82

นักวิทยาศาสตร์จีนเปิดโลกใหม่ด้วยหลอดไฟที่ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ถึง 150 Mbps

ผู้จัดทำ นายพชร เชื้อวัชรินทร์ ID: 5510211082 RMBA70

Summary

WI – FI เทคโนโลยีนี้เราคงไม่ใครไม่รู้จักแต่ข้อจำกัดเดียวของมันก็คือ WIFI ยิ่งมีการใช้เพิ่มมากขึ้นเท่าไหรกลับช้าลงมากขึ้นเท่านั้นเพราะว่า wifi เป็นการส่งสัญญาณโดยมีพื้นฐานจากสัญญาณวิทยุ แต่ตอนนี้ในมหาวิทยาลัยในเซี่ยงไฮ้กลับมีนวัตกรรมการส่งสัญญาณรูปแบบใหม่ในชื่อว่า LIFI โดยเป็นผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Fudan โดยหลักการของ LIFI นั้นจะมีการส่งสัญญาณผ่านแสงแทนที่สัญญาณวิทยุซึ่งส่งผลให้มีความเร็วมากกว่า WIFI ถึง 10 เท่า

flickr:10674658304

โดยการศึกษา LIFI นั้นก็เกิดมาจากปัญหาที่ว่าในเขตเมืองนั้นสัญญาณ WIFI ถูกรบกวนมากขึ้นเนื่องจากปัญหาและขีดจำกัดรวมถึงอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน แถม WIFI ยังสามารถข้อมูลภายใต้ข้อจำกัดของสัญญาณวิทยุเท่านั้นด้วยนั้นหมายความว่ายิ่งความถี่น้อยเท่าไหร่ระยะการส่งก็สั้นมากเท่านั้น

สัญญาณ LIFI นั้นมีพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนตัวกลางมาเป็นแสงทำให้ลักษณะการทำงานนั้นเหมือนๆกับ WIFI ที่ใช้คลื่นวิทยุหรือ Electromagnetic แต่ว่าความถี่จาก LIFI นั้นจะสูงกว่าถึง 1 แสน เท่าเลยทีเดียว
การทำงานของ LIFI นั้นจะทำการส่งสัญญาณผ่านหลอดไฟซึ่งตอนนี้กำลังคิดกันว่าการส่งสัญญาณของ LIFI อาจจะต้องพึ่งพาหลอดไฟ LED ที่มีการกระพริบด้วยอัตราความถี่ที่สูงมากๆ ถึง 1 หมื่น หรือ 4 หมื่นครั้งต่อวินาที (หลอดไฟบ้านทั่วไปๆกระพริบอยู่ที่ 60 ครั้งเท่านั้นเอง)

flickr:10674660145

แม้ว่าปัจจุบันเราจะนิยมใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ใช้คลื่นวิทยุเสียเป็นส่วนใหญ่เช่น Wi-Fi แต่การสื่อสารโดยใช้สเปกตรัมของแสงก็ยังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีความน่าสนใจมีอะไรหลายๆ อย่างเอื้อมากกว่าหากเราทำสำเร็จ ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford, Cambridge, Edinburgh, St Andrews และ Strathclyde ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจจะมาแทน Wi-Fi ได้ในอนาคตโดยใช้ชื่อว่า Li-Fi (Light Fidelity) เป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว และได้ออกมาประกาศว่าสามารถทำความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลได้มากกว่าเน็ต Ultra Highspeed ที่เรารู้จักกันถึง 250 เท่า
โดยความเร็วที่ทีมวิจัยทำได้ในขณะนี้สามารถทำได้สูงสุดถึง 10.5 Gb/s นับว่าสูงมากทีเดียวสำหรับการสื่อสารแบบไม่ใช้สาย โดยเทคโนโลยีตัวนี้จะใช้หลอด LED ที่ทำการคิดค้นขึ้นมาพิเศษและมีขนาดเล็กมากจนทำให้สามารถต่อขนานเพื่อทำการส่งข้อมูลให้กับตัวรับได้หลายๆ ตัวพร้อมกัน Harald Haas หนึ่งในผู้นำทีมนักวิจัยกล่าวว่าหากมองมันก็คล้ายๆ กับฝักบัวอาบน้ำที่เปิดก๊อกแล้วมีน้ำออกมาเป็นสายๆ นั่นคือสิ่งที่ทีมนักวิจัยกำลังทำอยู่ในขณะนี้
โดยหลอดไฟที่ใช้นั้นก็จะมีคลื่นแสงที่แตกต่างกันออกไปทำให้สามารถแยกช่องสัญญาณออกจากกันได้โดยความเร็วที่กล่าวว่าทะลุ 10 Gb นี่ก็ได้จากการทดสอบจากสีหลักๆ สามสีนั่นคือ RGB (สีแดง เขียว และน้ำเงิน) โดยทำความเร็วได้ช่องละ 3.5 Gb/s โดยLi-Fi เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับการส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของคลื่นความถี่วิทยุ เหมือนที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันกับสัญญาณ Wi-Fi นั่นเองครับ โดยมันจะอาศัยการทำงานการส่งสัญญาณด้วยหลอดไฟ LED ที่มีกำลังขับขนาด 1 วัตต์ เพื่อให้สามารถโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 150Mb ต่อวินาที แต่ระยะห่างระหว่างจุดส่งสัญญาณกับจุดรับสัญญาณยังไม่มีระบุเป็นที่แน่ชัด ด้วยเทคโนโลยีตัวนี้ในอนาคต ถ้าหากเพื่อนๆต้องการใช้สัญญาณ ก็จำเป็นต้องเปิดไฟ LED ดังนี้เอาไว้ด้วย ไม่งั้นจะไม่สามารถใช้สัญญาณได้ แถมมืดอีกต่างหาก

flickr:10674681095

ส่วนในเรื่องของข้อจำกัด
ข้อจำกัดของ LIFI นั้นคงหนีไม่พ้นตัวอุปกรณ์เพราะว่าการส่งความถี่สูงระดับนั้นได้ยังไม่อุปกรณ์พกพาชนิดไหนที่ทำได้ดังนั้นข่าวดีของมันก็คือ สัญญาณ LIFI นั้นสามารถทำได้กับหลอดไฟทั่วไปแม้กระทั่งหลอดไฟบ้าน แต่สุดท้ายแล้วห้องนั้นก็ต้องมีการเดินไฟกันอยู่ดี และ นอกจากนั้นขีดจำกัดมันก็เหมือนกับแสงตรงที่ไม่สามารถทะลุกำแพงได้ (มาถึงจุดนี้นึกถึง Infared กันเลยทีเดียว) แต่ก็ใช่ว่า LIFI จะไม่ได้เกิดเลยทีเดียวเนื่องจาก LIFI นั้นมีข้อดีหลายๆอย่างรวมถึงความปลอดภัยเพราะไม่ใช่สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจึงทำให้ LIFI อาจจะมีการใช้ในกลุ่ม โรงพยาบาล หรือ สถานีใต้น้ำที่เสียงหรือคลื่่นแม่เหล็กมีข้อจำกัดมากกว่าแสง

Analysis
หากเทคโนโลยีตัวนี้สามารถพัฒนาจนสามารถใช้งานได้สำเร็จจริงๆ เราอาจจะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในแทบทุกสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ทำให้เครือข่ายของเราอาจจะปลอดภัยมากขึ้นเพราะการรับสัญญาณนั้นต้องใช้แสงนั่นเอง (แน่นอนว่าไม่สามารถทะลุกำแพงได้เหมือนสัญญาณวิทยุ) ก็ถือว่าเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ไม่ใหญ่โตมากอย่างไรก็ตามนี่ก็ถือเป็นอีกก้าวที่จะช่วยให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น นอกจากจะต้องอาศัยการติดตั้งอุปกรณ์ด้วยวิธีเดิมๆ ซึ่งมีต้นทุนในการวางโครงข่ายและการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ส่งสัญญาณแล้ว การติดตั้งยังต้องอาศัยความรู้และความชำนาญของช่างในการตั้งค่าต่างๆ ด้วย หาก Li-Fi สามารถก้าวข้ามในเรื่องของการวางโครงข่ายและการติดตั้งทียุ่งยากได้ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็น่าจะถึงจุดที่เติบโตแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง

แหล่งที่มาของบทความ
http://thumbsup.in.th/2013/10/chinese-lifi-light-bulb/
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.techblog.in.th/2013/10/30/lifi-researcher-announce-speed-breakthrough-10-gbs/
http://technolomo.com/2013/10/27/wifi-and-lifi/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License