Like Music

“Like Music” ผู้ที่มีเสียงเพลงอยู่ในหัวใจ

ความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ

ในปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อชีวิตมากขึ้น เราสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวก รวดเร็วจากเทคโนโลยีต่างๆ เช่น Smartphone, Ipad, Tablet เป็นต้น ส่งผลให้เครือข่ายสังคมออนไลน์กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค ดังนั้น การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่มีความชอบ ความสนใจในสิ่งที่คล้ายคลึงกัน เพื่อหากลยุทธ์และวิธีการนำเสนอสื่อที่สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบในเรื่องเดียวกันได้ ทางกลุ่มจึงได้เลือก Facebook เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เพราะถือเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยได้จัดทำ Page ที่มีชื่อว่า “Like Music” ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับดนตรี เพลง และศิลปิน คาดว่าการจัดทำ Page ในครั้งนี้ จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสนใจในเรื่องของดนตรีรวมไปถึงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วๆไปอีกด้วย

วัตถุประสงค์

1.เพื่อศึกษาวิธีการดึงดูดกลุ่มคนที่ชื่นชอบในเสียงเพลงและศิลปิน
2.เพื่อสังเกตพฤติกรรมการรับรู้ของกลุ่มคนที่มีต่อเนื้อหาที่ได้ทำการสื่อสารออกไป
3.เพื่อศึกษาเครื่องมือต่างๆที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานกับสื่อสังคมออนไลน์ได้

ขอบเขตของโครงการ

โครงการนี้ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม-24 ธันวาคม 2556 ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลัก คือผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความชื่นชอบและสนใจในเรื่องของเสียงเพลงและศิลปินโดยลักษณะของหน้า Pageมีรูปแบบที่สื่อถึงดนตรีและเสียงเพลง ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นรูปหูฟังและตัวโน้ต ที่สร้างบรรยากาศให้ผู้ที่เข้ามาภายใน Page มีความรู้สึกผ่อนคลายกับการรับฟังเพลง และได้ติดตามผลงานของศิลปินหรือนักร้องที่ตัวเองชื่นชอบ

แผนการดำเนินงาน

11529692045_c3870b9b7f_b.jpg

ทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง:

ปัจจุบันนี้ เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นปรากฎการณ์ของการติดต่อสื่อสารกันระหว่างบุคคลในโลกอินเทอร์เน็ต โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างชุมชนออนไลน์ ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูล ตามประโยชน์ กิจกรรมหรือความสนใจเฉพาะเรื่องซึ่งกันและกัน ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ได้กลายเป็นวัฒนธรรมส่วนหนึ่งของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มนักการตลาดได้มองเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่ง ที่เปรียบเสมือนเป็นบริการพื้นฐานของเว็บไซต์ที่กลุ่มผู้ใช้ สามารถแสดงตนให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป รวมถึงสามารถแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันได้

1.แนวคิดเกี่ยวกับการเปิดรับสื่อ

โจเซฟ ที แคลปเปอร์ (Klapper, J.T., 1960: 19-25) ได้กล่าวไว้ว่า กระบวนการเลือกรับข่าวสารหรือเปิดรับข่าวสารเปรียบเสมือนเครื่องกรองข่าวสารในการรับรู้ของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วยการกลั่นกรอง 4 ขั้นตามลำดับดังต่อไปนี้
1.การเลือกเปิดรับ (Selective Exposure)เป็นขั้นแรกในการเลือกช่องทางการสื่อสารบุคคลจะเลือกเปิดรับสื่อและข่าวสารจากแหล่งข่าวสารที่มีอยู่ด้วยกันหลายแหล่ง อีกทั้งทักษะและความชำนาญในการรับรู้ข่าวสารของคนเรานั้นก็ต่างกัน บางคนถนัดที่จะฟังมากกว่าอ่าน ก็จะชอบฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์มากกว่าอ่านหนังสือเป็นต้น
2.การเลือกให้ความสนใจ (Selective Attention)ผู้เปิดรับข่าวสารมีแนวโน้มที่จะเลือกสนใจข่าวสารข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง โดยมักเลือกตามความคิดเห็น ความสนใจของตน เพื่อสนับสนุนทัศนคติเดิมที่มีอยู่และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความรู้ความ เข้าใจหรือ ทัศนคติเดิมที่มีอยู่
3.การเลือกรับรู้และตีความหมาย (Selective Perception and Interpretation)เมื่อบุคคลเปิดรับข้อมูลข่าวสารแล้ว ก็ใช่ว่าจะรับรู้ข่าวสารทั้งหมดตามเจตนารมณ์ของผู้ส่งสารเสมอไปเพราะคนเรามักเลือกรับรู้และตีความหมายสารแตกต่างกันไปตามความสนใจ ทัศนคติ ประสบการณ์ ความเชื่อ ความต้องการ ความคาดหวัง แรงจูงใจ สภาวะทางร่างกาย หรือสภาวะทางอารมณ์และจิตใจ
4.การเลือกจดจำ (Selective Retention)บุคคลจะเลือกจดจำข่าวสารในส่วนที่ตรงกับความสนใจ ความต้องการ ทัศนคติ ฯลฯ ของตนเอง และมักจะลืมหรือไม่นำไป ถ่ายทอดต่อในส่วนที่ตนเองไม่สนใจ ไม่เห็นด้วย หรือเรื่องที่ขัดแย้งค้านกับความคิดของตนเอง ข่าวสารที่คนเราเลือกจดจำไว้นั้น มักมีเนื้อหาที่จะช่วยส่งเสริมหรือสนับสนุนความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ค่านิยม หรือความเชื่อของแต่ละคนที่มีอยู่เดิมให้มีความมั่นคงชัดเจนยิ่งขึ้นและเปลี่ยนแปลงยากขึ้น เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในโอกาสต่อไป

2.ทฤษฎีสิ่งจูงใจ (Incentive Theory)

ทฤษฎีสิ่งจูงใจ (Incentive Theory) อธิบายว่าปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมที่จูงใจจะดึงดูดให้คนมุ่งไปหาสิ่งนั้น โดยมนุษย์จะกระทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสวงหาสิ่งที่พอใจ (Positive Incentives) โดยการทำเพจนั้น มีการโพสทั้งภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ ที่คอยจูงใจให้แฟนเพจเข้ามาชม หากเป็นที่พึงพอใจ แฟนเพจจะมีปฏิกิริยากด Like หรือการโพสแสดงความคิดเห็นเพื่อตอบสนองกับความพึงพอใจที่ได้รับ แต่หากสิ่งที่โพสนั้นไม่เป็นที่ประทับใจ ก็อาจจะไม่เปิดดู หรือเปิดดูเพียงผ่านๆ แล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ

3. ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral Theory)

ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral Theory)อธิบายถึงการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า (สิ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรม) กับการตอบสนอง (ตัวพฤติกรรม) โดยพบว่ามีคลิปเกี่ยวกับเพลงที่ถูกนำมา Cover มากมาย โดยเพลงที่นำมาส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ได้รับความนิยม เป็นเพลงจากนักร้องที่มีชื่อเสียง ซึ่งเพลงดังกล่าวเป็นสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้คนชื่นชอบ แล้วตอบสนองด้วยทำคลิปออกมา Cover หรือบางคนก็นำเพลงไปแปลงเปลี่ยนความหมายของเนื้อเพลงเดิม แต่ใช้ทำนองเดิม ทำให้ดูเป็นเพลงที่ตลก สร้างสีสันให้กับเพลงนั้น

ขั้นตอนและวิธีการดำเนินโครงการ

1.สร้างความบันเทิงและการผ่อนคลายจากการทำงานหรือการเรียน ให้กับสมาชิกของpageทุกคนผ่านทาง https://www.facebook.com/likelikemusicโดยมีวิธีการต่างๆ ดังนี้
1.1 การpost เพลงหรือข่าวสารของศิลปินซึ่งเป็นที่นิยมชื่นชอบหรืออยู่ในช่วงกระแสนิยม ณ
ขณะนั้น
1.2 การpost ข้อความที่เป็นคำคม จับใจ แง่คิดดีๆต่างๆ
1.3 เนื้อหา ข้อความ หรือเพลงที่ post ใน page จะทำการ post ตามสถานการณ์ต่างๆ อาทิ
เช่น ตามสภาพอากาศ ตามเหตุการณ์ที่กำลังได้รับความสนใจในสังคมขณะนั้น เป็นต้น
2.การจัดกิจกรรมสร้างปฏิสัมพันธ์ภายใน page โดยมีการแจกของรางวัลให้กับสมาชิกที่ชนะการเข้าร่วมกิจกรรม โดยดำเนินการจัดกิจกรรมในช่วงวันที่ 12-21 ธันวาคม 2556
3.ประเมินผลจากการดำเนินงาน โดยการใช้เครื่องมือ Facebook Page Insights เพื่อทำการวิเคราะห์สถิติของผู้ใช้ซึ่งเป็น Fan page ที่เข้ามากดlike หรือ comment ต่างๆใน pageทำให้ทราบถึงกลุ่มเป้าหมายของ page มากยิ่งขึ้น

วิธีการสร้างเครือข่าย

1.เชิญชวนเพื่อนๆให้เข้ามากด like และ share page โดยเริ่มจากการขอความร่วมมือจากเพื่อนๆของสมาชิกภายในกลุ่ม เพื่อเป็นผู้ที่ถ่ายทอดการรับรู้สื่อ และส่งต่อไปยังบุคคลอื่นๆได้
2.กำหนดช่วงเวลาในการ post ที่คาดว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งาน facebookสามารถเห็นความเคลื่อนไหวของ page ได้มากที่สุด เช่น ช่วงพักกลางวัน ช่วงเย็นหลังเลิกงาน และช่วงดึกๆ เป็นต้น
3.การสร้างการรับรู้และเชิญชวนให้เข้ามาเป็นสมาชิกใน page โดยมีการจัดกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับสมาชิก ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงดึงดูดใจให้อยากเข้ามามีส่วนร่วมภายใน page มากขึ้น

ผลการดำเนินงาน

11534062875_2fe7d37473_o.jpg
ผลการดำเนินงานการสร้างเพจ Like Music ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ถึงวันที่ 24 ธันวาคม พบว่า มีผู้เข้ามากดถูกใจทั้งหมด1,127คน และมีผู้พูดถึงเพจ Like Music จำนวน447 คนซึ่งประกอบด้วยข้อมูลทางสถิติในด้านต่างๆดังต่อไปนี้

กราฟแสดงผลในภาพรวมระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2556 – 23 ธันวาคม 2556

11534111134_f39478a945_o.jpg

จากกราฟแสดงให้เห็นว่า ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามากดถูกใจเพจ Like Music เพิ่มขึ้น 64.1%โดยมีการเข้าถึงหน้าเพจเป็นจำนวน 1,413 ครั้งเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน24.4 %ซึ่งเป็นการเข้าถึงโพสต์ 774 ครั้งและการมีส่วนร่วมของสมาชิกเพจทั้งหมดเป็น 505 ครั้ง เพิ่มขึ้น 37.2% แบ่งเป็น การกดถูกใจ 85ครั้ง คอมเม้นท์ 8 คอมเม้นท์ 29 แชร์ และ การคลิกโพสต์ 374 ครั้ง

กราฟแสดงจำนวนผู้ที่เข้ามากดถูกใจเพจ Like Music ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2556

11534123134_cef2e20abe_o.jpg

จากกราฟแสดงให้เห็นว่า ในช่วงสามเดือนแรก ผู้เข้ามากดถูกใจเพจ Like Music ยังมีจำนวนที่น้อยอยู่และมีผู้เข้ามากดถูกใจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่หลังจากมีการจัดกิจกรรมแจกของรางวัลขึ้น ทำให้มีผู้เข้ามากดถูกใจเพจ Like Music เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก

กราฟแสดงจำนวนผู้มองเห็นโพสต์ของเว็บเพจ Like Music ระหว่างวันที่ 23สิงหาคม ถึงวันที่ 24พฤศจิกายน 2556

11533968803_13e75e9aa2_o.jpg

จากกราฟแสดงให้เห็นว่า วันที่ 9 กันยายน 2556 มีจำนวนผู้เข้าชมโพสต์มากที่สุด จำนวน 528 คนอาจเนื่องมาจากมีการเริ่มโพสต์ข้อความผ่านทางรูปภาพแทนการโพสต์เป็นวิดีโอจากยูทูปเป็นครั้งแรก ทำให้มีผู้สนใจในเนื้อหาที่นำเสนอเพิ่มมากขึ้น

กราฟแสดงจำนวนผู้ที่กดถูกใจ, คอมเม้นท์, และกดแชร์

11533917846_ea51ff3e69_o.jpg

จากกราฟแสดงให้เห็นว่า วันที่ 24 ธันวาคม 2556 มีจำนวนผู้เข้ามากดถูกใจมากที่สุด จำนวน 107 คน วันที่ 10 กันยายน 2556 มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์สูงสุดจำนวน 10 คอมเม้นท์ และวันที่ 26 ธันวาคม 2556 มีผู้กดแชร์ข้อมูลจากทางเพจสูงสุดจำนวน 31 แชร์

กราฟแสดงจำนวนผู้เข้าชมเพจ Like Music ตามช่วงเวลาต่างๆ ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม ถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2556

11533968113_155644236a_o.jpg

จากกราฟแสดงให้เห็นว่า ช่วงเวลา 21.00 น. เป็นช่วงเวลาที่มีคนเข้าเพจ Like Music มากที่สุด จำนวน 379 คน ซึ่งเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของคนส่วนใหญ่จึงทำให้มีคนเข้ามาใช้ facebookเป็นจำนวนมาก และมีการเข้ามาที่หน้าเพจ Like Music มากขึ้นนั่นเอง

กราฟแสดงจำนวนผู้กดถูกใจเพจ Like Music คิดเป็นร้อยละ โดยแยกตามเพศชายและหญิง

11533968063_d0db2d1526_o.jpg

จากกราฟ จำนวนผู้ที่เข้ามากดถูกใจเพจ Like Music พบว่า
• เป็นเพศหญิงคิดเป็นสัดส่วน53% ส่วนเพศชายคิดเป็นสัดส่วน46%
• ช่วงอายุที่มีผู้เข้ามากดถูกใจมากที่สุด จะอยู่ในช่วงอายุ 18-24 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มช่วงอายุ 25-34 ปี
แสดงให้เห็นว่า เพศชายและเพศหญิงมีความสนใจในเพจ Like Music ไม่แตกต่างกันมากนัก และกลุ่มที่ให้ความสนใจในเพจส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน คิดเป็น 86 เปอร์เซ็นต์

กราฟแสดงที่มาของการกดถูกใจเพจ Like Music ที่ปรากฎตามช่องทางต่างๆ

11534717455_47231cd3cc_o.jpg

จากกราฟ พบว่า มีผู้เข้ามากดถูกใจผ่านทางหน้า Page Like Music เอง เป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ การถูกใจผ่านโทรศัพท์มือถือและอื่นๆ ตามลำดับ

ตารางแสดงจำนวนผู้ที่เข้ามากดถูกใจเพจLike Music แยกตามประเทศและจังหวัด

11533968103_ea03ecceca_o.jpg

จากตารางแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้เข้ามากดถูกใจเพจ Like Music มากที่สุด คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร รองลงมาเป็น จ.ภูเก็ตและ จ.เชียงใหม่ ตามลำดับ ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวล้วนเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของเมืองไทย

กราฟแสดง จำนวนครั้งที่ Page tabs ถูกแสดง

11533982213_7fc3633e5f_o.jpg

จากกราฟ แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้เข้าชม Page ส่วนใหญ่จะเข้ามาดูที่ Timeline ของเพจรองลงมาเป็น Admin Tabsและ Photo Tab ตามลำดับ เนื่องจากว่า ในหน้า Timelineของเพจนั้นประกอบไปด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจของเพจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพลงจาก Youtube, รูปภาพ,และข้อความ ที่สื่อถึงความหมายต่างๆ จึงทำให้มีจำนวนผู้เข้ามาชม Timeline เป็นจำนวนมาก

โพสต์ที่น่าสนใจ

1.โพสต์ link ที่ทางเพจเราได้ทำไว้ให้สำหรับแฟนเพจเข้าไปฟังเพลงเพราะๆจากเพจเราได้อย่างต่อเนื่อง http://www.youtube.com/watch?v=2Xnc0zw26z4&list=PLYW0KMxOdK-rWOWzWZ_h5YIbi_AGIje0Yซึ่งทางเพจเราได้ปักหมุดไว้ให้อยู่ด้านบนสุดของเพจตลอด

11530024456_6634cb2725_b.jpg

2.โพสต์ที่มีคนกด like มากที่สุดเป็นภาพที่โพสต์รูปภาพคำคมจากเพจ #MinionsTH ซึ่งเป็นคำคมที่อาจจะโดนใจใครหลายคน ซึ่งมีข้อความว่า“คนพิเศษ ไม่ใช่คนที่เจอกันทุกวัน แต่เป็นคนที่คิดถึงทุกวัน แม้ในวันที่ไม่ได้เจอ” และมีภาพภาพตัวการ์ตูน Minionจาก Displicable Me ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในขณะนั้นจึงทำให้มีผู้ที่ชื่นชอบและได้รับการกด like มากถึง 76 like และมีการ share ทั้งหมด 4 ครั้ง

11533838975_b14a3ed4fe_o.jpg

กิจกรรม

กิจกรรม
ได้ทำการแจกสมุดโน๊ตและที่เสียบหูฟัง Rilakkumaจำนวน 1 รางวัล โดยมีกติกา ดังนี้
1.กด Like เพจ Like Music
2.Comment ใต้ภาพว่า "I Like Music"
3.ชวนเพื่อนมากด Like Commet
ใครมี Like มากสุด จะเป็นผู้ชนะ และได้รับของรางวัลไป ระยะเวลาของกิจรรม 12 ธันวาคม 2556 ถึง 21ธันวาคม 2556 แล้วประกาศผลรางวัล วันที่ 22ธันวาคม 2556

11530023374_3975fdc3d5_b.jpg11530024274_5976fe5e14_b.jpg

ซึ่งผู้ได้รับรางวัล สมุดโน๊ตและที่เสียบหูฟัง Rilakkumaก็คือ คุณ Suwanan Orathaiclub ซึ่งได้แจ้งชื่อที่อยู่และขอบคุณเพจเรามาทาง inbox

สรุปผลการทำกิจกรรม

11534717495_6b5c999266_o.jpg

ก่อนทำกิจกรรม วันที่ 12 ธันวาคม 2556 เพจมียอด like 603และหลังทำกิจกรรมในวันที่ 22 ธันวาคม 2556 มียอด like 1080 like ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 477 like

สิ่งที่ได้รับจากการทำ Social Media

1.ทำให้เห็นถึงความสำคัญของ Social Network ที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ผ่านทางการใช้ Social Media ในการสร้าง Content ที่ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น เพื่อสื่อสารข้อความต่างๆไปยังผู้บริโภค ซึ่งนอกจากการใช้ Social Media เพื่อผลประโชยน์ทางธุรกิจแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสาร พูดคุยระหว่างกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบ ความสนใจ หรือรสนิยม เหมือนกันได้
2.ทำให้เห็นความสำคัญของการจัดตั้ง Web Page เพื่อใช้ในการทำการตลาด ซึ่งสามารถทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าการทำการตลาดช่องทางอื่นๆ เนื่องจากผู้ที่เข้ามาสามารถ Comment ว่ากล่าว ติชม พูดคุย หรือแสดงความคิดเห็น เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ หรือข่าวสารที่ต้องการส่งออกไปเพื่อให้เข้ากับผู้บริโภคมากขึ้นอีกทั้งยังเป็นช่องทางการทำการตลาดที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยมาก เมื่อเทียบกับการโฆษณาผ่านทาง โทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์
3.ทำให้สามารถสร้างกิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระจายข้อความต่างๆที่ทางผู้จัดทำ ต้องการสื่อสารออกไปได้ง่ายและรวดเร็ว
4.ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ โดยการใช้เครื่องมือภายใน Page ซึ่งมีการบอกถึงสถิติต่างๆ ของผู้ที่เข้ามามีส่วนรวมภายใน page ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ ความสนใจ ช่วยเวลาที่คนจะเห็นข้อความที่โพสทำให้ผู้จัดทำสามารถเลือกช่วงเวลาในการโพสข้อความ หรือการตั้งโปรแกรมล่วงหน้าเพื่อให้มีการโพสข้อความในช่วงเวลาที่คนนิยมใช้ Facebook เพื่อให้เกิดการสื่อสารและการกระจายข้อความที่ต้องการจะสื่อออกไปได้มากที่สุด

ปัญหาและอุปสรรค

1.ผู้ที่เห็นข้อความ(เพลงที่โพส) ภานใน Page ไม่สามารถเข้ามาฟังเพลงที่แอดมินของ Page ได้โพสไว้ เนื่องจากคนที่เล่น Facebook ส่วนใหญ่จะเล่นผ่านทาง Smartphone, iphoneหรือ ipadในระหว่างเดินทาง หรือระหว่างรับประทานอาหาร ทำให้ไม่เกิดยอด like ในโพสต่างๆของ Page มากนัก ทำให้ทาง Page ต้องหารวิธีในการกระตุ้นยอด like หรือ share เพื่อให้เกิดการกระจายข้อความของทาง Page โดยการทำเป็นรูปภาพที่มีเนื้อเพลงประกอบ เพื่อให้คนที่เข้ามาภายใน Page สามารถอ่านและเข้าถึงข้อความที่ต้องการจะสื่อ โดยที่ไม่ต้องเข้าไปฟังเพลง
2.การจัดกิจกรรมภายใน Page สามารถกระตุ้นยอด like ทำให้มีคนเห็น Page และเค้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นก็จริง แต่เมื่อสิ้นสุดกิจกรรม จำนวนผู้ที่ให้ความสนใจ Page ก็จะน้อยลงทำให้ยอด like ไม่เพิ่มขึ้น เหมือนในช่วงที่จัดกิจกรรม

ข้อเสนอแนะ

1.ในการทำ Page ควรมี content ที่น่าสนใจ หรือมีความแตกต่างจากคนอื่นมากกว่านี้ เนื่องจากการทำ Page เกี่ยวกับเพลงก็เป็น content ที่มีคนสร้างขึ้นมามากมายตามความชอบแต่ละกลุ่ม ทำให้กลุ่มคนที่ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว อาจมีการติดตาม Page ประจำของตนเองเพียง Page เดียว การดึงคนที่มีความสนใจเรื่องเพลงจาก Page อื่นทำได้ยาก

11534104045_ff7931620e_o.jpg

2.ควรสร้างเนื้อหาที่สามารถสร้างปฎิสัมพันธ์กับคนใน Page ให้มากกว่านี้ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ ความต้องการที่จะติดตาม Page ซึ่งจะทำไปสู่การบอกต่อให้มีคนรับรู้ Page ของเรามากขึ้น
3.ควรสร้างเนื้อหาข้อมูลของตนเองขึ้นมามากกว่าการนำข้อมูลมาจากที่อื่นแล้วอ้างอิง

รายชื่อสมาชิกกลุ่ม 3

1. นายชวลิต ตันติโกสุม รหัส 5510211004
2. นายกมลเทพ องค์ประกอบกุล รหัส 5510211024
3. น.ส.สุชาดา แสงภักดี รหัส 5510211036
4. น.ส.พรสุดา เรืองใหม่ รหัส 5510211056
5. น.ส.วรนันท์ วีรกุลวัฒนา รหัส 5510211065
6. น.ส.สิริพร ตัณฑกิจ รหัส 5510211073
7. นายวิโรจน์ เตรียมตระการผล รหัส 5510211084

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License