หมดระยะทดสอบ Instagram เริ่มมีโฆษณาจริงๆ แล้ว

หมดระยะทดสอบ Instagram เริ่มมีโฆษณาจริงๆ แล้ว

flickr:10668290593

Instagram เริ่มทดสอบโฆษณามาได้ไม่นาน ล่าสุดบริษัทปิดระยะทดสอบ และเริ่มปล่อยโฆษณาจริงๆ ตัวแรกแล้วโฆษณาชิ้นแรกของ Instagram คือนาฬิกาหรูยี่ห้อ Michael Kors โดยผู้ใช้งานในสหรัฐจะได้เห็นโฆษณาตัวนี้ในแบบสุ่ม แม้ว่าจะไม่ได้ติดตามแบรนด์นี้ก็ตาม ตัวโฆษณาจะมีข้อความเขียนชัดว่า “sponsored” ที่มุมขวาบนของรูปภาพ ภาพหรือคลิปโฆษณาทุกภาพที่เลือกมาลงเป็นโฆษณาการันตีความสวยและดึงดูดใจ และยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่ร่วมลงโฆษณากับ Instagram ได้แก่ Adidas, Ben & Jerry’s, Burberry, General Electric, Levi’s, Lexus, Macy’s, PayPal, Starwood
ผู้ใช้งานสามารถกด Like ภาพได้ปกติและถ้าเกิดสนใจอยากรู้รายละเอียดของโฆษณาก้กดที่คำว่า sponsored เพื่ออ่านรายละเอียด และที่สำคัญทาง Instagram ยังเปิดโอกาสให้เราซ่อนโฆษณาที่เราไม่ต้องการ หากเป็นการรบกวน รวมไปถึง Feedback ต่อโฆษณาแต่ละชิ้นว่าชอบหรือไม่ชอบ และหากโฆษณาชิ้นไหนไม่โดนใจให้เรากดปุ่ม ด้านขวาล่างของภาพเพื่อแจ้งทีมงานว่าโฆษณานี้ไม่โดนใจเรา ทางระบบอัจฉริยะก็จะเรียนรู้รสนิยมของเราและเลือกภาพโฆษณาที่สอดคล้องกับเรามาให้ทีหลัง โดย Ads เหล่านี้จะแสดงแก่ผู้ใช้งาน Instagram ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

Instagram คืออะไร
Instagram อ่านว่า อินสตาแกรม คือ โปรแกรมที่สามารถนำรูปที่ถ่ายไว้ หรือรูปในแกลลอรี่มาตกแต่งให้สวยงามในสไตล์ของเราเอง ด้วยฟิลเตอร์ (Filter) และเครื่องมือที่มีอยู่ใน Instagram ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบให้เลือก แล้วนำรูปภาพที่ตกแต่งนั้นไปแชร์ให้เพื่อนๆ ใน Social Network ได้ดูกันอีก เช่น Twitter, Facebook, Foursquare หรือ Tumblr และในทางกลับกันเราก็สามารถเปิดดู แสดงความชื่นชอบ (Likes) และแสดงความคิดเห็น (Comments) ในรูปที่เพื่อนๆ ของเราแชร์ไว้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Instagram ได้รับความนิยมอย่างสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือการใช้งานที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว มีผู้ใช้งานร่วมกันเยอะ (เพื่อนๆ ใช้กันเยอะ) มีอินเทอร์เฟสที่สวยงาม มีความสนุกอยู่ในตัว และยิ่งมีดาราดังชอบใช้กันอีกก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กระแสของ Instagram แรงขึ้นตามลำดับ

ประวัติของ Instagram
Instagram ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาที่ ซานฟรานซิสโก โดย เควิน ซิสตรอม และ ไมเคิล ไมค์ ครีเกอร์ โดยคิดค้นโดยเน้นระบบ HTML5
ในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553 ซิสตรอม ได้ลงทุนอีก 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในการเพิ่มเติมแอปพลิเคชั่น
Instagram ได้เปิดตัวบน แอพสโตร์ ของ แอปเปิล ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หลังจากนั้น จอร์ช รีเดล ได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ซึ่งในขณะนั้นในบริษัทมีพนักงานไม่ถึง 10 คน และต่อมา ก็ได้มีผู้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทเพิ่มเติม คือ เชน สวีนีย์ โดยเข้ามาใน เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ในตำแหน่งวิศวกร และ เจสสิกา โซลแมน ก็ได้เข้ามาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553
ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 Instagram ได้เพิ่ม แฮชแท็ก ซึ่งเป็นระบบที่สามารถทำให้ป้ายชื่อที่พิมพ์ลงไปนั้น ค้นหาได้ง่ายขึ้น โดยการพิมพ์ "#" ตามด้วยป้ายชื่อที่จะพิมพ์ และต่อมาใน เดือนกันยายน Instagram ได้ปล่อยเวอร์ชั่น 2.0 ให้ดาวน์โหลด บน แอพสโตร์ โดยเพิ่มความสามารถของแอปหลายๆอย่าง
ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 Instagram ได้ประกาศผลกำไรของบริษัท โดยอยู่ที่ 7 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ The deal valued Instagram at around $25 million.
ต่อมาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555 หลังจากที่ได้รอคอยกันมานาน Instagram ได้ปล่อยแอปพลิเคชั่น ที่รองรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ และในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทได้ประกาศผลกำไรของบริษัท โดยอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555 Facebook ได้เข้ามาซื้อกิจการ ในราคา 1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ Facebook มีบริษัทที่กว้างขวางมากขึ้น โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานบริษัทเฟซบุ๊คกล่าวว่า "committed to building and growing Instagram independently" โดยแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า จะมุ่งมั่นเพื่อสร้าง Instagram ให้ก้าวหน้าต่อไป
ความสามารถของ Instagram
- สามารถเพิ่มฟิลเตอร์แต่งรูปให้สวยงามก่อนอัปโหลดได้
- แชร์กี่รูปก็ได้เท่าที่คุณต้องการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- ค้นหาและติดตามเพื่อนๆได้ง่าย
- ระบุสถานที่ของรูปถ่ายนั้นๆได้
- แชร์รูปที่อัปโหลดไปยัง Twitter, Facebook, Flickr และ Tumblr ได้ และ ใช้งานร่วมกับ Foursquare ได้
- สามารถลงความเห็นกับรูปที่ถ่ายได้และกด Like ได้
- ชมรูปถ่ายที่ได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลกจาก user ของ Instagram
- รองรับ iOs และ Android

วิเคราะห์โดยใช้ SWOT Analysis

Strength
- มีความยุ่งยากในการพัฒนา Ads น้อยกว่า Facebook เนื่องจากขั้นตอนของระบบมีน้อยกว่า จึงไม่ต้องพัฒนาตัวระบบเพิ่มเติม หรือ Feature ต่างๆมากนัก
- เป็น Application ที่คนรู้จักเป็นอย่างดีอยู่แล้ว และมีความน่าเชื่อถือ
Weakness
- เนื่องจาก content บน Instagram ปัจจุบันนี้มีเพียงแค่การแชร์รูปภาพกับวีดีโอเท่านั้น การที่ลงโฆษณาอาจจะไม่สามารถใส่เนื้อหา คำอธิบาย ข้อมูลสินค้าได้มากนัก
- อาจจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพกับการโฆษณาสินค้าประเภทสินค้าแฟชั่น ที่ต้องการแสดงให้เห็นความสวยงามของสินค้า มากกว่าสินค้าประเภทอื่น เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วๆไป
- ในบางพื้นที่ๆสัญญาณอินเตอร์เนตต่ำ อาจจะไม่สามารถดูรูปได้ทันที หรือต้องรอการโหลดนาน
Opportunities
- ช่วยเพิ่มช่องทางในการหารายได้
- Social Networking มีอัตราการเติบโตสูงมากขึ้นปัจจุบัน
- ปัจจุบันการเข้าใช้งาน Internet ผ่าน Mobile Device มีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การเข้าถึง Application ทำได้ง่าย
- มีฐานผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 150 ล้านคน ทำให้มีคนเห็นโฆษณาเยอะ ทั่วถึงทั้งโลก
Thread
- อาจจะมีผู้ใช้งานบางส่วนที่ไม่ชอบหรือรำคาญการโฆษณายกเลิกการใช้งาน Instagram ไปเลย
- หากมี Application ใหม่ๆที่เกิดขึ้นมาแล้วได้รับความนิยมมากกว่าอาจจะทำให้ Instagram หมดความนิยมลงไป

ที่มาของข่าว:
http://www.itday.in.th/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A-instagram-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%86/#.Und58vlkPlp
ที่มาของข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.marketingoops.com/media-ads/social-media/instagram-ads-2/
http://edition.cnn.com/2013/10/25/tech/social-media/instagram-previews-ads/
ผู้จัดทำ: นางสาวนาตยา เข็มทอง ID 5510211050

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License