71

http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=189751
แอดไวซ์ปีหน้ารุกสมาร์ทโฟนมากขึ้น

flickr:10669478526
วิเคราะห์บทความ

Advice รุกหน้า smart phone มากขึ้นดึงภาพลักษณ์ขายโซลูชั่น ไม่ใช่แค่ร้านไอที
Advice Distributions ดำเนินกิจการค้าปลีก-ส่ง สินค้าอุปกรณ์ไอทีกว่า 4,000 ชนิด โดยมีการควบคุมการทำงานในทุกขั้นตอนโดยใช้ระบบสารสนเทศที่ทรงประสิทธิภาพและบริหารงานโดยเจ้าของกิจการ ในลักษณะเครือข่ายเชื่อมโยงกันทั้งหมดเพื่อทำให้เกิดประสิทธิผล ความสะดวก ความประหยัด กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว บริษัทในเครือ Advice ประกอบด้วยร้านในชื่อ Advice Distributions, Advice Shop และ Advice Mini รวมกว่า 180 สาขาในปัจจุบัน โดยชื่อร้านจะบ่งบอกถึงขนาดของกิจการ ไล่จากใหญ่ไปเล็กโดย Advice Holdings Group จะจำหน่ายตรงให้กับ Advice Distributions ที่ครอบคลุมพื้นที่ในระดับจังหวัด เพื่อจำหน่ายต่อให้ร้าน Advice Shop และ Advice Mini ในพื้นที่ระดับอำเภอ นอกเหนือจากนี้ยังมี ร้านสาขาในเครือข่ายที่ใช้ชื่อว่า As One อีกกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ ที่กำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน เข้าสู่ร้าน Advice Shop และ Advice Mini ในขณะนี้นับได้ว่า Advice มีเครือข่ายที่ครอบคลุมและ แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ ด้วยเครือข่ายกว่า 400 ร้าน ในการจำหน่ายสินค้าไอทีไปสู่ดีลเลอร์และลูกค้า ทั่วประเทศ

จากบทความ นายพรเทพ วัชรอำนวย ต้องการที่จะดันยอดขายให้ได้ตามเป้าถึง 12,800 ล้านบาทในปีนี้ โดยจะรับผิดชอบการกำหนดกลยุทธ์ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้แต่ละพื้นที่ และจะสร้างความมั่นใจให้แต่เจ้าของแบรนด์สินค้า

ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของโลก IT อย่างรวดเร็วตลอดเวลา จึงทำให้เกิดแข่งขันทางการตลาดสูง มีสินค้าต่างๆให้เลือกมากมายในหลายช่องทาง ทำให้เกิดตลาดที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็วและหลายหลาย ซึ่งสินค้าที่มากแรงในขณะนี้คือกลุ่มของ smart phone สำหรับ Advice แล้วจุดแข็งของบริษัทนี้คือการที่มีร้านค้าเครือข่ายถึง 358 แต่จะไม่เน้นตามห้างสรรพสินค้า นายพรเทพคิดว่าการขายแบบ solution-selling จะสามารถเพิ่มยอดขายได้ การขายแบบ Solution-selling จะทำให้คนขายรู้ถึงแนวคิดการขายที่ไม่ใช้เป็นการขายสินค้าที่มีอยู่แต่เป็นการขายสิ่งที่ลูกค้าต้องการสิ่งที่ลูกค้ามองหา ถ้าพนักงานขายแบบปกติ เวลาลูกค้าเข้ามาถามว่าขายอะไร มีอะไรบ้าง การตอบลูกค้าแบบตรงๆตามที่ลูกค้าถามอาจจะทำให้ไม่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าและอาจจะทำให้ลูกค้าเหล่านี้ย้ายไปหาที่อื่นเพราะว่าเราไม่รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ดังนั้นวิธีการขายแบบ Solution-selling จึงเกิดขึ้น การขายแบบ Solution-Selling เป็นกระบวนการขายที่มีประสิทธิผลสูง ได้รับการยอมรับใช้เป็นกระบวนการขายมาตรฐานของบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ IBM , Microsoft เป็นต้น
Solution คือคำตอบสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ผู้ซื้อมีอยู่ในองค์กรของตน ส่วน Solution Selling คือกระบวนการขายที่จะมีการติดต่อกับผู้ซื้อโดยตรง โดยที่ผู้ซื้อจะคาดหวังว่า ผู้ขายสามารถเข้าใจและวินิจฉัยรวมทั้งระบุปัญหาของผู้ซื้อได้ รวมทั้งสามารถเสนอ "คำตอบ" หรือ solution ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวของลูกค้าได้ ซึ่งในกระบวนการขายแบบ Solution-selling มีองค์ประกอบสำคัญคือ ลูกค้าคือศูนย์กลาง ผู้ขายจะทำทุกอย่างบนพื้นฐานที่ว่า สิ่งนั้นจะสามารถช่วยให้ลูกค้าแก้ไขปัญหาธุรกิจที่เขาเผชิญอยู่ได้ และได้ผลลัพธ์ในทางบวกที่สามารถวัดผลสำเร็จได้Solution-Selling จะขั้นตอนที่ชัดเจน สามารถทำให้ลูกค้าเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เขาจะเดินทางจากจุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่จุดที่ต้องการในอนาคตได้อย่างไร ด้วยการทำตามขั้นตอนต่างๆในกระบวนการขายแบบนี้ ตั้งแต่การวางแผนก่อนการพบลูกค้า การวินิจฉัยและระบุปัญหา การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการ ไปจนถึงการติดตามผลหลังการขาย Solution- Selling เป็นระบบที่ประกอบด้วยเครื่องมือและเทคนิครวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ที่ชัดเจน ที่ช่วยให้พนักงานขายและทีมขายสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบการบริหารการขาย โดยทำให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ปัญหา ประเมินโอกาส และฝึกทักษะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีวัฒนธรรมการขายที่มีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นเมื่อลูกค้าถามสินค้า พนักงานขายควรจะถามกลับไปว่า "คุณลูกค้าอยากได้อะไร ต้องการอะไร” นั้นคือให้ลูกค้าที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองแล้วคนขายจะได้ทราบและเข้าใจถึงความต้องการทันที แทนที่จะปล่อยให้เป็นภาระของลูกค้าในการเลือกหาสินค้าซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนร้านและการขายที่เน้นเรื่องสินค้าเท่านั้น มักจะนำมาซึ่งคู่แข่ง และก็จบหรือเจ๋งเพราะแข่งขันกันขายในสินค้าที่เหมือนกัน ซึ่งคาดว่าหลังจากเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการขายแบบ Solution-selling แล้วจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจในการบริการ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทันที เกิดความสะดวกสบายและซื้อซ่ำตามมา เพระฉะนั้นกลยุทธ์สามารถเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นกว่าวิธีเดิมอย่างแน่นอน

ในปัจจุบัน ถ้าดูจากสถิติการใช้มือถือจากข้อมูลสำนักงานสถิติแล้วนั้น เราจะเห็นได้ว่า อัตราคนใช้โทรศัพท์มือถือมีจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับปี 2548 มีปริมาณผู้ใช้มือถือถึงสองเท่าเลยทีเดียว
flickr:10669608653
ที่มา: การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2548-2555 สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

โดยถ้าเราสังเกตตามกลุ่มของอายุคนนั้น เราจะเห็นได้ว่า มีจำนวนผู้ใช้มือถือเป็นจำนวนมากในอายุช่วงระหว่าง 40-49 ปี โดยมีจำนวนถึง 8,855,395 คนเลยทีเดียว

flickr:10669413734
ที่มา: การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2546-2555 สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ซึ่งการรุกตลาดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนนั้น เป็นการตัดสินใจที่ดี

นางสาววิชชุลดา แซ่ตั้ง 5510211071

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License