Mobile Telecommunication Market

Mobile Telecommunication Market in Thailand
ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทยเป็นตลาดที่มีผู้เล่นน้อยราย (Oligopoly) และมีระดับของการผูกขาดของความเป็นเจ้าของที่ครอบครองคลื่นความถี่ โครงข่าย หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น และมีผู้ประกอบการที่อยู่ภายในตลาดเดียวกันซึ่งมีสถานะผู้เป็นเจ้าของและผู้ที่อยู่ภายใต้สัญญาร่วมการงานรายเดิม ประกอบกับเงื่อนไขของสัญญาที่มีความแตกต่างระหว่างคู่สัญญาหนึ่งๆ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ระบบการอนุญาตและกำกับดูแลโดยองค์กรกำกับดูแลนับตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน อาจจำแนกผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

 กลุ่มผู้ได้รับใบอนุญาตแบบที่ 3 ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง ประกอบกิจการที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่บุคคลทั่วไปจำนวนมาก หรืออาจมีผลกระทบโดยนัยสำคัญต่อการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม หรืออาจกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) และผู้ประกอบการซึ่งให้บริการภายใต้สัญญาร่วมการงานแบบ “สร้าง-โอน-ดำเนินการ (BTO)” จากทั้ง TOT และ CAT ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (DTAC) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด (True Move) และเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล(International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz และใบอนุญาตประกอบกิจการ 3G ให้แก่ ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายที่ประมูลได้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ดังกล่าว ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (1950 MHz -1965 MHz และ 2140 MHz – 2155 MHz) บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (1920 MHz – 1935 MHz และ 2110 MHz – 2125 MHz) บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (1935 MHz – 1950 MHz และ 2125 MHz – 2140 MHz) ทั้งนี้ ใบอนุญาตดังกล่าวจะมีอายุ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2555 จนถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2570

 กลุ่มที่สองผู้ได้รับใบอนุญาตแบบที่ 1 บริการขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Virtual Network Operators: MVNOs) ปัจจุบันมีรวม 24 ราย เช่น บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำกัด บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออีซี เทคโนโลยี จำกัด บริษัท เอ็มคอนซัลท์ เอเชีย จำกัด บริษัท 365 คอมมูนิเคชั่น จำกัด เป็นต้น ประกอบกิจการโดยการเช่าหรือซื้อโครงข่าย สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการเชื่อมต่อจากผู้ให้บริการในกลุ่มแรก

ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีมูลค่าตลาดในสัดส่วนที่สูงกว่าร้อยละ 61 ของมูลค่าตลาดบริการสื่อสารทั้งหมด (Communication Services) หรือประมาณ 1.99 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ถึงปี 2559 ประมาณร้อยละ 204 จากแรงผลักดันหลักในบริการสื่อสารข้อมูลบนโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าบริการทางด้านเสียงจะเป็นรายได้หลักแต่จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า มีสัดส่วนที่ลดลงตามลำดับ ในขณะที่แนวโน้มการใช้บริการที่มิใช่ทางเสียงมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาและให้บริการในระบบการสื่อสารข้อมูลมากขึ้นทั้งในระบบ 2G และ 3G รวมทั้งผลักดันการส่งเสริมการขาย Mobile Applications การพ่วงบริการระหว่างเสียงและข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ทำให้สัดส่วนรายได้ของบริการที่มิใช่ทางเสียง (Non-Voice Revenues) โดยในปี 2554 รายได้จากบริการที่มิใช้เสียงสูงเกือบถึงร้อยละ 20 ของรายได้รวมจากการให้บริการทั้งหมด และประมาณการว่าเมื่อสิ้นปี 2555 จะเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 25-26 ของรายได้รวม ทั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นไปในลักษณะสอดคล้องกับสถานการณ์และการคาดการณ์บริการที่มิใช่ทางเสียงในตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับนานาชาติเช่นกัน

flickr:10740943763

จากรายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมของประเทศไทยประจำปี 2555 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดเผยข้อมูลการสำรวจวิจัยมูลค่าตลาดบริการโทรคมนาคม ในปี 2555 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 2.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าของตลาดบริการโทรคมนาคมเมื่อเทียบกับ ขนาดหรือมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ณ ราคาประจำปี (Gross Domestic Product: GDP at Current Market Prices) เท่ากับร้อยละ 2.39 หรือ ร้อยละ 5.56 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ณ ราคาคงที่ (Real GDP) โดย เป็นมูลค่าตลาดที่เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 9.7 โดยตลาดบริการโทรคมนาคมหลักที่มีมูลค่าสูงสุด คือ ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสัดส่วนร้อยละ 76 ของมูลค่าตลาดรวม คาดว่าในปี พ.ศ. 2556 มูลค่าตลาดบริการโทรคมนาคมจะยังคง เติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13 ต่อปี คาดการณ์มูลค่าตลาดบริการโทรคมนาคมในปี 2559 จะเติบโตสูงเพิ่มขึ้นถึง 5.4 แสนล้านบาท หรือมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากปีก่อนหน้า โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ประมาณร้อยละ 17

จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และความแพร่หลายในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่:

flickr:10740943703

จำนวนเลขหมายในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาสที 1 ปี 2556 มีจำนวนทั้งหมด 87,445,730 เลขหมาย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ถึง 3,561,523 เลขหมาย โดยแบ่งเป็นระบบ 2G จำนวน 80,309,636 เลขหมาย และระบบ 3G จำนวน 7,136,094 เลขหมาย ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G ยังต่ำกว่าในระบบ 2G อยู่มาก แต่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2556 นี้ จากการทีมีผู้ประกอบการระบบ 3G บนคลื่นความถี 2.1 GHz เพิ่มขึ้นถึง 3 ราย ประกอบกับสัญญาร่วมการงานเริ่มทยอยหมดอายุ จึงมีความพยายามโอนย้ายผู้ใช้บริการไปสู่โครงข่ายใหม่ และเป็นแบบ Pre-Paid จำนวน 76,508,667 เลขหมาย และแบบ Post-Paid จำนวน 10,937,063 เลขหมาย

จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอัตราส่วนความแพร่หลายในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่ปี 2547 ถึงไตรมาส 1 ปี 2556:

flickr:10740736144

จากกราฟแสดงจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอัตราส่วนความแพร่หลายในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่ปี 2547 ถึงไตรมาส 1 ปี 2556 โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้บริการในระบบเติมเงิน (Pre-paid) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 มีผู้ใช้บริการในระบบเติมเงินประมาณร้อยละ 112.66% ของผู้ใช้บริการทั้งหมด และ ผู้ใช้บริการในระบบจ่ายรายเดือน (Post-paid) อีกประมาณร้อยละ 16.10% ทั้งนี้อัตราส่วนจำนวนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อประชากรรวม (Penetration rate) ในไตรมาสที 1 ของ ปี 2556 มีมากถึง 128.77% สะท้อนให้เห็นว่าประชากร ในประเทศไทยบางส่วนมีเลขหมายโทรศัพท์มากกว่า 2 เลขหมาย

ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทย:

flickr:10740639985

สภาพตลาดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นตลาดที่มีผู้ให้บริการรายหลักๆ จำนวน 3 ราย ได้แก่ AIS, DTAC และ True Move และมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่าร้อยละ 99 ซึ่งหากเปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดระหว่างผู้ให้บริการหลัก บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 42.81 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 รองลงมาคือ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มีส่วนแบ่งตลาดเคลื่อนไหวในช่วงประมาณร้อยละ 31.02 และ True Move มีส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 23.92

อัตราค่าบริการและพฤติกรรมการนำเสนอรายการส่งเสริมการขาย:

flickr:10740736064

ภาพรวมของอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้านเสียง (Voice) โดยเฉลี่ย พบว่ามีแนวโน้มของค่าบริการค่อนข้างทรงตัว โดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 มีค่าบริการลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 0.62 บาทต่อนาที ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา โดย AIS เป็นผู้ให้บริการที่นำเสนอค่าบริการเฉลี่ยต่ำที่สุด มีค่าบริการเฉลี่ยนาทีละ 0.48 บาท ขณะที่ TRUE MOVE เป็นผู้ให้บริการทีมีค่าบริการสูงทีสุดเท่ากับ 0.81 บาทต่อนาที รองลงมาเป็น DTAC นาทีละ 0.55 บาท

flickr:10740734904

บริการที่ไม่ใช่ประเภทเสียง (non-voice services) มีระดับการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นผู้ให้บริการแต่ละรายนำเสนอรายการส่งเสริมการขายทีมีความหลากหลายมากขึ้นผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ปริมาณการใช้งานข้อมูลขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล เมื่อเทียบกับไตรมาสทีผ่านมา ค่าบริการทีไม่ใช่ประเภทเสียงมีการปรับลดลงในบางบริการ กล่าวคือ AIS และ TRUE MOVE เสนอค่าบริการเฉลี่ยสำหรับบริการ MMS ต่ำลง นอกจากนี้ ค่าบริการเฉลี่ยของบริการ GPRS/EDGE/3G1 ของ TRUE MOVE มีแนวโน้มลดลงโดย TRUE MOVE เป็นผู้ให้บริการที่นำเสนออัตราค่าบริการทีไม่ใช่ประเภทเสียงต่ำทีสุดในทุกบริการ กล่าวคือ SMS และ MMS ข้อความละ 0.49 บาท และ 0.31 บาทตามลำดับ บริการ GPRS/EDGE/3G เฉลี่ยชั่วโมงละ 2.26 บาท ซึ่งบริการ non-voice service ถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญของการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยผู้ใช้บริการมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยหันไปนิยมติดต่อสื่อสารผ่านบริการด้านข้อมูล (เช่น Instant Messaging, Email, Social Networking เป็นต้น) เพิ่มขึ้น อีกทั้งผู้ให้บริการพยายามสร้างรายได้ในการให้บริการเพิ่มขึ้น โดยหันมาเน้นทำการตลาดโทรศัพท์ Smartphone ที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ควบคู่ไปกับการนำเสนอรายการส่งเสริมการขาย ทีเน้นการใช้งาน non-voice และเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากขึ้น รวมถึงการสร้าง Contents (Applications & Games) เพื่อให้ผู้ใช้บริการดาวน์โหลดมาใช้งานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่

flickr:10740721376

ในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 ผู้ให้บริการมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย (Average Revenue per User: ARPU) เท่าเดิมในระบบ Prepaid คือ เดือนละ 163 บาท ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมายของระบบ Postpaid มีแนวโน้มลดลงประมาณ 6% จากเดือนละ 454 บาท ในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 มาเป็นเดือนละ 423 บาทในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วพบว่าผู้ใช้บริการระบบ Prepaid มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นประมาณ 3% (กล่าวคือ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 ARPU ระบบ Prepaid มีค่าเท่ากับ 159 บาท) อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการระบบ Prepaid มีค่าใช้จ่ายลดลงประมาณ 7% (กล่าวคือในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 ARPU ระบบ Prepaid มีค่าเท่ากับ 457 บาท) หากพิจารณาจำนวนนาทีโทรออกเฉลี่ยต่อเดือน (Minute of use –MOU) พบว่า การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงมีแนวโน้มลดลง จึงอาจกล่าวได้ว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมายที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลมาจากการใช้บริการ non-voice service เพิ่มขึ้นนั่นเอง

flickr:10740733964

ตลาดบริการโทรคมนาคมในระดับโลก พบว่า มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 13.7% โดยมีมูลค่ากว่า 7 พันล้านของตลาดบริการโทรคมนาคมทั้งหมด และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 2 พันล้านภายในปี 2017 และถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาความท้าทายทางด้านภาวะเศรษฐกิจ แต่ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 – 2017 โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 7.6%

flickr:10740720996

ในปัจจุบันนี้ พบว่า ประชากรเกือบทั่วทุกมุมโลกได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์หลักในการสื่อสาร โดยมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตั้งแต่ปี 2008 – 2011 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 8.3% หรือมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นประมาณ 3.2 พันล้านเลขหมาย ซึ่งกลุ่มผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่และเด็กจำนวนหนึ่งที่ต้องการจะรับประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐศาสตร์ของเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ตอนนี้ยังเข้าไม่ถึงอุปกรณ์เหล่านั้น ซึ่งก็เป็นการเจริญเติบโตของตลาดที่สำคัญในอนาคตที่ท้าทายเหล่าผู้ให้บริการ ที่จะเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของคนเหล่านี้ หรือเรียกว่า new market segment opportunity จะเห็นว่าอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และด้วยการก้าวกระโดดของนวัตกรรมต่างๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยีของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้มั่นใจได้ว่าในอีก 2-3 ปี นับจากปี 2012 จะมีการเติบโตของผู้ใช้เพิ่มขึ้นอีก 700 ล้านเลขหมาย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 พันล้านเลขหมายภายในปี 2018

flickr:10740941743

สำหรับจำนวนนาทีโทรออกเฉลี่ยต่อเดือน (Minute of use –MOU) และการส่งข้อความ SMS พบว่า จำนวนนาทีโทรออกเฉลี่ยต่อเดือน เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2008 – 2012 โดยในปี 2012 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 4% ในส่วนของการส่งข้อความ SMS มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 28% โดยในปี 2012 มีอัตราการเติบโตเพียง 8% จะเห็นว่าอัตราการเติบโตของการส่งข้อความ SMS ค่อยๆ ชะลอตัวลง เนื่องมาจากการใช้โทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ตและการใช้ Instant Messaging1 & Social Networking เพิ่มมากขึ้น

flickr:10740733564

อัตราการเติบโตของของการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งานผ่านเทคโนโลยี 2G จนถึงปี 2012 โดยพบว่ามีอัตราการใช้งาน 5 พันล้านเลขหมาย ของจำนวนทั้งหมด คิดเป็น 6.8 พันล้านเลขหมาย แต่ต่อมาการใช้งานของของระบบเครือข่ายเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปเป็น 3G และ 4G โดยได้มีการคาดการณ์การเติบโตจาก 26% เป็น 53% ของการใช้บริการโทรคมนาคม ตั้งแต่ปี 2012 - 2017

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License