เมืองไทยประกันชีวิตใช้ LINE สื่อสารความรู้สึกโดนใจ

เมืองไทยประกันชีวิตใช้ LINE สื่อสารความรู้สึกโดนใจ

สรุปสาระสำคัญจากบทความ:
ในการดำเนินชีวิตในยุคเทคโนโลยีหรือยุคดิจิตอลดังเช่นปัจจุบันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของคนไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มีการสื่อสารด้วยระบบเสียงหรือแบบ Voice ก็เปลี่ยนไปสู่ระบบ Non-Voice หรือการติดต่อสื่อสารโดยไม่ใช้เสียงจึงทำให้ Social Media ต่างๆ อย่าง Facebook, Twitter, LINE ฯลฯ ได้เข้ามาเป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่งในการดำเนินชีวิตและการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ซึ่งในช่วงระยะเวลา 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แอพฯ “LINE” ก็ได้กลายมาเป็นโปรแกรมแชทที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด โดยเฉพาะการใช้สติ๊กเกอร์ในแอพฯ ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสนุกสนานกับการใช้สติ๊กเกอร์ของแต่ละแบรนด์ จึงทำให้องค์กรต่างๆ ทั้งสถาบันการเงิน ธุรกิจด้านประกัน เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และธุรกิจอาหารเครื่องดื่มต่างๆ ได้นำเอาแอพฯ LINE มาใช้เป็นเครื่องมือในการดึงดูดความสนใจและใช้เป็นช่องทางในติดต่อการสื่อสารกับลูกค้าและ“เมืองไทยประกันชีวิต”ก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้นำเอาแอพฯ LINE มาใช้ในการเจาะกลุ่มลูกค้า โดยเน้นไปที่การให้ดาวน์โหลด “สติ๊กเกอร์” ฟรี เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
การเลือกใช้ LINE มาเป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ของเมืองไทยประกันชีวิตนั้นถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีผู้ติดตามแอคเคานท์ของ “Muang Thai Life” กว่า 7.39 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี โดยถือเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจด้านประกัน และเมื่อมีการประกาศรายชื่อของบริษัทที่มีการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์มากที่สุด ก็พบว่าเมืองไทยประกันชีวิตเป็น 1 ใน 5 ของบริษัทชั้นนำทั่วโลกด้วย โดยตัวการ์ตูนสติ๊กเกอร์ของเมืองไทยประกันชีวิตนั้น มีชื่อว่า “น้องรักษ์ยิ้ม”โดยเป็นการนำเอามาสคอตบนFacebook ของเมืองไทย สไมล์คลับ มาต่อยอดเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในแอพฯ LINE โดยคาแร็กเตอร์ของน้องรักษ์ยิ้มนั้นจะมีความน่ารักสดใสและแสดงออกถึงการมีความสุข ซึ่งในส่วนนี้เองที่ทำให้เมื่อมีการนำเอาน้องรักษ์ยิ้มไปใช้ในการอธิบายรายละเอียดของธุรกิจประกันซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากและมีความซับซ้อนก็ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับรายละเอียดของการนำ LINE มาใช้นั้น คุณสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้มีการสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของผู้ใช้งานสติ๊กเกอร์ เพื่อนำมาสร้างคำพูดในการสื่อสารให้ตรงกับความรู้สึกที่โดนใจและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น คำว่า “สวัสดี”, “อิอิ” และ “บ๊ายบาย” เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นคำพูดที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้สติ๊กเกอร์ของเมืองไทยประกันชีวิตมียอดเฉลี่ยการใช้งานสูงถึง 5.7 ล้านครั้งต่อวันโดยสาเหตุของการนำเอาแอพฯ LINE มาใช้นั้นก็เนื่องมาจากบริษัทฯ มองเห็นถึงแนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารผ่านโปรแกรมแชทมากขึ้น ซึ่งเทรนด์ของการใช้สื่อดิจิตอลก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การสื่อสารผ่าน LINE ที่มีสติ๊กเกอร์เป็นจุดเด่นจึงสามารถเข้ามาช่วยเสริมช่องทางการให้บริการด้านข้อมูลเหล่านี้ได้ การนำเอา Social Media มาใช้สื่อสารระหว่างกันทำให้ขั้นตอนการสื่อสารเป็นไปอย่างใกล้ชิดมากขึ้น บริษัทฯ สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนได้เกือบทุกกลุ่มและเป็นการเข้าถึงแบบไม่บังคับจนเกินไป และยิ่งเมื่อสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้การสื่อสารผ่านช่องทางของแอพฯ LINE นี้เป็นไปอย่างสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากแอพฯ LINE แล้ว เมืองไทยประกันชีวิตยังใช้ช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น เว็บไซต์, Facebook, Twitter และ Instragram เป็นต้น เพื่อนำเสนอข้อมูลทั่วไปของบริษัท กิจรรมและการแลกรับของรางวัลต่างๆ โดย LINE จะเข้ามาเป็นตัวเสริมในการนำลูกค้ากลุ่มแชทเข้าสู่ Facebook ของเมืองไทยประกันชีวิตและเมืองไทย สไมล์คลับ เพื่อตอบคำถามและให้ข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งด้วยข้อมูลรายละเอียดของประกันนั้นค่อนข้างจะซับซ้อนมีรายละเอียดมาก ดังนั้นช่องทาง Social Media จึงเป็นเพียงการเชื่อมโยงให้เห็นภาพเพื่อเข้าใจได้มากขึ้น หากผู้ที่เข้าใช้งานใน LINE ยังไม่เข้าใจเนื้อหาข้อมูลต่างๆ ก็สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ โดยเป้าหมายที่แท้จริงที่ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการทำ Social Media นั้นไม่ได้ต้องการที่จะเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างบริษัทกับลูกค้า และสร้างการรับรู้ในแบรนด์เพื่อให้ผู้ใช้งานมองบริษัทฯ ให้หลุดออกไปจากรูปแบบการประกันแบบเดิมๆ นอกจากนี้การรับทราบข้อมูลรายละเอียดผ่านช่องทางออนไลน์นั้นจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสะดวกใจและมีเวลามากพอในการศึกษารายละเอียดได้อย่างถี่ถ้วนทั้งในเรื่องผลดี - ผลเสีย สามารถคิดและตัดสินใจได้โดยไม่รู้สึกโดนกดดันจากตัวแทนหรือพนักงานของบริษัทฯแต่ทั้งนี้แอพฯ LINE ก็ไม่ได้เป็นช่องทางหลักในการติดต่อซื้อขายประกัน เพราะสุดท้ายแล้วช่องทางการซื้อประกันจะเป็นไปในรูปแบบของการติดต่อเข้ามาที่ศูนย์บริการ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีใบอนุญาตของตัวแทนหรือนายหน้าเป็นคนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันต่างๆ เหล่านั้น เพื่ออธิบายรายละเอียดเชิงลึกและเพื่อให้สามารถทำการซื้อขายได้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการประกันชีวิต

flickr:10667503184

สำหรับการอธิบายเนื้อหารายละเอียดของข้อมูลการทำประกันนั้น อย่างที่เคยได้กล่าวไปก่อนหน้าแล้วว่า ข้อมูลประกันเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียดค่อนข้างมากและมีความซับซ้อน ผู้ใช้งานหลายคนจึงอาจเกิดการไม่เข้าใจ เกิดการมองข้ามและไม่ใส่ใจในข้อมูลที่สำคัญเหล่านั้น ทางบริษัทฯ จึงต้องคิดหาวิธีการเพื่อนำมาใช้ในการอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจได้ง่าย และเพื่อดึงให้ลูกค้าหันกลับมาอ่านรายละเอียดนั้นๆ โดยทางเมืองไทยประกันชีวิตก็ได้นำเอาตัวการ์ตูนน้องรักษ์ยิ้มมาใช้ในการอธิบายข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ผ่านทางอิริยาบถของน้องรักษ์ยิ้มในลักษณะต่างๆ แบบสามมิติ โดยสามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนที่นำมาสแกนจากวารสารหรือเอกสารที่มี Marker บนหน้าปก ก็สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่ต้องอ่าน และยังเป็นการอินเทรนด์ไปกับกระแสการใช้งานแบบยุคดิจิตอลที่ไม่ต้องใช้กระดาษอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลดระยะเวลาการอ่านรายละเอียดจำนวนมากให้เข้าใจได้ง่ายและกระตุ้นความสนใจได้มากขึ้นอีกด้วยการที่บริษัทฯ ได้นำเอาแอพฯ LINE มาใช้นั้น บริษัทฯ ไม่สามารถประเมินได้ว่ากลุ่มผู้ติดตาม Official Account ของเมืองไทยประกันชีวิตจะเป็นคนกลุ่มใดและมีระดับอายุเท่าไหร่ ซึ่งในบางครั้งเมื่อบริษัทฯ ได้ทำการประชาสัมพันธ์รูปแบบประกันกับผู้สูงวัยผ่านทางแอพฯ LINE ออกไปบริษัทฯ พบว่าผู้ที่โทรเข้ามาข้อมูลไม่ได้มีเฉพาะผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ยังมีลูกหลานที่ให้ความสนใจอยากจะซื้อให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ซึ่งในส่วนนี้เองที่ทำให้บริษัทฯ มองว่าแม้กลุ่มบุคคลเหล่านี้อาจไม่ใช่เป้าหมายหลักในวันนี้แต่ก็ต้องดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี เพราะพวกเขาจะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของบริษัทฯ และจะส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจในอนาคตของเมืองไทยประกันชีวิตได้อย่างแน่นอนและเมื่อไม่นานมานี้เมืองไทยประกันชีวิตก็เพิ่งได้รับรางวัล Thailand Zocial Award 2013 ภาคธุรกิจประกันชีวิตด้านการนำ Social Media มาใช้งานและได้รับผลตอบรับดีที่สุดจากการรวมข้อมูลด้านอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในประเทศไทย นั่นแสดงให้เห็นว่าทิศทางการใช้งาน Social Media ของเมืองไทยประกันชีวิตตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

แหล่งอ้างอิงบทความ:
กองบรรณาธิการ. “เมืองไทยประกันชีวิตใช้ LINE สื่อสารความรู้สึกโดนใจ”. e-Commerce Magazine. ปีที่15 (ฉบับ 178): 106 - 109 ; ตุลาคม 2556.
( เข้าถึงข้อมูลออนไลน์ได้จาก: http://www.ecommerce-magazine.com/issue/178/October_2013_eCover_LINE_Muangthai)

บทวิเคราะห์:
การติดต่อสื่อสารเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกัน ทั้งพูดคุยกันต่อหน้า พูดคุยผ่านโทรศัพท์ และในปัจจุบันก็พัฒนามาจนถึงการพูดคุยผ่านสื่อ Social Media ต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีต ทุกวันนี้สื่อต่างๆ ได้ถูกผลิตขึ้นมาใช้กันมากขึ้น เนื่องจากโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมที่ต้องการการอยู่ร่วมกัน ด้วยเหตุนี้การดำรงชีวิตของมนุษย์จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องมีสื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน และนับวันสื่อต่างๆ ก็มีความทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งยังมีอิทธิพลกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้สื่อต่างๆ โดเฉพาะ Social Media ต่างก็มีอิทธิพลกับมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัยโดยเฉพาะ LINE Application ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานสูงที่สุด จนเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทต่างๆ ได้เริ่มหันมาใช้ LINE Application ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากขึ้น เนื่องจากสามารถจัดการข้อมูลในการใช้งานและอัพเดทข้อมูลข่าวสารให้มีความทันสมัยได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกและสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกและมีการกระจายรายละเอียดข้อมูลได้รวดเร็วกว่าการใช้กระดาษโฆษณาหรือโบชัวร์ การโฆษณาทางวิทยุ ทางโทรทัศน์หรือสื่ออื่นๆ ที่มีต้นทุนสูงกว่าและเข้าถึงตัวลูกค้าได้ยากกว่า
ในยุคที่สังคมออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัยเช่นนี้นั้น บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ก็เป็นบริษัทอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ปล่อยให้โอกาสในการเพิ่มการเข้าถึงผู้ใช้งานหลุดลอยไป จึงได้ตัดสินใจเลือกใช้ LINE Application มาเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์และติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อตอบรับ Life Style ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอลนี้ และก็ถือว่าเมืองไทยประกันชีวิตได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อมีรายงานเปิดเผยจาก นาย ลี จินวู ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจของ LINE และ LINE PLUS คอร์ปอเรชั่น ว่า บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต หนึ่งในองค์กรธุรกิจที่เป็นเจ้าของ LINE Official Account นั้น มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในประเทศไทย คือ 7.3 ล้านคน ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มธุรกิจด้านประกันภัยที่ แต่การเลือกใช้ LINE Application ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารและรายละเอียดของประกันแต่ละประเภทของบริษัทฯ นั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันไป

flickr:10667503154

สำหรับข้อดีของการใช้ LINE Application นั้น จะเกิดขึ้นโดยตรงต่อบริษัทฯ และลูกค้าหรือผู้ใช้งานที่สนใจในการทำประกันกับบริษัทฯ ซึ่งบริษัทสามารถส่งรายละเอียดข้อมูลและอัพเดทข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางหนึ่งที่บริษัทจะได้รับทราบถึงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ ของลูกค้าที่มีต่อบริษัทฯ ด้วยและการที่บริษัทใช้กลยุทธ์ในการดึงดูดความสนใจของลูกค้าโดยการนำเอาตัวการ์ตูน “น้องรักษ์ยิ้ม” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในการประชาสัมพันธ์ใน LINE Application นั้น ก็ก่อให้เกิดผลดีต่อบริษัทฯ เป็นอย่างมาก เพราะเนื่องด้วยรายละเอียดของประกันภัยนั้นเป็นข้อมูลที่มีความซับซ้อน มีคำศัพท์ประกันเฉพาะหลายคำ และเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก ซึ่งการนำเอาน้องรักษ์ยิ้มมาเป็นตัวช่วยในการนำเสนอและจัดทำเป็นวิดีโอแนะนำรายละเอียดประกันนั้น ก็เป็นส่วนช่วยอย่างมากในการทำให้เกิดความเข้าใจในข้อมูลของการทำประกันภัยมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มลูกค้าและรายได้ได้ส่วนหนึ่งแล้ว ยังทำให้ลูกค้ารับรู้ข้อมูลรายละเอียดที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ซึ่งล้วนแต่จะเป็นประโยชน์ตัวตัวลูกค้าทั้งสิ้นและจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ในที่สุด นอกจากนี้การใช้ LINE Application มาเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์และนำเสนอรายละเอียดของประกันนั้น ทำให้ลูกค้าสามารถศึกษารายละเอียดได้อย่างรอบคอบ ถี่ถ้วน และมีเวลาในการตัดสินใจในการเลือกทำประกันกับทางบริษัทฯ แม้ว่าการปล่อยให้ลูกค้ามีเวลาในการตัดสินใจที่นานนั้น อาจทำให้ลูกค้าเกิดการเปลี่ยนใจหรือเลือกที่จะไม่ซื้อประกันกับบริษัทฯ ได้ แต่หากมองในมุมที่ว่าการปล่อยให้ลูกค้าได้ศึกษารายละเอียดจาก LINE Application โดยไม่มีความรู้สึกโดนกดดันเหมือนการขายประกันของตัวแทนหรือพนักงานของบริษัทฯ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อทางบริษัทฯ มากกว่า เพราะหากลูกค้ารู้สึกโดนกดดันมากจนเกินไปนั้น อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดีต่อบริษัทฯ และอาจไม่สนใจที่จะทำประกันกับบริษัทฯ อีกเลยก็เป็นได้
แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า การนำ LINE Application มาใช้นั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดแต่ข้อดีต่อบริษัทฯ เสมอไป โดยข้อเสียของการใช้ LINE Application ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต นั้นก็มีเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าบริษัทฯ จะมีการให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ “น้องรักษ์ยิ้ม” ได้ฟรี ซึ่งเป็นการดึงดูดความสนใจให้ผู้ใช้งานเข้ามาติดตาม Official Account ของบริษัทฯ ได้มากขึ้น แต่ก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเลยที่เข้ามาติดตาม Account ของเมืองไทยประกันชีวิต เพียงเพื่อหวังการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์น้องรักษ์ยิ้มเท่านั้น เพราะหลังจากที่บริษัทฯ เริ่มมีการส่งข้อมูลข่าวสารให้เป็นประจำ ทำให้ผู้ใช้งานกลุ่มนี้ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีความสนใจในการทำประกันจริงๆ อาจจะแค่เปิดดูแต่ไม่ได้อ่านรายละเอียดใดๆ ที่บริษัทฯ ส่งไป ซึ่งพอนานวันเข้าก็อาจก่อให้เกิดความรำคาญและเกิดการ Block Official Account ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิตในที่สุด และด้วยกรณีเช่นนี้ ถ้าหากเราได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลสถิติของการดาวน์โหลด Official Account ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ในเชิงลึกดู เราอาจพบก็ได้ว่า แม้จะมียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในประเทศไทย แต่จำนวนผู้ติดตามจริงอาจมีน้อยกว่าหลายเท่าก็เป็นได้ ซึ่งในส่วนนี้อาจจะต้องรอการเปิดเผยจากทางบริษัทของ LINE Application โดยตรง

flickr:10667482626

จากบทความข้างต้นนี้ เราจะเห็นได้ว่า การที่ Social Media มีการพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นประกอบกับความนิยมของผู้ใช้งาน LINE Application ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ทำให้การรับ - ส่งข้อมูลต่างๆ มีความก้าวหน้า และสะดวกรวดเร็วตามไปด้วย โดยข้อมูลรายละเอียดด้านประกันภัยเป็นข้อมูลที่หลายคนยอมรับเลยว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก โดยเฉพาะกับบุคคลที่ไม่เคยศึกษารายละเอียดมาก่อน ถ้าหากจะหวังให้มีลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันโดยการนำเสนอข้อมูลเพียง 5 - 10 นาที ที่มักพบในการออกบูธของบริษัทฯ ตามห้างหรือสถานที่ต่างๆ นั้น ก็มักจะประสบความสำเร็จได้ยาก ซึ่งดิฉันเองก็เคยโดนตัวแทนของบริษัทฯ เชิญเข้าไปฟังการนำเสนอรายละเอียดประกัน ซึ่งนอกจากดิฉันจะรู้สึกโดนกดดันจากพนักงานที่ยืนอยู่รายล้อม 2 - 3 คนแล้ว พนักงานที่อธิบายรายละเอียดยังพูดเร็วจนฟังไม่ทัน อีกทั้งเมื่อดิฉันมีท่าทีที่ไม่สนใจ พนักงานยังแสดงคำพูดที่ไม่เหมาะสมกลับมาด้วย ซึ่งในส่วนนี้เองที่ทำให้ดิฉันรู้สึกไม่ดีเอามากๆ กับแบรนด์นี้ แต่เมื่อดิฉันได้มีการติดตาม LINE Official Account ของบริษัทฯ ก็ทำให้เกิดความเข้าใจในรายละเอียดประกันภัยมากขึ้น ซึ่งหากเราไม่เข้าใจในข้อมูลรายละเอียดประกันภัยที่ส่งผ่านทาง LINE Application นี้ เราก็สามารถโทรกลับเข้าไปสอบถามรายละเอียดจากทางเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้และค่อยคิดตัดสินใจในการซื้อประกันอีกที โดยไม่รู้สึกโดนกดดันหรือต้องตัดสินใจในทันที
การนำ Social Media มาใช้ในการนำเสนอและประชาสัมพันธ์ข้อมูลรายละเอียดประกันภัยของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต นั้น แม้ว่าบริษัทฯ อาจจะไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้โดยตรง และการเพิ่มยอดขายนี้ก็ไม่ใช่เป้าหมายหลักในการนำ LINE Application มาใช้ด้วยนั้น แต่ช่องทางการประชาสัมพันธ์นี้ ก็สามารถทำให้ผู้ใช้งาน LINE Application เข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ได้ง่ายขึ้น รู้สึกดีต่อการทำประกันภัยและแบรนด์ของเมืองไทยประกันชีวิตมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลประโยชน์ระยะยาวให้กับบริษัทฯ ได้ โดยทั้งหมดนั้นก็ล้วนแสดงให้เห็นถึงผลการตอบรับที่ดีจากการนำ Social Media มาใช้งานได้อย่างชัดเจน

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม:
- http://www.muangthai.co.th/webmtl/Default.aspx?tabid=729&articleType=ArticleView&articleId=16518
- http://www.thairath.co.th/content/tech/362302
- http://www.newsdataonline.com/index.php/2010-01-28-21-20-42/2010-05-25-06-06-35/78643-muang-thai-life-line-official-account-7-3

อภิญญา ศรีสุขสถิตกุล 5510211069

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License