โดยเฉพะอย่างยิ่งเมื่อคนในสังคมไทย ยังไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า “พื้นที่” ความเท่าเทียมกันของคนในสังคมอย่างจริงจัง ดังนั้น Wheel go round จึงเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ให้มีความกล้าที่จะออกมาใช้ชีวิตในโลกกว้างมากขึ้น และด้วยความสามารถของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ทั้ง facebook และ app ก็ถือเป็นการช่วยเปิดสังคมของกลุ่มคนเหล่านี้ให้มีโอกาสใช้ชีวิตได้ทัดเทียมกับคนทั่วไปได้ ทั้งยังสามารถช่วยลดภาระของผู้ดูแลได้บางส่วนอีกด้วย

ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจุดแข็งของโครงการนี้มีอยู่หลายประการด้วยกัน ได้แก่ 1. มีการให้ wheelchair user ได้ทดลองใช้ website และ Application จริง และนำ Feedback มาปรับปรุงและพัฒนาจุดอ่อน ซึ่งน่าจะทำให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน 2. Application ใช้งานได้ง่ายและสะดวกผ่าน smartphone ซึ่ง app จะเน้นเป็นรูปภาพมากกว่าตัวอักษร โดยหลังจากเลือกสถานที่แล้ว จะประมวลผลเหมือนเป็น Google Map พร้อมมีสัญลักษณ์บอกถึงสถานที่นั้นๆ โดยสัญลักษณ์จะขึ้นเป็นสีเขียว, สีเหลือง และสีแดง ซึ่งแสดงถึงความสะดวกในการเข้าใช้งานตั้งแต่ สะดวก, ไม่ค่อยสะดวก และไม่สามารเข้าใช้งานได้ ตามลำดับ 3. ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีผลทำให้โครงการสามารถดำเนินผ่านไปด้วยดี 4. ถือเป็นการสร้าง community ใหม่ขึ้นมาซึ่ง user สามารถ share ข้อมูลระหว่างกันได้ ซึ่งช่วยให้ฐานข้อมูลมีการ update ตลอดเวลา และมีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังคงมีอุปสรรคซึ่ง คือ เทคโนโลยีนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจยากสำหรับผู้สูงอายุ อาจทำให้ App นี้ไปได้ไม่ไกลอย่างที่คิดไว้ ดังนั้น ในฐานะลูกหลานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ก็จำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการที่จะช่วยสอนทักษะการใช้เทคโนโลยีให้ผู้ใหญ่ในบ้านของตนด้วย

ต่อมาจะขอวิเคราะห์ในส่วนของบริษัท ไมโครซอฟ เกี่ยวกับการทำ CSR ของบริษัท จากข้อมูลของ Forbes แสดงให้เห็นว่าไมโครซอฟจัดเป็นบริษัทที่มีความเป็นเลิศด้านการทำ CSR อย่างแท้จริง เพราะบริษัทนั้นได้รับ Ranking เป็นที่ 1 ของการจัดอันดับ The Companies With the Best CSR Reputations 2013 โดยส่วนสำคัญที่ทำให้โครงการ Wheel go round นี้ประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากโครงการ CSR ของ Microsoft นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นิตยสาร The Economist มีการแสดงความคิดเห็นว่า หน้าที่ของธุรกิจไม่ใช่การแก้ปัญหาทุกอย่างของสังคม แต่เป็นการสร้างผลกำไรโดยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ยุติธรรม โดยไมเคิล อี พอตเตอร์ และ Mark Kramer ได้เสนอแนวคิดที่ว่า ทุกฝ่ายน่าจะได้รับประโยชน์จากการที่ธุรกิจรับผิดชอบต่อสังคม (Win-Win) คือ สังคมและบริษัทต้องได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าบริษัทได้ประโยชน์ด้วยแล้ว บริษัทก็จะมีแรงจูงใจที่จะจัดสรรทรัพยากรอย่างพอเพียงเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ และเพื่อที่จะให้การทำ CSR ทำได้อย่างยั่งยืนบริษัทก็ควรจะเลือกทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทมากที่สุด ซึ่งโครงการของ Microsoft ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากโครงการดังกล่าว ได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทั้งสังคม และ Microsoft เอง โดยประโยชน์ที่สังคมได้รับนั้นก็ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ในส่วนของ Microsoft นั้น ก็ได้รับประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่ 1. การช่วยเหลือสังคมนั้นเป็นการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์บริษัทให้ดี ทั้งยังเป็นภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีซึ่งก็ยิ่งมีความเหมาะสม 2. มีโอกาสในในการได้บุคลากรที่ดีมีคุณภาพเข้ามาร่วมงาน คือ หลังจากจบโครงการต่างๆ หากใครมีความสามารถ บริษัทก็อาจคัดเลือกมาร่วมงานจริงได้เลย 3. Application หรือสิ่งต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา บริษัทก็สามารถนำมาเป็น Product & Service ของบริษัทต่อไปได้ในอนาคต

References:
http://www.nationmultimedia.com/technology/Making-life-easier-for-wheelchair-users-30216492.html
http://www.wheelgoround.in.th/index.html
https://www.facebook.com/wheelgoround
http://www.komchadluek.net/detail/20130418/156325/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.html
http://www.forbes.com/sites/jacquelynsmith/2013/10/02/the-companies-with-the-best-csr-reputations-2/
http://mba.nida.ac.th/cec/images/stories/cecpic/magazine/02/09_starbucks%20case1.pdf

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License