Key Of Success

สรุป Key of Success ของ CIO

 กล้าที่จะเปลี่ยน เนื่องจากการที่มีการว่าจ้าง CIO เข้าไปทำงานนั้น ก็เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อ CIO เข้าไปทำงานก็จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งอาจเกิดแรงต้านจากคนภายในองค์กรมากมายและปัญหาต่างๆมากมาย CIO ต้องกล้าที่จะเผชิญหน้า กับปัญหาเหล่านี้และไม่ท้อ เพราะการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานอาจต้องใช้เวลาหลายปี โดนไม่ส่งผลอะไรเลย

 เน้นการทำงานเป็นทีม จะสังเกตได้ว่าเวลา CIO พูดถึงการทำงานของเขาเขาจะพูดถึงทีมเขาเสมอ ไม่ได้พูดถึงตัวเขาเอง เนื่องจากในการทำงานด้าน IT นั้นต้องอาศัยทีมงานที่เก่งเพื่อช่วยกันเซทระบบ ไม่ได้เป็นการทำงานคนเดียว ทีมจึงมีความสำคํญมาก CIO ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรภายในทีม ให้มีความร็ ความสามารถ และต้องทำให้เขารู้สึกรักที่จะทำงานให้กับเรา โดยเน้นไปที่ Team Culture ไม่ใช่เน้นไปที่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว

 มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลหรือ หน่วยงานอื่นๆในการทำงาน เช่นกับ Supplier หรือ CEO เพื่อการสื่อสารที่ถูกต้อง เนื่องจากเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ใหม่บางอย่างคนอื่นอาจไม่เข้าใจเหมือน CIO CIOจึงต้องสามารถอธิบายให้หน่วยงานอื่นๆที่ทำงานร่วมกันสามารถเข้าใจ และเห็นข้อดี ข้อเสียของระบบอย่างชัดเจน

 เน้นที่ Process การทำงานมากกว่าเพียงแค่นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ CIO ต้องให้ความสำคํญกับ Process การทำงานเป็นสำคัญ ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ เทคโนโลยีที่นำมาใช้ ไม่ใช่นำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน

สรุปความแตกต่างระหว่าง CIO ไทย และต่างประเทศ

จากที่ได้ทำการศึกษามาCIOทั้งไทย และต่างประเทศ จะมีรูปแบบการทำงานที่ไม่แตกต่างกันมากนัก จะมีเพียงอย่างเดียวที่แตกต่างกัน นั่นคือรูปแบบการเปลี่ยนแปลงการทำงานขององค์กร ในต่างประเทศการเปลี่ยนแปลงต่างๆและการตัดสินใจนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ของ CIO จะค่อนข้างรวดเร็ว และส่วนมากจะเปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ แต่ในประเทศไทยการเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มในหน่วยงานเล็กๆก่อนแล้วค่อยขยายออกไปเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ไม่น่าจะเกิดจากตัวCIOเอง แต่น่าจะมาจากลักษณะของบุคคลากรในองค์กร โดยพื้นเพนิสัยของคนไทยจะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ทำให้แร้งต้านสูงกว่าในต่างประเทศ CIO ในประเทศไทยจึงต้องค่อยเปลี่ยน เพื่อให้บุคคลากรในองค์กรเห็นความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงก่อนจึงจะเปลี่ยนได้

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License