84

AIS และ BTS เริ่มให้บริการ แตะขึ้นโดยสารรถไฟฟ้าด้วยมือถือ NFC เต็มรูปแบบแล้ววันนี้ (1 พฤศจิกายน 2556)

นายวิโรจน์ เตรียมตระการผล ID: 5510211084 (RMBA 70)

flickr:10631453816

สรุปข่าว

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 AIS และ BTS ได้ร่วมกันเปิดให้บริการการใช้ระบบ NFC ในมือถือสำหรับการจ่ายค่าผ่านประตูขึ้นรถไฟฟ้า โดยผู้ที่จะใช้บริการนี้ต้องมี 2 สิ่ง คือ มือถือที่รองรับ NFC และซิมที่ทำงานร่วมกับมือถือ NFC ซึ่งซิมนี้สามารถซื้อหรือไปอัพเกรดกับ AIS เพื่อเปลี่ยนเป็นซิม AIS mPAY Rabbit สำหรับใช้งานกับมือถือ NFC ได้ จากนั้นก็ทำการเติมเงินเหมือนเติมบัตร Rabbit เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้มือถือในการชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS ได้ นอกจากนั้นยังใช้กับบริการและร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมรับบัตร Rabbit ได้ด้วย เช่น รถโดยสาร BRT, McDonalds, โรงภาพยนตร์ Major เป็นต้น
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยี NFC บนมือถือในการชำระสินค้าและค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS นี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การใช้ชีวิตของคนเมืองใน 3 ด้าน ได้แก่

  1. ความสะดวก คือ แค่มีเพียงโทรศัพท์มือถือที่รองรับ NFC ก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS รวมถึงชำระค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือรับบริการจากร้านค้าชั้นนำในเขตกรุงเทพและปริมณฑลได้
  2. ความรวดเร็ว สามารถเติมเงินแรบบิท เช็คยอดเงินคงเหลือของ และดูการใช้จ่ายย้อนหลังได้ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีในบัตร rabbit ในปัจจุบัน
  3. ความคุ้มค่า เนื่องจากสามารถรับโปรโมชั่นพิเศษ ทั้งของทาง AIS และ ส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมโครงการ Rabbit
flickr:10631830233

สำหรับมือถือที่จะใช้ร่วมกับซิม AIS mPAY Rabbit ได้นั้น ต้องเป็นระบบปฏิบัติการ Android และรองรับ NFC ด้วย โดยรุ่นที่ใช้ได้แน่นอน คือ Samsung Galaxy ถึง 6 รุ่น ได้แก่ Galaxy Fame, Galaxy S3 , Galaxy S3 Mini, Galaxy S4, Galaxy Note 2 และ Galaxy Note 3 ส่วนมือถือรุ่นอื่นๆ โดยสามารถศึกษาวิธีการใช้งานและการเติมเงินได้ที่
http://www.ais.co.th/mpay/aismpayrabbit/howto_begin.html

flickr:10631614906

สำหรับผู้ใช้ iPhone ซึ่งไม่มีระบบ NFC ทำให้ไม่สามารถใช้บริการชำระเงิน NFC ได้เลย ดังนั้นบริการนี้จะไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ iOS ส่วนทางด้าน Windows Phone โดยเฉพาะ Nokia Lumia นั้น ต้องรอทาง Nokia อนุมัติส่งข้อมูลเฟิร์มแวร์ให้กับทาง AIS มาพัฒนาก่อน โดยจากการสัมภาษณ์กับผู้บริหารบริการ mPAY ของ AIS ก็ได้คำตอบมาว่า ทาง AIS มีแผนพัฒนาระบบนี้บนมือถือ Windows Phone ให้สามารถใช้งานชำระเงินผ่าน NFC ได้เช่นกัน
ข้อควรระวังอีกหนึ่ง คือ เคสมือถือ เพราะเคสมือถือจะทำให้การแตะ NFC บนแท่นอ่านบัตร Rabbit อ่านไม่สะดวกและอาจอ่านไม่ได้ด้วย ดังนั้นจึงควรใช้เคสแท้ หรือเคสที่ทำงานร่วมกับ NFC ได้ เพื่อการแตะบนแท่นอ่านบัตร Rabbit ได้สะดวกขึ้น

flickr:10631583185

วิเคราะห์ข่าว

การร่วมมือระหว่าง AIS กับรถไฟฟ้า BTS นี้ นับว่าเป็นก้าวแรกในการนำเทคโนโลยี NFC บนมือถือมาใช้งานในการชำระสินค้าและค่าบริการจริงในประเทศไทย ซึ่งหากประสบความสำเร็จได้ด้วยดีก็น่าจะส่งผลให้มีการใช้ประโยชน์จาก NFC บนมือถืออย่างกว้างขวางมากขึ้น ในหลายๆ ประเทศ เช่น อเมริกา เกาหลี เป็นต้น ปัจจุบันผู้ประกอบในต่างประเทศ ทั้งStarbucks, Google, Visa หรือสถานที่สำคัญต่างๆ กระทั่งโรงแรมชั้นนำในต่างประเทศ คือ ผู้ประกอบการที่นำ NFC มาใช้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นรูปการจ่ายเงินด้วยเครดิต การผ่านเข้าออกประตู หรือการส่งข้อมูลต่างๆ ทั้งนี้เพื่อจุดประสงค์หลายประการ ได้แก่ การเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า การลดต้นทุนดำเนินการ การได้มาซึ่งข้อมูลที่จะเพิ่มความขีดสามารถของอุปกรณ์หรือธุรกิจ การทำการตลาดที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อกลุ่มลูกค้ามากขึ้น รวมไปถึงการทำเพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน

flickr:10631729735

แม้ว่าการใช้งาน NFC บนมือถือจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในหลายๆ ด้าน แต่อย่างไรก็ตามเราควรต้องพิจารณาถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ NFC ด้วย ซึ่งภัยคุกคามต่างๆ เหล่านี้ได้แก่

  • การดักรับข้อมูล (Eavesdropping) เป็นการะดักข้อมูลที่รับส่งระหว่างอุปกรณ์ NFC กับเครื่องอ่าน โดยการนำอุปกรณ์ดักรับข้อมูลมาครอบไว้ที่ด้านสัมผัสของเครื่องอ่าน ซึ่งวิธีการนี้จะคล้ายๆ กับการทำ Skimming ตู้ ATM ที่มีผู้ไม่หวังดีนำอุปกรณ์มาครอบเครื่องอ่านบัตรหรือครอบแป้นพิมพ์ไว้เพื่อดักข้อมูล
  • ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ (Maliciuos code) เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้บริการธุรกรรมผ่านระบบ NFC จะต้องมีการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมไว้ในตัวเครื่องด้วย เช่น หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งหากอุปกรณ์ดังกล่าวติดมัลแวร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขโมยข้อมูล ก็อาจถูกขโมยเงินหรือถูกขโมยข้อมูลสำคัญไปได้
  • เครื่องหายหรือถูกขโมย หากโทรศัพท์มือถือมีข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ อยู่มาก ก็จะก่อให้เกิดผลเสียมากขึ้นได้เมื่อมือถือสูญหายหรือถูกขโมย

เนื่องจากระบบการทำงานของ NFC นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้มีการตรวจสอบหรือยืนยันตัวบุคคลที่ซับซ้อนมาก ดังนั้นการทำให้ระบบมีความมั่นคงปลอดภัยจึงเป็นหน้าที่ของผู้พัฒนา ที่ต้องมีการตรวจสอบหรือเข้ารหัสลับข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีดักรับหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง
ในส่วนของผู้ใช้งาน ก็ควรตระหนักอยู่เสมอว่าระบบที่ใช้งานอยู่อาจไม่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดีพอ หรืออาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาดัดแปลงระบบเพื่อให้ทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจทำได้โดยการตรวจสอบเครื่องอ่าน NFC ว่ามีอุปกรณ์แปลกปลอมติดตั้งอยู่หรือเปล่า ไม่ควรนำอุปกรณ์ไปแตะเข้ากับ NFC Tag ที่น่าสงสัย รวมถึงระมัดระวังในการเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในเครื่อง และควรกำหนดรหัสผ่านสำหรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลไปใช้ในกรณีที่ทำโทรศัพท์สูญหาย สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานที่จะนำเทคโนโลยี NFC มาใช้แทนบัตรผ่านในการเข้าออก อาจต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันยังคงมีจุดอ่อนในเรื่องนี้ ซึ่งหากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงก็ยังไม่ควรนำมาใช้ในพื้นที่ที่ต้องมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสูง

แหล่งที่มา

http://www.it24hrs.com/2013/bts-ais-rabbit-nfc/

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.ais.co.th/mpay/aismpayrabbit/privilege.html
http://www.oopsmobile.net/ais-mpay-rabbit-btc-smart-pass/
http://thumbsup.in.th/2011/12/future-nfc-growth/
https://www.thaicert.or.th/papers/general/2013/pa2013ge001.html

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License