Background of Twitter

ประวัติความเป็นมาของ Twitter

jackdorsey.jpg

Twitter มีต้นกำเนิดจากบริษัทที่มีชื่อว่า Odeo ซึ่งเป็นบริษัท podcasting เป็นเว็ปไซค์กระจายข่าวสารที่ก่อตั้งขึ้นโดย Noah Glass และ Evan William ในปี 2005 William ได้กล่าวว่า “Odeo ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเมื่อมีการตีพิมพ์ในนิตยสาร New York Times” ซึ่งทำให้มีความสนใจมากขึ้น มีการเพิ่มขึ้นของการร่วมลงทุน และมีการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น และหนึ่งในวิศวกรที่ได้รับการจ้างงานมีชื่อว่า “Jack Dorsey” ซึ่งเขาเติบโตในเมืองเซ็นหลุยส์ และด้วยอายุเพียง 14 ปี เขาก็กลายเป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับการจัดการเส้นทางรวมถึงวิธีการในการสื่อสาร โดยไม่มีการใช้จักรยานในการส่งสาร แต่เขาก็ยังคงหมกมุ่นกับสิ่งนี้ ดังนั้นเขาจึงเขียน Open Source Software ขึ้นมาเพื่อใช้ในการส่งข้อมูล ซึ่งในทุกวันนี้ยังคงมีบริษัทรถแท็กซี่หลายๆบริษัทได้นำมาใช้ เขาได้แนวความคิดในเรื่องนี้มาจากการที่เขาได้เห็นข้อความบอกสถานะในระบบการส่งข้อความด่วน(Instant Messaging) และ Jack Dosey ได้แนะนำความคิดการส่งข้อความสั้นหรืออัพเดทสถานะง่ายๆถึงเพื่อน และเสนอความคิดว่า “จะเป็นอย่างไรถ้าคุณสามารถที่จะแชร์สถานะของคุณกับเพื่อนๆทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อนของคุณต้องรู้แน่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเขียนเรื่องราวทั้งหมดลงในบล็อกของคุณ หรือแม้กระทั่งใน Live Journal ซึ่งเป็นการเขียนเรื่องราวชีวิตประจำวันของคุณ” จากแนวความคิดดังกล่าวได้นำไปสู่การสร้างตัวโปรแกรมต้นแบบขึ้นมาภายใน 2 สัปดาห์ และได้แสดงโปรแกรมต้นแบบนี้ให้แก่ทุกๆคนในบริษัท Odeo ได้เห็นและได้เริ่มใช้มัน ในช่วงแรกของการใช้งาน การใช้บริการสามารถทำได้แค่ภายในบริษัท Odeo โดยผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความ Tweets จากที่ใดก็ได้ สามารถส่งข้อความจากโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ใช้ต้องจ่ายค่าบริการในการส่งข้อความผ่านช่องทางที่ได้จัดไว้ และ Twitter จะจ่ายเงินสำหรับข้อความทั้งหมดที่ได้รับ และข้อความทั้งหมดที่ส่งจากฐานข้อมูล

flickr:10700936506

Biz Stone ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ ได้ออกมากล่าวอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการให้บริการของ Twitter ว่า “บริษัทไม่ต้องการที่จะเร่งปล่อย Twitter ออกมาสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว” แต่แล้วในช่วงเดือนกรกฎาคมของปี 2006 นาย Om Malik บล็อกเกอร์ชื่อดังได้เขียนบทความด้านเทคโนโลยีผ่านบล็อก GigaOM เกี่ยวกับการบริการทั้งหมด โดยมีหัวข้อเรื่องว่า “Silicon Valley’s All Twttr” โดยเรียกบริการนี้ว่า “Viral” และ “Addictive” หลังจากที่บทความนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป Stone ได้ออกมากล่าวว่า “ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่เราจะปล่อย Twitter ออกไป” และในช่วงฤดูร้อนนั้น Stone ได้กล่าวอีกครั้งว่า “พวกเราเริ่มต้นที่จะมองเห็นการเติบโตอย่างดีเยี่ยมของ Twitter และมองว่าผู้คนเริ่มก็เริ่มที่จะชื่นชอบมันเช่นกัน” แต่ยังไม่ทันก้าวเข้าเดือนมีนาคมของปี 2007 Twitter ก็กลายเป็นหนึ่งเวปไซค์ที่ได้รับความสนใจ เพราะได้รับรางวัล “Best Blog” ในงาน Southwest Interactive Festival ทางตอนใต้ของเมือง Austin รัฐ Texas แล้วในสัปดาห์ต่อมาสื่อตีพิมพ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Financial Tome, Advertising Age, The San Francisco Chronicle และ Daily Telegraph ก็ได้นำเรื่อง Twitter ขึ้นปก แม้ว่าในขณะนั้นผู้ใช้งาน Twitter ยังไม่มีถึง 80,000 ราย แต่ Twitter ก็มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและอย่างต่อเนื่อง และแล้วในช่วงสิ้นปี 2007 นั้นเอง Twitter ก็มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเวปไซค์ถึง 1.2 ล้านคน และในปีนี้เอง Twitter ก็ได้แยกตัวออกมาจากบริษัท Odeo กิจการก็มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นโดยการเติบโตอยู่ระหว่าง 1 ถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการร่วมทุน และ Dorsey ได้รับตำแหน่งเป็น CEO คนใหม่ของ Twitter จากผลของการเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้ Twitter ได้เจอกับประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือในการใช้งานซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับผู้ใช้ที่ไม่สามารถส่งข้อความทวีตได้ ตัวอย่างเช่น ระบบการให้บริการล่มในเดือนมกราคมปี 2008 ระหว่างที่ Steve Jobs ออกมาแถลงในช่วงท้ายของงาน Macworld Expo ณ เมือง San Francisco แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาในเรื่องดังกล่าวก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไขครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงสิ้นปี 2008 บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 22 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีผู้ใช้มากถึง 5 ล้านคน โดยอัตราเพิ่มขึ้นของสมาชิกใหม่อยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 10,000 คนต่อวัน ในเดือนมีนาคม 2009 อัตราผู้ใช้เพิ่มขึ้นเกือบจะเป็น 100,000 รายต่อวัน และคาดว่าสิ้นปีจะมีผู้ใช้ถึง 60 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่งของผู้ใช้มีอายุระหว่าง 18 ถึง 34 ปี และผู้ใช้งานจะเข้ามาใช้ twitter 14 ครั้งต่อเดือน และใช้เวลาประมาณ 7 นาทีต่อครั้งโดยประมาณ โดย 40 %ของผู้ใช้งาน Twitter มาจากสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือ ญี่ปุ่นเท่ากับ 23 %, สเปน 7 % และ อังกฤษ 6 % ตามลำดับ โดยมีบริษัทที่เป็นผู้ร่วมทุนอย่าง Institution Venture Partners และ Benchmark Capital และตามมาอย่าง Union Square Venture, Spark Capital และ Insight Venture Partner

twitter1.jpg
Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License