Groupon
1236207_10153179291150567_1981031426_n.jpg

คำว่า Grouponเป็นส่วนหนึ่งของ Social Commerce กล่าวคือ เป็นการค้าขาย E-Commerce แบบใช้ประโยชน์จาก Social Media เข้ามาร่วมด้วย โดยมาจากคำ 2 คำมาผสมกันคือ Group+Couponกลายเป็น GrouponโดยGrouponนั้นเกิดขึ้นและโด่งดังมาจากฝั่งอเมริกา ตัวอย่างเช่น เว็บ Groupon.com ซึ่งจะติดต่อร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านสปาโรงแรม และธุรกิจบริการต่างๆ เสนอดีลราคาพิเศษกับลูกค้า โดยเมื่อมีจำนวนคนซื้อดีลครบตามกำหนด จะได้รับส่วนลดพิเศษกว่า 50% ขึ้นไป โดยให้ลูกค้าใช้ Social media ต่างๆทั้ง Facebook และ twitter ในการชวนเพื่อนให้มาร่วมซื้อดีลด้วยกัน เมื่อครบกำหนดจำนวนที่กำหนดไว้ ลูกค้าทุกคนก็จะได้ส่วนลดการซื้อดีลนั้นๆ มูลค่า 50 – 90% และหากแนะนำเพื่อนให้มาร่วมเป็นสมาชิกของเว็บนั้น ก็ยังได้รับค่าแนะนำอีก 10$ อีกด้วย

GROUPON เป็นบริษัทที่โตเร็วที่สุดในโลกเพราะใช้เวลาไม่นาน (เริ่มก่อตั้งในปี 2551) ก็สามารถมีรายได้ต่อปี 500 ล้านเหรียญสหรัฐได้ซึ่งแน่นอนว่าเร็วกว่า Google และ Amazon มาก เคยมีข่าวใหญ่คือ Google ขอซื้อ Grouponด้วยมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (แพงที่สุดเท่าที่ Google เคยขอซื้อ) แต่ Andrew Mason ได้ปฏิเสธข้อเสนอของ Google ไป

Grouponจะนำสินค้าหรือบริการจากธุรกิจขนาดย่อย Small Business (SMEs) ขนาดกลาง ไปจนถึงการสร้างดีลของธุรกิจภายในทอ้งถิ่น เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และ รีสอร์ท 3-5 ดาวในพื่นที่ต่างๆ ร้านอาหารขึ้นชื่อในย่านธุรกิจ ซึ่งทางผู้ใช้บริการและกลุ่มผู้สนใจในบริการเหล่านี้จะรวมตัวผ่าน Social Network ชักชวนเข้ามาซื้อดีลเพื่อลุ้นรับโปรโมชั่นส่วนลด ที่ทางผู้ให้บริการร่วมกิจกรรมกับทางเว็บไซต์ Groupon

1230002_10153179289515567_925811938_n.jpg

ทำไมธุรกิจจึงยอมร่วมกับ Groupon
สมมติว่า โรงแรมแห่งหนึ่งราคาที่พัก $100 เสนอราคาห้องพักผ่าน Groupon ที่ $50 เหรียญ ซึ่งในส่วน $50 นี้ ครึ่งหนึ่งคือ $25 จะต้องแบ่งให้ทาง Groupon คำถามคือ ทำไมโรงแรมจึงยอมที่จะขาดรายได้ไปถึง $75

คำตอบ คือ เพราะโรงแรมมองว่าการทำธุรกิจกับ Groupon นั่นเป็นการโฆษณา ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยผ่านบรรดา Fan หรือ Follower ที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่ทาง Groupon ได้สร้างขึ้นมา เมื่อเปรียบเทียบกับ Banner โฆษณาตามเว็บไซต์ที่นับวันจะไม่ได้ผล หรือ การโฆษณาผ่าน Google Adword หรือ Facebook Ad การใช้โฆษณาผ่าน Groupon จะมีความน่าสนใจมากกว่า เพราะตัวลูกค้าได้สิทธิประโยชน์ทันทีแต่ส่วนสำคัญที่ว่าการโฆษณานั้นจะแพร่กระจายมากน้อยแค่ไหน ต้องขึ้นกับจำนวน Fan ที่มีด้วย

ธุรกิจที่เหมาะสมกับการใช้รูปแบบ การขายผ่าน Groupon คือ
1. ธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูง
2. ธุรกิจที่มีต้นทุนการหาลูกค้าสูง
3. ธุรกิจที่ต้องการลูกค้าซื้อซ้ำ

Value to Merchants

Positive Reactions
บรรดาร้านค้าต่างหลงใหลที่จะทำโปรโมชั่นร่วมกับธุรกิจเว็บขายดีลเพราะคิดว่ามันคือแนวทางใหม่ของการโฆษณาร้านค้า ผู้ค้าหลายคนวางใจ Groupon กับศักยภาพในการกระตุ้นความตื่นตัว เพิ่มช่องทางลูกค้าใหม่ๆ เช่น บริษัทเสื้อผ้า American Apparel ถือเป็นดีลที่ได้รับความนิยม โดยขายเสื้อผ้า มูลค่า 50 ดอลล่าห์ ในราคา 25 ดอลล่าห์ สามารถขายบัตรกำนัลจำนวน 133,000 หลังจากนั้นบริษัทมีแนวคิดต่อการจัดการต่อผลกระทบเชิงบวกหลายอย่างเกิดขึ้นโดย อย่างแรก ลูกค้าใช้เงินเฉลี่ย 20 ดอลล่าห์สหรัฐสำหรับการซื้อดีล 25% ของโปรโมชั่น สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ๆโดยการส่งอีเมลล์โดยให้ลูกค้ากรอกอีเมลล์สมัครสมาชิกก่อนเข้าดูดีล ซึ่ง groupon สามารถติดตามและเพิ่มการขายได้ ท้ายที่สุด groupon ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยชาวอเมริกันประหยัดได้มากถึงครึ่งหนึ่งทีเดียว

Negative Reactions
ในเมื่อมีด้านบวก ก็ย่อมมีด้านลบ อย่างเช่นร้าน Muddy's Coffeehouse พวกเขาพบว่าการทำโปรโมชั่นร่วมกับ Groupon นั้นลงเอยที่การขาดทุน เพราะสิ่งที่เซลล์ของ Groupon ไม่ได้เตือนคือพวกเขาจะประสบปัญหาลูกค้าแห่แหนกันมาที่ร้านจนแน่น ร้านบริการไม่ทัน ลูกค้าต่างไม่พอใจและไม่มาที่ร้านอีกหลังจบการใช้คูปอง
ปัญหานี้ก็เหมือนกับที่ร้าน Mississippi Studios & Bar Bar ซึ่งพบว่าพนักงานในร้านต้องเสียเวลาจัดการกับคูปองกระดาษอย่างมาก และสุดท้ายพวกเขาก็ให้บริการได้แย่ลงจนลูกค้าแค่มาใช้ดีลแล้วก็ลาจากร้านไป เจ้าของร้านยังเล่าว่าหลังหมดดีลกับ Groupon แล้วเขารู้สึกดีขึ้นมาก และกลับไปทำการตลาดแบบเดิมๆ คือจ้างเด็กแปะป้ายโฆษณาตามข้างฝาแทน

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ความสำเร็จและชัยชนะทั้งหมดของ Groupon มาจากการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นที่ความเรียบง่ายเป็นหลักGroupon จะไม่มีสต็อกสินค้า โดยสินค้าทั้งหมดจะอยู่ที่หุ้นส่วนทางการค้าของ Groupon จึงไม่น่าแปลกที่จะมีการลอกเลียนแบบธุรกิจของ Groupon

1237836_10153179305500567_174649286_n.jpg

อุปสรรคและคู่แข่งขัน
คู่แข่งรายใหญ่ที่สุด ได้แก่ LivingSocial ใน Washington D.C. แม้ว่า LivingSocial จะเล็กกว่า Groupon แต่ก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และในเดือนมกราคม 2011ได้มีการนำเสนอโปรโมชั่นใหญ่ โดยการจัดโปรโมชั่นบัตรกำนัล Amazon มูลค่า 20 เหรียญสหรัฐ โดยมีลูกค้าเกือบ 1.2 ล้านคน เข้าซื้อบัตรกำนัลดังกล่าว ก่อนเดือนพฤษภาคม 2012 LivingSocial ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีพนักงานเกือบ 5,000 คนที่ดูแลลูกค้าที่ใช้บริการถึง 66 ล้านคน ใน 22 ประเทศ

โดยส่วนมากคาดการณ์ถึงภัยคุกคามที่แท้จริงมาจากเว็บ Google และ Facebook ซึ่งแต่ละคนได้ประกาศถึงดีลของตัวเอง หลังจากการเสนอราคาสำหรับ Groupon ล้มเหลว ภายในองค์กร Google ได้มีการพัฒนาการให้บริการที่เรียกว่า ข้อเสนอ Google ซึ่งพยายามยกมาตรฐานการค้นหาทางธุรกิจและความเชี่ยวชาญทางด้านซอฟต์แวร์มือถือ ในทำนองเดียวกันกับดีล Facebook ได้มีบริการระบุสถานที่ซึ่งมีข้อเสนอการส่งเสริมการขายให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละร้านค้า ความท้าทายถึงความคาดหวังของ Groupon ก็ยังคงดำเนินต่อไป อันที่จริง Facebook ได้ทำการปิด Deal หลังจาก 4 เดือนของการทดสอบ Google ยังคงดำเนินการสนับสนุนข้อเสนอ แต่เป็นไปตามที่ประมาณการไว้ 3.5 ล้านดอลล่าห์ของยอดขายรวมในเดือน พฤศจิกายน 2011 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ Groupon จะพบว่า มียอดขายอยู่ที่ 150 ล้านดอลล่าห์ แค่เพียงในแถบอเมริกาเหนือเท่านั้น

Groupon 2.0
วิสัยทัศน์ของบริษัทครั้งใหม่ที่เรียกว่า Groupon 2.0 ซึ่งเป็นการค้นหาและซื้อดีลผ่านมือถือ ซึ่งดีลนั้นจะผุดขึ้นตามแต่ละสถานที่ที่คุณยืนอยู่ หากพบแล้วชอบใจก็สามารถกดซื้อได้ทันที
ในครั้งนี้ ทาง Groupon ได้ทำการรวบรวมดีลที่เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับการท่องเที่ยว, GrouponLive การร่วมมือกับผู้สนับสนุน Live Nation สำหรับดีลในส่วนคอนเสิร์ต และงานแสดงอื่นๆ ผลิตภัณฑ์ 2.0 คือ Groupon Now and Groupon Rewards

Groupon Now
เป็นการเปลี่ยนแปลงในการจัดการดีลสินค้าและบริการที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อช่วยกระตุ้นช่องทางการค้าในช่วงระยะเวลาที่การค้าลดลง ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารกับธุรกิจอาหารเที่ยงซึ่งซบเซาโดยไม่คาดคิดในวันศุกร์ สามารถเริ่มการจัดการดีลได้อย่างทันท่วงที ในการแลกซื้อก็เช่นเดียวกับการซื้อสินค้า ผู้บริโภคใช้แอพสมาร์ทโฟนในการค้นหา ซื้อและแลกซื้อดีล Groupon Now

Groupon Rewards
เป็นโปรแกรมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของลูกค้า ซึ่งมีสิทธิประโยชน์มาในรูปแบบของบัตรกำนัลพิเศษ ร้านค้าแรกๆที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถกำหนดรางวัลและสามารถกำหนดระดับการหารายได้ที่ต้องการ จากนั้น Groupon จะมีการติดตาม จากการสั่งซื้อของลูกค้าที่ลงทะเบียนรับของรางวัลอย่างอัตโนมัติ โดยมีการจับคู่รายการการดำเนินธุรกิจ จากระบบ ณ จุดขายสินค้าที่ใช้บัตรเครดิตในบัญชี Groupon ของลูกค้าเมื่อลูกค้าเข้าถึงเกณฑ์ที่ต้องการ Groupon จะปลดล็อคบัตรกำนัลรางวัลของร้านค้าสำหรับการสั่งซื้อสินค้า เช่นเดียวกับดีลแบบดั้งเดิม Groupon จะทำการรักษาสัดส่วนของบัตรกำนัลรางวัล

บริษัท Groupon ถูกก่อตั้งขึ้น โดย Andrew Mason ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขาวิชา “นโยบายสาธารณะ” ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก เริ่มต้นมาจาก website ที่ชื่อ “The point” (www.thepoint.com) ที่เป็นเวปที่ รวมกลุ่มของผู้ที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน และมีกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อทำให้เกิดประโยชน์หลายด้านเช่น การต่อรองราคากับร้านค้า หรือ การรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่ง The Point นี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2007 เมื่อนักลงทุนทาบทาม Mason ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อจะได้มุ่งเน้นที่ The Point อย่างเต็มที่ แต่ด้วยการที่เว็บไซต์ยังมีคนเข้าร่วมเพียงแค่กลุ่มเล็ก ๆ จึงทำให้เกิดปัญหาติดขัดในการสร้างรายได้ ซึ่ง Mason ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแคมเปญที่ได้รับความนิยมจำนวนมากทำให้เกิดการรวมตัวกันของผู้บริโภคที่เข้าร่วมแคมเปญนั้น ส่งผลให้เกิดส่วนลดจากปริมาณการซื้อที่มากขึ้นจากผู้ค้าปลีก เขาตัดสินใจที่จะจัดการใหม่โดยการจับกลุ่มแคมเปญที่มีลักษณะเหมือน ๆ กัน แล้วทำการส่งเสริมการขายบนเว็บไซต์เพื่อจะได้ค่านายหน้า ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในเดือนพฤศจิกายน 2008 ธุรกิจนี้ถูกแยกออกมาจากธุรกิจเดิมและ Mason ในวัย 27 ปี ดำรงตำแหน่งผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Groupon

ปัจจุบัน นาย Andrew Mason ได้ถูกไล่ออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา (2556) เนื่องจากผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมาขาดทุน ทำให้หุ้นของบริษัทตกลงถึง 24 % และได้แต่งตั้งนาย อีริค เลฟคอปสกี เป็น CEO คนปัจจุบัน

Business Model 9 ข้อ มีดังนี้
1. Customer Segment
ลูกค้าของ Grouponแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่ม 1 ผู้บริโภคที่ซื้อคูปอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง นักเรียน คนโสด และผู้ที่มีรายได้สูง (มีการศึกษาและใช้อินเตอร์เน็ต)
กลุ่ม 2 ร้านค้าท้องถิ่น เช่น ร้านอาหาร สปา ธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็กที่ให้บริการ ซึ่งกลุ่มร้านค้านี้ เป็นลูกค้าโดยตรงที่ Grouponจะให้ความสำคัญมากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่หุ้นส่วน ดังนั้น Grouponจึงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยอาจจะให้ข้อเสนอพิเศษ หรือพัฒนาความสัมพันธ์โดยตรงกับร้านค้า เช่น การใช้กลยุทธ์แบบ B2B (Business to Business) ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าท้องถิ่นสามารถขยายการขายไปยังทั่วประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น การท่องเที่ยว โดยจะได้รับสนับสนุนจาก Grouponโดย Groupon ได้เริ่มต้นจัดให้มีการขายคูปองผ่านระบบออนไลน์

1239517_10153173110430567_384202942_n.jpg

2. Value proposition
Grouponให้สิ่งลูกค้าทั้ง2กลุ่มต้องการ ดังนี้
กลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อคูปอง ก็จะการให้ส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีการรวมกลุ่มกัน
กลุ่มร้านค้า จะมีการใช้เครื่องมือเพื่อส่งเสริมในการโฆษณา โดยต้นทุนที่เกิดขึ้นจะมีเมื่อเกิดการขายจริงเท่านั้น
ร้านค้าท้องถิ่นGrouponจะทำให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น ถึงแม้ว่าร้านค้าเหล่านี้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูลและการแบ่งกลุ่มลูกค้าของตัวเอง ซึ่งถือเป็นปัญหาหลักสำหรับร้านค้าท้องถิ่นเหล่านี้ ดังนั้น Groupon ได้นำระบบการชำระเงินผ่าน credit card ชึ่งระบบนี้จะช่วยให้การบันทึกข้อมูลรายการการทำธุรกรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3. Customer Relationship
ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า จะมุ่งไปที่การทำให้ต้นทุนต่ำที่สุด และรวมถึงการสร้างความมั่นใจและความเชื่อใจของลูกค้าด้วย Grouponมีการรับรองความโปร่งใส และมีการชำระเงินคืนถ้าลูกค้าไม่พอใจกับดีลที่ลูกค้าซื้อไป การสร้างความเชื่อใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อการเติบโต ในขณะที่มีคู่แข่งรายใหม่มีการเลียนแบบ Grouponดังนั้น แบรนด์และความน่าเชื่อถือจะเป็นสิ่งที่ทำให้ Grouponสามารถรักษาลูกค้าไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตและการจัดการกับการสร้างความเชื่อใจเป็นสิ่งที่ท้าทาย ลูกค้าที่ไม่พอใจ จะถามถึงการชำระเงินคืน ซึ่ง Grouponจะต้องมีเงื่อนไขการชำระที่รัดกุม ดังนั้น ในเรื่องของรายได้ การควบคุมคุณภาพ และการสร้างความสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือนั้นจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย

ในส่วนของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้า Grouponจะให้เขารู้สึกว่าเป็นหุ้นส่วนธุรกิจที่ Grouponไว้วางใจ ซึ่งจะมีทีมของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เช่น ผู้ที่ให้คำปรึกษา หรือสร้างสรรค์งานด้านการตลาด รวมถึงมีการจ้างคนภายนอกให้ทำกระบวนการที่ได้มาซึ่งลูกค้าใหม่

4. Channels
ช่องทางการจัดจำหน่ายของ Grouponเน้นผ่านช่องทาง Online สำหรับลูกค้า เช่น E-Mail Website และบูรณาการผ่านทาง Social Network (การใช้ Twitter และ Facebook) เพื่อใช้การตลาดแบบปากต่อปาก นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง App ที่ใช้ช่องทางผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบัน Groupon ได้มีการนำ App มาใช้บน Smartphone ซึ่งร้านค้านั้นสามารถรู้ถึง demand แบบ Real time และจัดการให้ใกล้เคียงกับความต้องการภายในระยะเวลาที่จำกัดได้ และในส่วนของร้านค้า ช่องทางหลักคือ Sales force เช่น ส่งตัวแทนไปติดต่อร้านค้าโดยตรง

1170824_10153179291095567_1409560682_n.jpg

5. Key Activities
Grouponมีกิจกรรมหลัก คือ
1. ทำรายละเอียดเกี่ยวกับดีล
2. ทำการตลาดผ่าน E-Mail
3. ทำตารางรายสัปดาห์ของข่าวที่เปลี่ยนแปลงไปภายในเมืองนั้นๆ
4. การส่ง Sales เข้าไปติดต่อร้านค้า
5. การบริหาร Inventory กับร้านค้า
6. ดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6. Key Resource
ทรัพยากรที่สำคัญได้แก่ สิ่งต่างๆที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น คือ
1. ฐานข้อมูลทาง E-Mail
2. นักประชาสัมพันธ์
3. นักขายและนักฐานข้อมูล
4. คนเขียน Web

7. Key Partners
1. เป็นพันธมิตรกับ Social Network ทำให้ website เราเป็นที่รู้จักได้รวดเร็วขึ้น
2. ระบบการจ่ายเงินหรือบัตรเครดิตต่างๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้คนตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

8. Revenue Streams
ที่มาของรายได้
1. ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย
2. ออกสินค้าใหม่ ที่ช่วยเพิ่มยอดขาย เช่น Mobile App, ผ่าน Website (Glive)
3. ขาย Software ให้กับร้านค้า เช่น ระบบในการจัดเก็บข้อมูล

9. Cost Structure โครงสร้างต้นทุน
1. ค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้า
2. ค่าใช้จ่ายในการทำฐานข้อมูลของลูกค้า
3. ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาในเรื่องของไอที เช่นApplication
4. ค่าใช้จ่ายในการหาร้านค้า
5. ค่าใช้จ่ายในการสร้างเนื้อหาลงเวบ

Group 2: MARA (R70)
5510211002 Jirapha Visitsakvasin
5510211005 Pasakorn Wangvivatchareon
5510211023 Sudarath Yayong
5510211030 Siriwut Pitipornprakarn
5510211037 Pakorn Yiengsakulpaisal
5510211043 Boossarapun Sirirungreaung
5510211066 Pharawee Doonyapinyo

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License