47

น.ส.นพเก้า พัชรกิตติพรกุล 5510211047

“Line” ก้าวอีกขั้นฉีกคู่แข่งเทียบชั้น “Facebook”

Summary

Line ก้าวอีกขั้นฉีกคู่แข่งเทียบชั้นเฟซบุ๊ก
ในปัจจุบันนี้ Line เป็นโปรแกรมแชตอันดับ 1 ในสมาร์ทโฟน พบว่าหลังจากเปิดให้บริการมาสองปี มีคนลงทะเบียน 230 ล้านคนทั่วโลก และประเทศไทยมีผู้ใช้บริการถึง 20 ล้านคน เป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่นที่มี ผู้ใช้งาน 43 ล้านคน ซึ่ง Line มีจุดเด่นอยู่ที่ การสร้าง Community เล็กๆบนมือถือ ประกอบกับการที่นำลูกเล่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแชต โทรฟรี และสติกเกอร์ Brown and Corny รวมไปถึงเกมส์อย่าง Line Pop และ PokoPang
นอกจากนี้ Line กำลังต่อยอดด้วยการสร้างหนังโฆษณาจากชีวิตและเรื่องราวจริงของผู้คน โดยจะมีการประกวดและมอบเงินรางวัล 1.5 แสนบาทสำหรับผู้ชนะ ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำภาพยนต์โฆษณาและรอเปิดตัวผ่านทางช่องทาง Line ซึ่งจุดประสงค์หลักๆคือการขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น และการเอาชนะโปรมแกรมแชทคู่แข่งอย่าง Whatapps ให้เด็ดขาด
การที่ Line เติบโตอย่างมา จึงมีการสร้างกลยุทธ์ทางด้านการตลาดให้กับองค์กรเพื่อสื่อสารกับลูกค้า ดังนั้น Line ในปัจจุบันนี้จึงมีลักษณะและรูปแบบเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับ Facebook เนื่องจากขณะนี้หลายๆคนหันมาให้ความสนใจกับ Line และอาจจะเปิดดู Line มากกว่า Facebook เสียด้วยซ้ำ เนื่องจาก Line มีลักษณะสื่อสารระหว่างเพื่อนสนิทที่ใกล้ชิดมากกว่า Facebook ที่การพิสูจน์สถานะจริงของเพื่อนที่ add เข้ามาอาจทำได้ยาก
จึงพบว่าขณะนี้หลายๆองค์กรในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก สื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน และการประกันภัย หันมาใช้ Line มากขึ้น โดยพบว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทาง Line ได้ผลเร็วที่สุด ยกตัวอย่างเช่น KBANK ที่เอาสติกเกอร์ไลน์มาเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาด อย่างไรก็ตามธุรกิจต่างๆที่ใช้ไลน์มาเป็นตัวช่วย ดูเหมือนว่าจำนวนคนที่เข้ามามีไม่น้อยเลยทีเดียว เช่น จำนวนสมาชิกของ ดีแทค ที่ผ่านโปรแกรมไลน์ ณ ปัจจุบัน มี 7.2 ล้านราย, เอไอเอส มีจำนวน 9 ล้านราย, ทรูมูฟเอช มีจำนวน 10 ล้านราย, ธนาคารกสิกรไทย 6.5 ล้านราย, ซีพี 6.7 ล้านราย, เมืองไทยประกันชีวิตจำนวน 9.5 ล้านราย และเอไอเอ 34 ล้านราย

flickr:10669193664

Analysis

flickr:10669387993

ตั้งแต่ที่ Facebook ได้มีการเปิดตัวมาจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอันมากด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในทั่วโลก แต่วันนี้หากจะพูดว่าจุดสูงสุดของเฟซบุ๊กได้ผ่านไปแล้วคล้ายกับ ICQ, MSN และ Hi5 ที่เคยนิยมกันในอดีตก็ไม่ผิดมากนัก เพราะกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กประเภทแชตอย่าง Lineได้เข้ามามีบทบาทและก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอย่างมาก ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าจากโปรแกรมที่เริ่มต้นจากการแชตธรรมดา จะสามารถเทียบชั้นมาเป็นคู่แข่งกับเฟซบุ๊ก หากจะมองย้อนกลับไป เฟซบุ๊กเมื่อครั้งเริ่มแรกก็ไม่ต่างจากไลน์ในวันนี้ หรือหากจะพูดอีกอย่างนึงก็คือ สัญญาณตกต่ำของเฟซบุ๊กเป็นจุดกำเนิดของไลน์นั่นเอง ซึ่งหากมองลงไปลึกๆแล้วที่การไลน์สามารถก้าวมาเทียบชั้นกับเฟซบุ๊กได้นั้น สามารถสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้
ประการแรก พบว่าเฟซบุ๊กเองนั้นค่อนข้างจะถึงจุดอิ่มตัว เนื่องจากไม่มีอะไรใหม่ๆมาพักใหญ่ ตรงนี้จึงกลายเป็นช่องว่างให้ไลน์หรือตัว Application อื่นๆที่มองเห็นโอกาสทางการตลาดจากช่องว่างตรงนี้เข้ามาเสียบแทน
ประการที่สอง ตอนนี้เทรนของโซเชียลเน็ตเวิร์กบนสมาร์ทโฟนมีมาสักพักใหญ่ๆแล้วเนื่องจากความสะดวกสบายในการใช้งานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดในเรื่องสถานที่และเวลาจึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทุกที่ทุกเวลา ประกอบกับทางค่ายโทรศัพท์เองก็เน้นการให้บริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือ จึงทำให้การใช้โซเชียลแอพสะดวกมากยิ่งขึ้น สำหรับเฟซบุ๊กเองมีส่วนพลาดตรงที่การดำเนินการรองรับแอพพลิเคชั่นนั้นช้าไปหน่อย จะต้องมีการพัฒนามากถึง 5 เวอร์ชั่นจึงจะใช้งานได้จริง ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้สูญเสียโอกาสทางการตลาดให้กับคู่แข่งไปมากพอสมควร
ประการที่สาม เมื่อมีการพัฒนา Application ของเฟซบุ๊กแล้ว แต่กลับพบว่าไม่มีฟีเจอร์ใหม่ๆที่แตกต่างไปจากระบบเบราเซอร์เลย อีกทั้งการที่นำเวอร์ชั่นเบราเซอร์มาใช้นั้นกลับจำกัดให้ใช้งานไม่สะดวก เกิดความยุ่งยาก ตรงนี้เลยเป็นจุดด้อยให้ไลน์ที่รองรับการใช้งานได้ดีกว่าเข้ามาเบียดความยิ่งใหญ่ของเฟซบุ๊กได้

flickr:10669122055

ประการที่สี่ การที่ไลน์มีการสร้าง Timeline และการกด Like แบบสติกเกอร์ที่ใหม่ แปลกแหวกแนว และแตกต่าง ทำให้คนหันมาสนใจได้มากทีเดียว เพราะอย่างที่รู้กันว่าตัวไลน์เองนั้นมีจุดแข็งในเรื่องการใช้สติกเกอร์ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลาย ความน่ารักสวยงามของตัวการ์ตูนและลูกเล่นต่างๆที่ใช้เป็นตัวสื่ออารมณ์แทนคำพูด และยังพบอีกว่าในตอนนี้คนนิยมจะแชร์รูปถ่ายทาง Timeline ของไลน์มากกว่าในเฟซบุ๊ก อีกทั้ง content ต่างๆก็เริ่มจะมีปรากฏในไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ
ประการสุดท้าย ทางไลน์ได้มีการเปิดบริหารใหม่ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นก้าวใหม่ของระบบสำหรับการติดต่อสื่อสารเลยทีเดียว ซึ่งบริการใหม่ที่ออกมามีลักษณะที่ครอบคลุมและน่าสนใจมากกว่าเฟซบุ๊ก มีดังนี้
-Home ผู้ใช้งานจะมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแชร์ข้อมูล ภาพถ่าย วิดิโอ รวมไปถึงการเช็กอินตำแหน่งที่ตนอยู่ โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งพื้นหลังได้ตามความต้องการ และเพื่อนๆก็สามารถเข้ามากดไลค์หรือแสดงความคิดเห็นได้ โดยสามารถใช้สติกเกอร์ซึ่งเป็นจุดขายของไลน์มาแสดงความคิดเห็นได้ด้วย
-Timeline เมื่อมีการสร้าง Home เป็นของตัวเอง ก็จะมี Timeline ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งของเราและเพื่อนเพื่อมาแสดงเป็นกิจกรรมล่าสุด โดยเราสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ด้วย สามารถตั้งได้ว่าให้ใครเห็นหรือไม่เห็นในแต่ละโพสต์
-Line Channel ตัวนี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่ทำการเชื่องโยงไลน์เข้าไปสู่สินค้าและบริการต่างๆ โดยที่ทั้งหมดจะถูกทำผ่านทางไลน์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์ การทำตารางนัดหมาย การซื้อดีล รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าต่างๆ

flickr:10669386733

กลยุทธ์ “Sticker” ของ Facebook ปะทะ Line แย่งความยิ่งใหญ่คืน
การที่เฟซบุ๊กมีการอัพเดทตัว Messenger ทำให้มีฟีเจอร์ใหม่ออกมานั่นก็คือ Sticker เพื่อมาสู้กับ IM Chat (Instant Messaging Chat) บนสมาร์ทโฟน อย่างไลน์นั่นเอง ก่อนอื่นต้องย้อนไปว่า การที่ไลน์เป็นที่นิยมมากในประเทศไทย นั่นเพราะการใช้งานที่สะดวก ง่ายและมีฟีเจอร์มากมายหลากหลายให้เลือกใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Sticker line ที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุด จึงนำไปสู่การสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดทางธุรกิจในแอพนี้ โดยสาเหตุที่ธุรกิจส่วนใหญ่อยากเข้ามาลงทุนในไลน์ เพราะสามารถสร้างสติกเกอร์ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดได้ฟรีๆ ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้ผลตอบรับดีทีเดียว เนื่องจากเมื่อผู้ใช้โหลดสติกเกอร์ที่แจกฟรีโดยแบรนด์ต่างๆก็จะเกิดการจดจำแบรนด์ผ่านทางลายการ์ตูนนั่นเอง
ต่อมาทางเฟซบุ๊กก็ได้มีการอัพเดทตัว Messenger โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Sticker เข้าไป ซึ่งก็ทำให้หลายๆคนชอบใจเพราะมีความน่ารักหลายหลายและสติกเกอร์สามารถขยับท่าทางต่างๆได้

flickr:10669122705

การที่ขาใหญ่อย่างเฟซบุ๊กออกฟีเจอร์สติกเกอร์มาท้าชนกันไลน์อย่างจังๆ ซึ่งไลน์เองนั้นถ้าจะพูดถึงแล้วยังไม่สามารถเจาะได้ทุกตลาดเหมือนกับทางฝั่งเฟซบุ๊ก ดังนั้นโอกาสของตัว Facebook Messenger จึงมีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จ เพราะโดยปกติแล้วผู้ใช้ไม่ต้องการสมัครอะไรที่ซ้ำซ้อน เพียงแค่ชักชวนให้เพื่อนมาใช้เฟซบุ๊กบนมือถือให้มากขึ้น แล้วเพิ่มความหลากหลายของสติกเกอร์เข้าไปใน shop เหมือนกับไลน์ แต่สิ่งที่เฟซบุ๊กไม่สามารถจะชนะไลน์ได้ก็คือ ลายสติกเกอร์ต่างๆบนร้านนั่นเอง ด้วยจุดแข็งของไลน์ที่ถือครองสิทธ์ในญี่ปุ่นมาก จึงทำให้ลายการ์ตูนลิขสิทธ์ต่างๆไปอยู่กับไลน์เสียหมด และตลาดธุรกิจแบรนด์ต่างๆก็ดูเหมือนจะไปลงทุนสติกเกอร์กับทางไลน์เสียมากกว่า
ดังนั้นก็ไม่แน่ว่าในอนาคต หากเฟซบุ๊กยังไม่มีการออกฟีเจอร์อะไรใหม่ๆที่น่าสนใจและเป็น Talk of The town ได้ ก็อาจจะต้องร่วงโรยไปตามวันเวลา เหมือนดังเช่นโปรแกรมอื่นๆที่เคยโด่งดังในอดีต โดยที่ไลน์เองอาจจะเข้ามาเป็นผู้ช่วงชิงตลาดของเฟซบุ๊ก เนื่องด้วยจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับความนิยมตามกระแสของคนในยุคสมัย ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะส่งผลดีให้กับผู้ใช้งานไม่มากก็น้อย เพราะการแข่งขันในเรื่องคุณภาพ การใช้งาน ลูกค้าย่อมได้ผลประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีการพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมานั่นเอง

flickr:10669386453

Sources

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=204265%3Aline&catid=123%3A2009-02-08-11-44-33&Itemid=491
http://www.blognone.com/node/33868
http://www.nuttaputch.com/line-in-thailand-infographic/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License