Nike shows off Fuelband SE activity-tracking wristband

Nike shows off Fuelband SE activity-tracking wristband

บริษัทไนกี้ได้เสนอผลิตภัณฑ์ “Fuelband SE” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการตรวจสอบปริมาณพลังผู้ใช้ว่าในแต่ล่ะวันใช้ปริมาณเท่าไร โดยสินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2013 โดยตอนนี้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้(pre-order) ในราคา 149$ ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ทางไนกี้ได้ทำการเสริมและปรับปรุงในส่วนของ Firmware ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่ารุ่นแรก (Fuelband รุ่นแรกถูกกลุ่มลูกค้าบ่นว่า Fuelband ไม่สามารถตรวจจับปริมาณพลังงานที่ใช้ใ<iframe width="420" height="315" src="//www.youtube.com/embed/5gMmzHzQmF0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>นกิจกรรมบางประเภทและบางครั้งการทำงานขาดความแม่นยำ) ในด้านของสาเหตุที่ไนกี้ตัดสินใจผลิต ผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มของสินค้าไอทีมีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ และในสังคมสินค้าจำพวกเทคโนโลยีที่สำหรับสวมใส่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งโดยเฉพาะสินค้าตัวนั้นสามารถเชื่อมต่อหรือทำงานร่วมกันสมารท์โฟนได้ (wearable technology) อย่างที่เราเห็นๆกันในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น Samsung smart watches ดังนั้นทางไนกี้จึงเห็นได้ให้นักวิเคราะห์สำรวจตลาดและทิศทางของผลิตภัณฑ์แนว wearable technology มีแนวโน้มอย่างไร เพราะบริษัทไนกี้เองถ้าเทียบในแวดวงกีฬา แบรนด์ไนกี้เองก็ไม่ต่างจากแบรนด์สมารท์โฟนอย่าง แอปเปิ้ลที่มีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงและครองใจกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ จึงทำให้ไนกี้เริ่มสำรวจตลาดในสินค้าประเภทนี้ ซึ่งจากผลสำรวจและวิเคราะห์พบว่าในปี 2014 ตลาดของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีการขยายตัวของตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของทุกปีอย่างแน่นอน

flickr:6733705315

ส่วนวิเคราะห์

ในนยุคของสังคมปัจจุบันจะพบว่า ณ ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคหลังพีซี (Post-PC Era) หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือยุคที่อุปกรณ์โมบายอย่างเช่นสมาร์ทโฟนและแทปเล็ตกำลังเข้ามาแทนที่ในส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นเดสต์ท็อป หรือโน๊ตบุ๊ค เนื่องจากสมาร์ทโฟนและแทปเล็ตมีสามารถพกพาได้ง่าย สะดวก และมีความคล่องตัวการ ทั้งยังสามารถใช้งานในส่วนของอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว โดยเราสามารถเห็นได้จากจำนวนยอดขายของสมาร์ทโฟนและแทปเล็ตที่พุ่งแซงหน้าเครื่องพีซีไปหลายเท่า รวมถึงการติดตั้งเครือข่ายระบบ 3G หรือ 4G ในต่างประเทศที่ทำให้รองรับการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนและแทปเล็ตนั้นสามารถทำได้รวดเร็วขึ้น สูสีกับระบบ Broadband ตามบ้านรวมไปถึงการพัฒนาจุดให้บริการสัญญาณ Wi-fi เองก็เช่นกันที่เป็นเหมือนอีกจุดขายสำหรับร้านค้าที่ต้องมี ทำให้การทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ในสังคมสามารถทำผ่านสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน ซื้อขายของ ติดต่องาน หรือแม้กระทั่งแก้ไฟล์งานคอมพิวเตอร์ หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือการทำธุรกรรมต่างๆจะสามารถทำได้โดยผ่านสมาร์ทโฟนและแทปเล็ต และด้วยเหตุนี้เองทำให้ Wearable Technology กลายเป็นอีกสิ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากสิ่งของประเภทนี้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเข้ามาใช้และเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของเราได้ โดยเราสามารสวมใส่มันไปไหนมาไหนได้ตลอดและยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้เช่นกันและโดยส่วนใหญ่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถใช้งานร่วมกับสมารท์โฟนของเราได้

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมทางไนกี้จึงผลิต ผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมา เพราะนอกจาก Fuelband ตัวนี้จะสามารถแสดงค่าการทำกิจกรรมต่างๆของเราแล้ว ผู้ที่ใช้ยังสามารถแชร์กิจกรรมที่ตัวเองทำผ่านทาง Social media อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ Instragram โดยในส่วนของการแชร์ผ่าน Social media ผู้ที่ใช้งานจะได้แต้ม ซึ่งแต้มตรงนี้จะช่วยให้กระตุ้นให้ผู้ใช้ออกกำลังกายมากขึ้น ในวันที่มีกิจกรรมที่ใช้น้อยเกินไปเปรียบเสมือนเครื่องกระตุ้นให้เราออกกำลังกายหรืออย่างน้อยๆ ก็ขยับเขยื้อนตัวมากขึ้น ทั้งสามารถโชว์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลแต้มกับเพื่อนๆที่ใช้ Fuelband เหมือนกันได้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางไนกี้ถือได้ว่าทำการตลาดมาดีและเข้าใจเทรนตลาดนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะแจ้งคะแนนแล้ว คะแนนในส่วนนี้ยังถูกบันทึกไว้ใน www.nikeplus.com ในกรณีวันไหนที่ทำได้น้อยกว่าที่กำหนดก็จะส่งผลต่อคะแนนทั้งหมดของผู้ใช้ นอกจากนี้โดยปัจจุบันพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น แต่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไรนักซึ่งส่วนแรกน่าจะมาจากการที่ไม่รู้วันๆเราใช้หรือมีกิจกรรมที่ใช้พลังงานที่น้อยมากๆ และสองคือไม่มีเป้าหมายที่ต้องทำในแต่ล่ะวัน ดังนั้นการมีเครื่องนี้เข้ามาน่าจะช่วยและทำให้มีผลต่อการออกกำลังกายหรือขยับเขยื้อนในระหว่างวันที่มากขึ้น

flickr:10564624613

SWOT Analysis

flickr:9706293991

Strength
มีคะแนนที่คอยช่วยย้ำเตือนผู้ใช้ในแต่ล่ะวันว่าวันนี้ใช้พลังงานไปมากน้อยเท่าไร ทั้งยังสวมใส่ได้งานและมีการพัฒนาในส่วนของการประเมินผลที่แม่นยำมากขึ้น โดยใช้การตรวจจับความเร่งไม่ใช่เป็นเพียงการวัดแบบ Pedometer ที่เป็นเพียงการนับก้าวทั่วไป แต่ใช้การตรวจจับความเร่งทั้ง 3 แกน ซึ่งทำให้การวัดค่าของสินค้าตัวนี้สามารถประมวลผลได้มากกว่าแค่การเดินเพียงอย่างเดียว

Weakness
ถึงแม้ว่าตัวสินค้าจะสามารถ Water Resistance ได้หรือในอีกความหมายก็คือสามารถสวมใส่ได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนอาบน้ำแต่น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถ Waterproof ทำให้ผู้ที่ใช้สินค้าตัวนี้ไม่สามารถสวมใส่ได้ในขณะที่ว่ายน้ำ ทำให้ผู้ที่ใช้ที่มีกิจกรรมว่ายน้ำ ไม่สามารถทราบค่าพลังงานที่ตัวเองใช้ไป และส่งผลให้คะแนนที่ได้ในวันนั้นคาดเคลื่อนไป นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของสินค้าตัวนี้ในรุ่นเก่าได้รับคำวิจารณ์ว่า การประเมินผลมีความผิดพลาดสูงและไม่แม่นยำ ทั้งยังสามารถทำงานรวมกับสมารท์โฟนในระบบปฏิบัติการใน IOS ได้เพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆได้เช่น Android , Window phone และ RIM ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ IOS แต่ต้องการใช้งานร่วมกับต้อง Sync กับเครื่องคอมพิวเตอร์แทน ซึ่งคงไม่สะดวกแก่ผู้ใช้งานเท่าไรนัก

Opportunity
ปัจจุบันสินค้าประเภท wearable technology ได้รับความนิยมมากขึ้นและยังมีเทรนที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้สินค้าตัวนี้มีโอกาสที่จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นสินค้าประเภท wearable เทรนด์ในส่วนของเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกายก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน (Gartner:2013)

Threat
ปัจจุบันกำลังมีสินค้าอื่นๆที่เป็น wearable technology มากขึ้นเรื่อยๆและนอกจากนี้ยังมีฟังค์ชั่นการใช้งานที่สามารถใช้กับวิถีชีวิตได้มากขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่แค่เพียงออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น Iwatch ของทางบริษัท Apple ที่จะมีระบบอย่างอื่นเสริมเข้ามานอกเหนือจากการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นในการใช้เพื่อพูดคุย นัดหมาย หรือดูไฟล์งาน ก็จะทำให้สินค้า Iwatch มีความคลอบคลุมมากกว่าและตอบสนองได้มากกว่า Fuel band

Source:
http://www.bbc.co.uk/news/technology-24538852
Reference :
http://www.digitimes.com/news/a20130827PD210.html
http://www.usatoday.com/story/tech/2013/04/06/google-apple-iwatch-glass-jawbone-iphone-nike-microsoft-samsung/1979419/

ชัยยุทธ หาญวิชัยกูล
5510211059

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License