Mobile Computing

Mobile computing
-ปัจจุบันเป็นทิศทางเทรนหลักของ it
รูปแบบการใช้ Computer ในปัจจุบันเปลี่ยนจากเดิมเป็นการใช้อยู่กับที่ เปลี่ยนมาเป็นใช้แบบมีการเคลื่อนที่
Timeline computer
1.ยุคเมนเฟรม ใช้ในระดับองค์กร (เป็นบทบาทของ server ในปัจจุบัน)
2.ยุค PC
3.ยุคเชื่อมต่อ PC เข้าด้วยกัน /ยุค network, internet (มีระบบ client server เกิดขึ้น)
4.ยุคใช้ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ Mobile Computing Laptop>Tablet>Smart phone
ปัจจุบัน Smart phone มีความสามารถในการประมวลผลมากกว่า Pc ในสมัยก่อนหลายเท่า

Learning Objective
• Wireless WAN, LAN, MAN, and PAN
ศึกษาประเภทของระบบไร้สาย
• M-Commerce
เป็นการศึกษา Business Model Mobile-Commerce
• L-Commerce
ศึกษาระบบ Location Based Service
• Mobile Applications/Business Model
-Mobile phone > Feature phone (no application)
-Smart phone (mobile OS & Mobile app)
แต่ละ OS ก็มีรูปแบบการพัฒนาที่แตกต่างกัน เช่น ANDROI(ต้องใช้ภาษา Java) IOS(ใช้
• Pervasive Computing
เริ่มซึมซับเข้ามาในชีวิตประจำวัน (เช่น smart pen, google glass)
• Trends

Category of Mobile Computing
-wireless wan
เป็นเครือข่ายระดับทวีป ระดับโลก เชือ่มโยงข้ามทวีป ผ่าน cellular network หรือผ่านระบบดาวเทียม
-wireless man
เครือข่ายระดับเมือง เป็นการรวมระบบ WiFi เข้าด้วยกันหรือใช้เทคโนโลยี WiMax ในการเชื่อโยงระบบเครือข่าย
-wireless Lan WIFI
ใช้มากสุด ราคาถูกที่สุด 1 Access point สามารถบริการได้เกือบ 100 คน
-wireless pan
ระบบเครือข่ายไร้สายในขนาดเล็กมาก (1-2 เมตร) ex Bluetooth RFID barcode QRcode

Mobile Computing
รูปแบบการใช้ computer ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ
-PDA และ laptop เครื่องแรก apple เป็นคนพัฒนา
เริ่มแรกยังไม่ประสบความสำเร็จ
-ปัจจุบันรูปแบบการใช้ computer นั้นผ่าน Mobile Computing มากขึ้น ex ญี่ปุ่น transaction 80 % ทำผ่าน smart phone
Generation of Mobile Phone
ยุค 0 G หลักๆใช้ในกองทัพโดยใช้คลื่นวิทยุ (วอ)

1 G
พัฒนาโดยกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เนื่องจากภูมิประเทศ และฤดูหนาว 9 เดือนต่อปี ซึ่งไม่สามารถพึ่งพากับระบบที่มีสายได้ เนื่องจากภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย และต้นทุนที่สูง และการที่คนไม่อยากออกจากบ้านเนื่องจากอากาศหนาวทำให้เกิดการคิดค้น Mobile Nokia & Ericson
-ใช้สัญญาณอนาล็อคล้วนๆ รับส่งได้แค่เสียงไม่สามารถรับส่งข้อมูลได้
ทำให้เกิดการใช้เพจเจอร์
-คุณภาพต่ำ
-ใช้มาตรฐานของ FDMA

2G
ความแตกต่างคือ 2G ใช้สัญญาณ digital ล้วนๆ
-Application หลัก sms(ไม่เกิน 140 ตัวอักษร) ส่งสัญญาณที่เป็น ข้อมูลได้ (เกิดการเลิกใช้ เพจเจอร์)
-มาตรฐาน GSM
2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลกใช้
Network effect ค่อนข้างสูง
สามารถทำ roaming ได้ คือใช้เบอร์เดียวแล้วข้ามเครือข่ายได้
-มาตรฐาน CDMA
มีคุณภาพของเสียงและข้อมูลที่ดีกว่าของ GSM แต่ประเทศที่ใช้ได้มีน้อย ex. usa south korea
แต่ CDMA ไม่สามารถใช้ roaming ได้ ซึ่ง 3 G นี้พัฒนามาจาก CDMA

2.5G
-ใช้อินเตอร์เน็ทผ่านทาง EDGE & GPRS
-อินเตอร์เน็ทเข้ามามีส่วนกับ โทรศัพท์ มือถือ(Micro Browser) ซึ่งเป็น internet ความเร็วต่ำ(max 380 kbs) ไม่สามารถส่งข้อมูลที่เป็น multi media ได้

3G
-นำมาใช้โดยบริษัท เอ็นบีทีโดโคโมะ (2001)
-2G ใช้เครือข่างของโทรศัพท์พื้นฐาน (Circuit swithching network)
-3G ใช้รูปแบบเครือข่ายที่ใกล้เคียงกับอินเตอร์เน็ท (Perfect switching network)
-เป็นรูปแบบถนนที่กว้างขึ้น หรือความเร็วที่สูงขึ้น นำไปสู่ application ที่หลากหลายมากขึ้น
-การใช้ 3G มีผลต่อศักยภาพของการแข่งขัน และส่งผลโดยตรงต่อ GDP ของประเทศ(world bank)
-นำไปสู่การพัฒนา Mobile Broadbrand (อุปกรณ์ความเร็วสูงในรูปแบบใช้เคลื่อนที่)
-มาตรฐาน WCDMA(UMTS)
ปัจจุบันกลายเป็น HSTA(ไทยใช้มาตรฐานตัวนี้) เนื่องจากสามารถไมเกรตจาก GSM มาเป็น 3G ค่อนข้างง่าย โดยการลงทุน(เปลี่ยนจาก 2G>3G)อยู่ที่ หมื่นล้านบาท/บริษัท
-มาตรฐาน CDMA 2000
-รูปแบบการให้บริการของ mobile phone มีอยู่ 2 ประเภท
1.Voice (โทรเข้า-ออก)
2.Non-Voice ex.ส่งข้อมูล หรือ application
รูปแบบการชำระเงิน
1.Postpaid (รายเดือน)
2.Prepaid (เติมเงิน) ในไทยเป็นปริมาณ 80% ของโทรศัพท์ทั้งหมด

4G (2010)
แตกต่างกับ 3G หลักๆคือ
-4G เครือข่ายตั้งอยู่บนพื้นฐานของ อินเตอร์เน็ทล้วนๆ สามารถเร่งความเร็วได้ถึง gigabit/sec
-สามารถ support ข้อมูล Super Broadbrand (ที่มีความละเอียดสูงได้ ex. LTE ,Hidef)
-มาตรฐาน 1.LTE(Major standard 80-90% ของบริษัทใช้) 2.Wimax
-โทรศัพท์ที่ support 4G มีจำนวนน้อย และเครือข่ายที่มีราคาสูง
องค์กร ITU (international telecom union)(องค์กรไหน ใช้คลื่นความถี่ใด ex.ทำไม 3G ต้องไปอยู่ในย่าน 2.1GHZ 2G ต้องไปอยู่ในย่าน 900 GHZ)
-กำหนดมาตรฐานของ mobile technology เข้ามากำหนดมาตรฐานของเครือ communication เช่นการกำหนดเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ
ความแตกต่างระหว่าง 2-4G
-voice ไม่แตกต่าง
-Non voice แตกต่างเนื่องจากระบบถนนที่กว้างขึ้น
Evolution of 3G (Thailand)
ก่อนหน้านี้ คลื่นความถี่เป็นสมบัติของรัฐ(หน่วยงานของรัฐ กรมประชาสัมพันธ์ ตำรวจ และทหาร)
-กิจการคมนาคมต้องถูก ดำเนินโดยรัฐ (CAT/TOT)
-ทำให้เอกชนที่ต้องการใช้คลื่นความถี่ ต้องเข้าไปขอทำสัญญาสัมปทาน โดยทำการแบ่งรายได้ โดยบริษัทที่เข้ามาทำนั้นลงทุนเองทุกอย่าง โดยแต่ละสัญญาสัมปทานมีเงื่อนไขแตกต่างกันในด้านระยะเวลา และค่าต๊ง ขึ้นกับการตกลงระหว่างหน่วยงานรัฐกับ เอกชน (ค่าต๊ง ระยะเวลา และความกว้างของสัญญาณ)
-รูปแบบสัญญาสัมปทานในไทยใช้รูปแบบ BOT (Build operate transfer) คือลงทุนเองทุกอย่าง โดยแบ่งค่าตงให้ CAT หรือ TOT นอกจากนี้ทำให้ CAT/TOT ไม่ต้องทำอะไรเนื่องจากได้รายได้จากระบบสัมปทาน (ค่าต๊ง) ทำให้ระบบนี้ทำให้เกิดการร่ำรวยของหน่วยงานของรัฐ และบริษัทที่วิ่งเต้น เกิดการไม่เท่าเทียมกันของการแข่งขัน
-ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ทำให้จัดตั้งองค์กรอิสระเข้ามาออกใบอนุญาติ คือ กทช และ กสช แต่ยังทำไม่ได้เรื่องจากระบบสัมปทานยังไม่หมดไป
-ปี 2550 ปฏิวัติ ทำให้เกิดการรวมกทช กับ กสช เป็น กสทช. โดยกำกับดูแลวิทยุ โทรทัศน์ และคลื่นความถี่ ex.true สัญญาสัมปทานหมด CAT ต้องคืนคลื่นความถี่ให้ไปจัดสรรใหม่ที่ กสทช.
-ทำให้เกิดปัญหาการประมูล 4G เนื่องจากระบบสัมปทานยังไม่หมดไป (ของ Dtac)
-วิธีการได้มาซึ่งใบอนุญาตคลื่นความถี่ หลักๆ 3วิธี
1.การประมูล > กสทช. ใช้ระบบนี้
2.จัดทำแผนธุรกิจมา พิจารณาผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ
3.ให้เปล่า
4.จับฉลาก
-การเกิดของ กสทช. กำหนดกติกา รูปแบบการการแข่งขัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทำให้ไม่มีค่าตงจากระบบสัมปทานที่หมดไป(ระบบที่ BOT) ทำให้ค่าบริการถูกลง และจัดเก็บรายได้โดยตรงสู่กระทรวงการคลัง (ค่าธรรมเนียมรายปี 2.5% ของรายได้ต่อปี)
-การประมูล DIGITAL TV(ทีวีจะมีเป็น 100 ช่อง) จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการตอบสนองคนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ซึ่งจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการโฆษณา และทำให้ TV สามารถเข้าถึงผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ได้

WIFI
-ระบบเครือข่ายขนาดเล็ก 100-200 m
-5 มาตรฐาน
1.802.11b
2.802.11a
3.802.11g
4.802.11n
5.802.11ac
-Mode infrastructure use access point for broadcast (ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน)
-Mode ad-hoc ใช้ peer to peer ใช้ระบบ wifi โดยไม่ผ่าน access point

Problems with WIFI
-Roaming เราต้องทำการ login ใหม่เนื่องจากไม่สามารถข้าม เครือข่ายได้
-Security บริษัทไม่สามารถจัดการได้

Wireless Man
-Wimax
-การเชื่อมโยงเครือข่ายในระดับเมือง รัศมี 50 Km
กสทช.ยังไม่ออกใบอนุญาติ (คลื่นความถี่ที่ต้องมีใบอนุญาต ( วิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม Wimax)/ที่ไม่มีใบอนุญาต( WiFi Bluetooth Barcode))
-Wireless MAN
เชื่อมโยง WiFi เข้าด้วยกันในระดับเมือง

Wireless PAN
-ของเครือข่ายขนาดเล็ก เช่น Bluetooth Barcode และ RFID
-RFID
Tag จะส่งข้อมูลไปยังเครื่องอ่าน (active ระยะใกล้ ,passive ระยะไกล เก็บข้อมูลได้มากกว่า แพงกว่า)
ปัจจุบันใช้ในการบริหาร supplt chain และนำมาใช้ในโทรศัพท์ในการประกอบการชำระเงิน
QR code
-ใช้ในการ track ชิ้นส่วน/สินค้าต่างๆ
-สะดวกสบายกว่าเนื่องจากสามารถใช้กล้องโทรศัพท์อ่านข้อมูลได้อย่าง่ายดาย สามารถใส่ url รูปภาพ หรือลิ้งไปเว็ปต่างๆได้
-มีเว็ปมากมายในการสร้าง QR code (QR code generator)
-ปัจจุบันนำมาใช้ในการตลาดค่อนข้างเยอะ ex. lay oishi

M-commerce
-การใช้ E-commerce ผ่านระบบ smarth phone
Focus อยู่ 3 รูปแบบหลัก 1.การ:ซื้อ-ขายสินค้า 2.การโฆษณา 3.การนำเสนอ content ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติมโตอย่างมาก จากการพัฒนาของตัว Network
-โดยเฉพาะการเกิด 3G นำไปสู่ m-commerce และ application ที่หลากหลาย
-Telehealth ตรวจสุขภาพผ่าน smart phone ได้โดยตรง โดยข้อมูลจะส่งตรงไปโรงบาล
-การชำระเงินมี 3 ประเภท
1. Micropayment ราคาสินค้าจะเข้าไปรวมกับบิลค่าโทรศัพท์รายเดือน
2. Store payment ซื้อ point แล้วนำ point ไปซื้อสินค้าในระบบ
3. Mobile wallet ซื้อผ่าน creditcard/E banking โดยตรง
โดยการชำระเงินแบ่งเป็น
Remote payments คือการชำระผ่านทางเครือข่าย
Proximity payments คือการชำระเงินผ่านทางเครื่องสแกนต่างๆ เช่นรูปแบบ NFC
ปัญหาของ M-commerce
-Screen size ค่อนข้างเล็ก
-Bandwitch ที่จำกัด
-storage ที่น้อย
-Battery ของ smart phone ที่ไม่เพียงพอ(ต้องพึ่งพา power bank)
-Security เนื่องจากปัจจุบันนั้นโทรศัพเก็บข้อมูลทั้งส่วนตัวและองค์กร
L-commerce
รูปแบบของการทำ ธุรกรรมไปยังที่ตั้งของผู้ใช้
-เกิดขึ้นจาก device GPS(Global Positioning Systems มีดาวเทียมทั้งหมด 24 ดวง โดยเราจะต้องอยู่ในรัศมีดาวเทียมอย่างต่ำ 3 ดวงในการหาตำแหน่งที่ตั้งของเรา) ของ smart phone และ tablet ทำให้ทราบข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้ ทำให้ผู้บริการ หรือผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ได้ง่ายมากขึ้นโดยการนำเสนอข้อมูล และ content
-ex. four square ,Gowalla ,North Face
-SMS ส่วนหนึ่งของ application ex.ใช้ sms ในการทำธุรกรรม
-สามารถใช้ในการ Tracker ได้เช่น ในการวิ่งมาราทอน
Mobile Operating Systems
-Apple iOS
-Google Android
-Blackberry RIM
-Window Mobile 8
-Symbian
Barriers of Mobile Commerce
-ปัญหา Bandwidth, storage, battery
The changing role of moible
-ปัจจุบัน Mobile computing สามารถการเข้าถึง และการเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต
-เปลี่ยนรูปแบบของการสื่อสาร
Pervasive Computing
-รูปแบบของ computer ที่เข้าสู่อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้การรับส่งข้อมูลผ่านทาง internet ได้ เช่น smart home, smart car, smart device
3 Internet
-Internet of Business Process E-commerce
-Internet of People เป็นการพัฒนาการติดต่อสื่อสารของคนไปสู่การสร้างชุมชนของคน (Social network, Media)
-Internet of Things คือ อุปกรณ์ต่างๆจะมีความสามารถของ computer และเชื่อมโยงกับ internet ได้มากขึ้น

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License