ณัฐณิชา สามิตาสิน 5510211064
GFI Cloud คว้า 2 รางวัลจาก Computing Security Awards
flickr:10678057745

GFI Cloud คว้ารางวัล Cloud Security Solution of the Year และรางวัล SME Security Solution of the Year จาก Computing Security Awards ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Computing Security ยืนยันได้ถึงประสิทธิภาพของโปรแกรมที่อยู่ในระดับสูง และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากผู้ดูแลระบบไอทีที่ใช้งานอยู่จริง ซึ่งในแต่ละปี ผู้อ่านของนิตยสาร Computing Security จะทำการโหวตผลิตภัณฑ์ที่ตนชอบและใช้งานจริง โดยไม่ให้คนที่โหวตแล้วโหวตซ้ำ ซึ่งในปีนี้มีการโหวตเข้ามากว่าหนึ่งพันเสียง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลนี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากผู้ดูแลระบบและธุรกิจที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด
GFI ให้บริการโปรแกรมด้าน IT Solution สำหรับกลุ่มองค์กรธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในองค์กรระดับโลก มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง การรักษาความปลอดภัยบนเว็บไซต์และอีเมล การจัดเก็บข้อมูลและแฟกซ์ การดูแลและรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย และเป็นโฮสต์ของ IT Solution ให้กับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง (SMBs) ผ่านเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วน ราคาที่แข่งขันได้ และการเน้นไปที่ความต้องการเฉพาะของธุรกิจขนาดกลาง

flickr:10678312263

Cloud Computing เป็นระบบการบริหารจัดการทรัพยากรไอทีแบบใหม่ ที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับกับธุรกิจยุคใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงในทุกวินาที ระบบการจัดการทรัพยากรทางด้านไอทีแบบ Cloud Computing ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเพิ่ม ลด และปรับเปลี่ยนระบบไอทีได้ทันทีที่ต้องการตามนโยบายการดำเนินธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องรอการสั่งซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม เพราะโครงสร้างของระบบถูกออกแบบให้ทำงานอยู่บนระบบเสมือน ( Virtualization) ทำให้สามารถเพิ่ม ลด และปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบไอทีที่รองรับการทำงานของ Software และ Application ที่จำเป็นต่อธุรกิจได้ทันที
สำหรับไอทีแล้วมันหมายถึงการเปลี่ยนโฉมโครงสร้างและปรับเปลี่ยนทักษะใหม่ ส่วนสำหรับเชิงธุรกิจแล้วมันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่พัฒนาการทีดีขึ้นทั้งด้านความเร็ว ความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ ความได้เปรียบในการแข่งขันและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ขององค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะองค์กรขนาดใหญ่ องค์กรภาครัฐ หน่วยงาน แผนกหรือแม้แต่ธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้นอย่าง SMEs คลาวด์มีศักยภาพในการช่วยลดข้อจำกัดมากมายที่มีอยู่ในไอทีแบบดั้งเดิมได้ ด้วยการคิดริเริ่มแยกระบบและซอฟต์แวร์ออกจากกัน แทนที่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีในการสร้างทั้งหมด แต่ด้วยบริการคลาวด์เราสามารถจัดเตรียมเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจได้ทุกเมื่อที่ต้องการและในปริมาณที่พอเหมาะด้วย
องค์กรและหน่วยงานธุรกิจสามารถศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนระบบไอทีทั้งหมดขึ้นสู่ระบบ Cloud Computing ซึ่ง Cloud Computing แบ่งเป็น 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน คือ Private Cloud , Public Cloud และ Hybrid Cloud โดย Cloud Computing แต่ละประเภทมีข้อจำกัดและความยืดหยุ่นในการใช้งานที่แตกต่างกัน
1. Private Cloud คือระบบ Cloud ส่วนตัวที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการทำงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เช่นระบบ Cloud ของบริษัทที่ให้บริการเฉพาะพนักงานของบริษัทและเปิดให้คู่ค้าที่ติดต่อกับบริษัทเข้ามาใช้งานได้ในบางระบบที่เกี่ยวข้อง
2. Public Cloud คือระบบ Cloud ที่ออกแบบมาให้คนทั่วไปใช้งานร่วมกัน เช่นระบบ Cloud ของ Amazon , ระบบ Cloud ของ Google เป็นต้น
3. Hybrid Cloud คือระบบ Cloud ที่มีการทำงานทั้งที่เป็น Private Cloud และ Public Cloud ผสมผสานกัน

SWOT Analysis

Strength
• มีความคล่องตัว ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลจาก Server ได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่น ต่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง
• มีต้นทุนที่ลดลงเนื่องจากผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Server ขนาดใหญ่ด้วยตนเอง ลดต้นทุนการติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์และซอฟท์แวร์ประมวลผล
• มีอิสระ เพราะผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้จากทุกแห่งทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
• สามารถเข้าถึงแพลทฟอร์มที่หลากหลายและสามารถทำงานร่วมกับแพลทฟอร์มที่ยึดหยุ่นและมีศักยภาพด้วยโครงสร้างที่หลากหลาย
• มีความปลอดภัยสูงทุกๆโปรแกรมและไฟล์จะถูกเก็บอยู่ใน Supercomputer ส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่หรือจัดเก็บอยู่ใน Network ความเร็วสูง
• มีความยั่งยืนได้จากการใช้ทรัพยากรที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ
• เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลของโปรแกรมประยุกต์ การคำนวณและประมวลผลที่ยุ่งยากและซับซ้อนสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น
• ใช้งานง่าย

Weakness
• เนื่องจากเป็นการใช้ทรัพยากรที่มาจากหลายที่หลายแห่งทำให้อาจมีปัญหาในเรื่องของความต่อเนื่องและความเร็วในการเข้าถึงทรัพยากรมากกว่าการใช้บริการ Host ที่ Local หรืออยู่ภายในองค์การของเราเอง
• ยังไม่มีการรับประกันในการทำงานอย่างต่อเนื่องของระบบและความปลอดภัยของข้อมูล
• ความไม่มีมาตรฐานของแพลทฟอร์ม ทำให้ลูกค้ามีข้อจำกัดสำหรับตัวเลือกในการพัฒนาหรือติดตั้งระบบ

Opportunity
Cloud Computing ติด 1 ใน 10 เทคโนโลยีมาแรงติดต่อกันตั้งแต่ 2009 และยังคงแรงต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายของบริการ Cloud ทั่วโลกจะเติบโตจาก 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2011 เป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2016 จากการคาดการณ์ของบริษัทวิจัย International Data Corporation (IDC) ซึ่งการเติบโตดังกล่าวคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี ธุรกิจในไทยเองก็เล็งเห็นความสำคัญของระบบ Cloud มากขึ้นหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2011 การใช้จ่ายในระบบ Cloud Computing ของไทยเติบโตจาก 32% เป็น 50% ในปี 20122 ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ Cloud เติบโตดี คือหลายบริษัทที่ประสบปัญหาเซิร์ฟเวอร์ได้รับความเสียหาย ข้อมูลที่สำคัญไม่สามารถกู้คืนมาได้ จึงเริ่มเห็นถึงความสำคัญของ Cloud computing

Threat
ปัญหาเรื่อง ระบบโครงข่ายการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของไทย ความปลอดภัยของข้อมูล และการสนับสนุนจากภาครัฐยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้ไทยมีการใช้ Cloud Computing เป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆจากการวิเคราะห์ดัชนีความพร้อมของการใช้งาน Cloud Computing ของประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่จัดอันดับโดย Asia Cloud Computing Association คิดจากความพร้อมในการใช้งาน Cloud Computing ในด้านต่างๆ เช่นความปลอดภัยของข้อมูล ความพร้อมของระบบ Broadband เป็นต้น พบว่าไทยถูกจัดอันดับไว้อยู่ในกลุ่มรั้งท้ายที่สุดทั้งในด้าน Index และการคาดการณ์การใช้จ่าย ปัจจัยหลักที่ทำให้ไทยยังไม่นิยมใช้ Cloud Computing มากนัก เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาระบบโครงข่าย ความปลอดภัยของการดูแลข้อมูลที่ผู้ประกอบการยังไม่ให้ความไว้วางใจ และการขาดแรงสนับสนุนการลงทุนจากทางภาครัฐ

Reference
http://www.scbeic.com/THA/document/note_20130522_cloud_computing/
http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=6816&filename=index
http://intranet.dpim.go.th/cloud/cloud6.php
http://www.netbright.co.th/index.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=18
http://www.fujitsu.com/th/th/cloud/opportunities/
http://www.ryt9.com/s/prg/1763228

ณัฐณิชา สามิตาสิน 5510211064

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License